ซ่อนเงาเดือนหิมะ
ภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะขาวแน่นหนา เมล็ดหิมะร่วงโรยลงช้า ๆ ตัดกับเงาไม้ที่ทอดตัวยาวในยามเหมันต์ ณ หมู่บ้านที่เงียบงัน ทวีศักดิ์เดินฝ่าทางแคบ ๆ ที่นำไปสู่กระท่อมไม้หลังเล็ก เสียงรองเท้าบูทเหยียบหิมะกรอบแกรบถูกกลบด้วยเสียงลมหวิว ทันทีที่เขาหยุดหน้าประตู หายใจเข้า กลิ่นอายเย็นเฉียบแทรกซึมสู่ปอด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทวี ไปไหนมาแต่เช้า?” เสียงแม่ลอดรอยร้าวของประตูมา เขาเงียบ ก่อนตอบ
“ผม…แค่เดินดูรอบ ๆ ครับ”
แม่เหลือบตามอง จากนั้นเปิดประตูออกกว้าง ใบหน้าซีด ๆ สะท้อนแสงสลัว “ยังหาน้องไม่เจอ…”
ชายหนุ่มหลบสายตา นิ่งงัน ก่อนวางถุงขนมปังเก่า ๆ ลงบนโต๊ะไม้ “คืนนี้ ผมจะไปถามพี่อ้น เผื่อว่า…เขารู้อะไร”
แม่ถอนใจยาว สีหน้ากังวลแต่ไม่เอ่ยทัดทาน แค่ยืนนิ่งจนหิมะก้อนเล็ก ๆ พร่างลงนอกบานหน้าต่าง
ค่ำลงแล้ว ริมหมู่บ้าน พี่อ้นนั่งสูบบุหรี่ข้างแนวรั้วไม้ แสงไฟวิบวับของคบเพลิงกระทบเศษหิมะบนบ่า ทวีศักดิ์ยืนห่าง ๆ ก่อนเอ่ย
“พี่อ้น…ผมมีเรื่องอยากถาม”
อ้นเหยียดปากยิ้ม แววตาไหววูบ “มึงจะถามเรื่องน้องใช่ไหมวะ”
“ครับ” ทวีศักดิ์สบตา นิ่ง อ้นขยี้บุหรี่กับหิมะ พลันเสียงลมพัดผ่านจนชายผ้าพลิวยก
“ตอนที่น้องมึงหาย กูเห็นเธอเดินไปทางลำธาร…กับยายแสง”
ทวีศักดิ์ใจเต้น เขาแทบไม่เชื่อ ที่นั่นคือเขตต้องห้ามในหมู่บ้าน เสียงลือเกี่ยวกับคำสาปเก่าแก่
รุ่งเช้าเขามองเห็นยายแสงนั่งเก็บสมุนไพรริมลำธาร หญิงชราผงกหน้ามองเขาแวบหนึ่ง หลบตา ก้มหน้าปัดเศษหิมะ
“ยายครับ…วันก่อนยายเจอน้องผมไหม”
หญิงชรานิ่งเงียบอยู่นาน เปลือกตากระพริบ “เด็กคนนั้น…เดินเข้าป่าเอง ยายแค่บอกให้เธอกลับ”
“แต่น้องหายไปจากตรงนั้น…” เสียงทวีศักดิ์สั่น เขาก้าวเข้าหา ร่องรอยเจ็บในดวงตา หญิงชราระบายลมหายใจ “บางอย่างในป่านั้น…ไม่ควรถูกปลุก”
เขากลับบ้านในค่ำคืนที่หิมะตกหนักขึ้น ความเงียบระหว่างแม่กับเขาอึดอัดเสียจนกินไม่ลง แม่เอื้อมมือมากุมมือเขา “ลูกอย่าเข้าไปในป่าลึก…สัญญากับแม่”
“น้องอยู่ที่นั่น…”
แม่ชะงัก นัยน์ตาแดงเรื่อ “อย่าเชื่อทุกเรื่องที่ได้ยิน…คำสาปมันไม่ได้มีจริง ทุกคนแค่กลัว”
ทวีศักดิ์เบือนหน้าหนี ใบหูแดง เงียบไปพักใหญ่ เขาลุกขึ้น สวมเสื้อลงบนตัว ปลดประตูอย่างไม่สนใจเสียงแม่ตามหลัง
ฝ่าอากาศเย็นยะเยือก ทวีศักดิ์เดินไปตามทางสู่ป่าลึก ไฟฉายส่องรอยเท้าของตัวเองบนหิมะ เมื่อถึงลำธารที่แข็งน้ำเป็นผลึก เสียงฝีเท้าปริศนาดังจากเงามืด
“ทวี!” เสียงพิม เพื่อนหญิงเพียงคนเดียวในวัยเด็ก เธอเดินตามมา สวมผ้าพันคอขนสัตว์ ผมเปียสองข้างแกว่งไกว “นายเข้าไปในป่าคนเดียวไม่ได้นะ”
“ถ้าพิมกลัว กลับไป”
หญิงสาวจ้องตานิ่ง ๆ “ฉันกลัว…แต่กลัวจะเสียเพื่อนมากกว่า”
สองคนเดินเข้าไปในความมืดลึก เสียงหิมะบดบังเสียงระฆังเก่าในหมู่บ้าน ไฟฉายจับประกายแปลกตาบนกิ่งไม้สูง คล้ายผ้าคลุมของใครบางคน ทวีศักดิ์ชะงัก
“นั่นของน้อง…”
มือเขาสั่น ลูบปลายผ้าคลุมเปียกหมาด “ทำไมมันมาที่นี่…”
พิมก้มดู “เราต้องรีบบอกผู้ใหญ่ไหม”
“ไม่! ถ้าพวกนั้นรู้ พวกเขาจะห้ามเราอีก”
สายตาของทวีศักดิ์มีประกายแข็งกร้าว กัดฟัน เก็บผ้าคลุมไว้แนบอก ทั้งคู่เดินต่อไปตามรอยเท้าเล็ก ๆ จาง ๆ บนหิมะ
ถึงจุดที่ต้นสนเก่าแก่สูงชะลูด หิมะทับถมจนเงียบสงัด ฉับพลัน เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น “อย่า…อย่าเข้าใกล้…”
พิมหน้าซีด มือขยุ้มแขนทวีศักดิ์ “ใครพูด…?”
เสียงนั้นแผ่วลงเหมือนลม ทวีศักดิ์มองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นใคร เขาขนลุกซู่ ใจเต้นรัว ขณะเดินเข้าไปใกล้ แวมสงบนิ่งกว่าก่อน เค้นเสียง “ถ้าน้องอยู่ที่นี่จริง…บอกฉันที…”
ความเงียบครอบงำจนพวกเขาสองคนหายใจติดขัด จู่ ๆ เงาร่างเตี้ย ๆ ปรากฏใต้ต้นสน ทวีศักดิ์แทบถลาถอยหลัง พิมกรีดร้องเบา ๆ ร่างที่เห็นคือเด็กหญิงในชุดขาดรุ่งริ่ง ดูคล้าย…น้องสาว
แต่ใบหน้าเธอขาวซีด ตาเบิกโพลงไม่มีแววชีวิต เด็กหญิงผู้นั้นหันกลับเข้าไปในป่า ทวีศักดิ์ตามไปโดยไม่ลังเล “น้อง! น้อง ฟังพี่สิ!”
ร่างนั้นเดินทะลุพุ่มไม้ ทวีศักดิ์ฝ่าวิ่งเข้าใกล้ แต่ไม่มีอะไรเหลือ นอกจากไอเย็นยะเยือกและกลิ่นดินชื้น
พิมดึงแขนเขา “กลับเถอะ…ที่นี่ไม่ปลอดภัย”
“ฉันต้องรู้ว่าน้องยังมีชีวิตอยู่ไหม”
คำตอบมีเพียงเสียงลมหวีดหวิวในกิ่งไม้
รุ่งอรุณวันใหม่ ทวีศักดิ์นั่งนิ่งในครัว ท่ามกลางเงาหมากรุกจากหน้าต่าง เขามองดูภาพถ่ายครอบครัวเก่าที่แตกกรอบ “เราจะทำยังไงต่อ…”
แม่เดินเข้ามานั่งด้วยกัน มือของเธอสั่นขณะเทน้ำชา “ทวี…แม่ต้องเล่าอะไรให้ฟัง”
ชายหนุ่มนิ่งรอฟัง ลมหายใจสั้น ๆ กับแววตาว่างเปล่า
“เมื่อสามสิบปีก่อน ที่หมู่บ้านนี้ก็มีเด็กผู้หญิงหาย…แม่เองก็เคย”
ทวีศักดิ์ตกใจ “แม่…หมายถึง?”
เธอพยักหน้า หยดน้ำตาไหลก่อนเช็ดเร็ว ๆ “แม่เคยรอดออกมาจากป่านั่น ทั้งที่ไม่มีใครเชื่อ…แต่มีบางสิ่งตามกลับออกมา…”
“บางสิ่ง?”
หญิงสูงวัยหลบตา “เธอ…ไม่ใช่น้องของลูกแล้ว ทวีต้องปล่อยเธอไป”
เขาสั่นศีรษะแรง “ถ้าแม่ไม่ช่วยผม ผมจะเข้าไปเอง”
เสียงแตกหักในจานข้าวที่มือทวีศักดิ์กุมแน่น
เย็นวันนั้นเขากลุ่มเพื่อนออกตามหา – พิม, อ้น, และหนุ่มผอมชื่อชิน พวกเขาแบกไฟฉาย ขวาน และพันผ้าคลุมหนา ๆ จ้ำเข้าในหิมะบาง ๆ สู่ป่ามืด
อ้นพูดพึมพำ “มึงคิดว่า…จริง ๆ ยังมีอะไรหลงเหลือในป่านั้นวะ?”
ชินกลืนน้ำลาย “กูล่ะกลัว…แต่ไม่ถามไม่ได้ว่ะ น้องของมึงยังอยู่หรือเปล่า”
พิมหน้าตึง “ถ้าเราไม่ไปลอง…จะทนอยู่กับความสงสัยไปทั้งชีวิต?”
ทวีศักดิ์เดินนำ เงียบ มือเย็นเฉียบ เขาสะดุดซากกิ่งไม้ หิมะป่นติดเท้า เสียงในป่าดูลึกและแน่นกว่าทุกครั้ง
จนถึงลานสนเก่า รอยรองเท้าเด็กไต่ขึ้นไปข้างหน้าก่อนหายไปบริเวณหน้าผา ชินสุดท้ายโพล่ง “ไม่มีใครคิดว่า…น้องทวีอาจตกหน้าผา?”
อ้นโวยเสียงดังกว่า “อย่าพูดแบบนั้น…ถ้าไม่แน่ใจ!”
ทุกคนเงียบลง เสียงหายใจฟืดฟาดปะปนกับสายลม ทวีศักดิ์มองหน้าผา ลังเล ก่อนตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้…
ระหว่างที่เขาเงยมองยอดไม้ เงาตะคุ่มผ่านแสงจันทร์แวบหนึ่ง ทวีศักดิ์กัดฟัน “ไม่เรียกก็ไม่โผล่…งั้นต้องตามให้สุด”
เขาปีนหินลื่น เสียงเพื่อน ๆ ด้านหลังขอร้องให้ระวัง พิมน้ำตาคลอ แต่อ้นกับชินดึงเธอไว้ ทุกคนจ้องดูชายหนุ่มที่ปีนขึ้นไปเบื้องบน
ที่ยอดหน้าผา มีก้อนหินเรียงเป็นวงกลม โบราณเก่าแก่ บนยอดหิน วัตถุสีดำคล้ายนกตายถูกปักไว้ ทวีศักดิ์หยิบขึ้นมา เห็นเป็นกล่องเล็ก ๆ พันผ้าคลุมของน้องแน่นหนา เขาเปิดกล่อง…ข้างในมีจี้พระจันทร์สีเงิน กับกระดาษเก่าขาดวิ่น
ข้อความเขียนด้วยลายมือเด็ก “ปลุกเงาเดือนเถอะ ถ้าอยากพบ…”
อ้นตะโกนจากเบื้องล่าง “มึงเจออะไร!”
เขากำหมัด ปล่อยลมหายใจ “ของน้อง…กับจี้เก่า”
เมื่อทวีศักดิ์ปีนกลับลง ทุกคนรายล้อม พิมแตะแขน “นายโอเคไหม…”
เขาชูจี้ให้ดู ดวงตาฉายแววตัดสินใจบางอย่าง “ฉันจะเข้าไปในป่า…คืนนี้”
อ้นชะงัก “คนปกติไม่ทำแบบนี้นะ”
“ถ้าพวกนายกลัว ไม่ต้องตามก็ได้” เสียงทวีศักดิ์ขุ่น เสียงสั่นไหว
พิมจับมือเขาแน่นขึ้น เธอหลบสายตา น้ำเสียงแผ่วเบา “ฉันจะอยู่ด้วย…อย่างน้อยถ้าอะไรเกิดขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยนายคนเดียว”
สามคนที่เหลือมองหน้ากัน ไม่มีคำพูด ท่ามกลางหิมะที่ตกหนักขึ้น พวกเขากลับบ้านอย่างเงียบงัน
คืนนั้น ทวีศักดิ์กุมจี้พระจันทร์จนอุ่นในมือ เขาสบตากระจก เห็นภาพสะท้อนของตัวเองซีดเซียว เหนื่อยล้า ดวงตาแดงเรื่อ กลัวแต่ไม่ยอมรับ
แสงจันทร์เต็มดวงทะลุหน้าต่างส่องลงกล่องเก่า เงาโผล่ที่ปลายเตียง เขาขนลุกซู่ หันขวับ พบว่าคือแม่…เธอยืนเงียบ น้ำตาไหลซึม
“ไปแล้ว…อย่ากลับมาถ้าเจอแต่เงา”
เขาพยักหน้า มือกำจี้แน่น สวมเสื้อคลุมเดินออกประตู ทิ้งเสียงสะอื้นแผ่วเบาไว้ข้างหลัง
ลานหิมะหน้าหมู่บ้านส่องขาวโพลน ทวีศักดิ์และเพื่อนทั้งสามรอเคียงกัน ความเงียบงันแปลกประหลาด พิมขมวดคิ้ว “ฉันไม่คิดว่าจริง ๆ โลกมันจะมีอะไรอย่างคำสาป…”
ชินเงียบยาว ก่อนพูดว่า “แต่ที่กูเห็นเมื่อคืนมันทนปฏิเสธไม่ได้…”
ทวีศักดิ์ก้าวนำเข้าเงามืด เสียงฝีเท้าสี่คู่บดหิมะดังก้องในป่า แต่ครั้งนี้ลมเงียบผิดปกติ เหมือนทุกอย่างจ้องมองอยู่
เดินจนถึงโขดหิน ผลึกน้ำแข็งวาวแสงเหมือนกระจก สี่คนยืนล้อมเป็นวง เสียงกระซิบดังอีกครั้ง “ปลุกเงาเดือน…ถ้าอยากพบ”