เพื่อนร่วมหอพันธุ์ฮา: ภารกิจคืนหอนรก
01
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงดังเอะอะจากห้อง 302 ดังลั่นขณะที่กลางคืนในหอพักชายที่มหาวิทยาลัยทิวารามีเสียงสปอร์ตไลต์เพ่งมายัง “ชินวัตร” หนุ่มหน้าตาใสอายุ 20 ปี ผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นแต่ไร้ความกลัวผิดพลาด ปากพึมพำกับตัวเองขณะที่ค้นหาอะไรในถุงขยะอย่างสุดแรง
“มันต้องยังอยู่ในนี้แหละ…สุทิน! มาช่วยหยิบหน่อยสิ”
“ไม่เอาน่า กลิ่นเหม็นจะตาย ใจเย็นเหอะ ยังไงคืนนี้ก็ไม่สายเกินกว่าจะหลับ” เสียงของสุทิน หนุ่มแว่นผู้คิดมากและเจ้าระเบียบตลอดเวลาตอบกลับพร้อมทำท่ารังเกียจ
“มึงสองคนจะเถียงกันทั้งคืนหรือจะให้กูโทรปลุกผู้ดูแลดี” โป้ง หนุ่มปากไวผู้แทบไม่รู้จักคำว่าคิดก่อนพูด เปรยด้วยท่าทางหงุดหงิดแต่แฝงขำ
02
“ไม่ต้องๆ! คือ…ของที่ฉันยืมมีดโกนของธันวาไปอ่ะ แต่ดันเผลอทำหล่นใส่ถังขยะ ลืมขอเขาก่อนด้วย…” ชินวัตรเร่งขอมือช่วย
สุทินจ้องด้วยสายตาตำหนิ “วันหลังพูดก่อนสิ ของเพื่อนน่ะเว้ย! แล้วทำไมต้องรื้อถังขยะตอนสี่ทุ่มวะ?”
โป้งอดแซวไม่ได้ “หรือจริงๆ มีอย่างอื่นในถังที่เราไม่ควรรู้?”
ชินวัตรถอนหายใจ “ช่วยก็ช่วย อย่าเพิ่งประชด”
โป้งกับสุทินกลั้นหัวเราะพร่ำกลับมาโยนถุงขยะ ขณะนั้น ธันวาเจ้าของมีดโกนกลับมา เปิดประตูพรวด
03
“เฮ้ย…ทำไรกัน!!” ธันวามองสลับหน้าแต่ละคน หน้าตาสงสัยกับฉากวุ่น “เมื่อคืนใครเอาโรลออนกูไปใช้กลายเป็นเรื่องขยะตอนนี้วะ?”
สุทินรีบออกตัว “ไอ้ชิน…เอ้ย ไม่ใช่หรอก พวกเรากำลัง… คือ มือถือโป้งหายอ่ะ!”
โป้งถึงกับย้อน “เมื่อไหร่กูบอก มือถือหาย?”
ชินวัตรรีบยิ้มจางๆ “คือ เอาเป็นว่า เดี๋ยวคืนให้ รอสักเดี๋ยว!”
ธันวาไม่เชื่อ หันมาตรวจไอ้โรลออนที่พูดถึง สภาพเปียกเหมือนเพิ่งต้มมาจริงๆ
04
“ใครจะเอามีดโกนไปใส่น้ำแบบนี้วะ? กะจะล้างหรือแช่ให้สนิม?”
ชินวัตรแถหน้าตาย “วิธีใหม่ กูอ่านเจอในเน็ต ล้างแบบนี้ฆ่าเชื้อได้!”
โป้งขำพรืด “ชิน ทำเป็นรู้จริงใส่ไม่ค่อยเนียนนะ”
สุทินอดกัด “อีกหน่อยมึงจะบอกว่าต้มเครื่องคิดเลขก็ฆ่าไวรัสได้เรอะ?”
ธันวายังจ้องสงสัย แต่เสียงกริ่งบอกเวลาตรวจห้องของพี่บอสผู้ดูแลหอก็ดังขึ้น
05
“ซวยแล้ว! วันนี้กูแอบต่อปลั๊กพ่วงใต้เตียง ขืนโดนจับได้โดนอัปเปหิแน่” โป้งกระซิบลนลาน
“ทำงี้ทุกวันอยู่แล้ว เลิกกังวล” ชินวัตรตบหลัง โป้งจ้องเขม็ง “มึงพูดง่าย กูพึ่งโดนแจ้งเตือนไปเมื่อวาน!”
สุทินพึมพำ “ทั้งหมดนี่… แค่เพราะมีดโกนกับต่อปลั๊กเนี่ยนะ โลกจะวุ่นขนาดนี้?”
เสียงประตูเคาะรัว ทั้งสามรีบเอาของแอบใต้ที่นอน
06
“เปิดหน่อย ตรวจห้อง!” เสียงบอสแข็งกร้าว มีน้ำเสียงห่วงใยเจือปน แต่ใครก็รู้เด็ดขาด
ภายในห้องวุ่นวาย โดยทั้งสามผลัดกันลนลาน โยนของผิดที่ผิดทางจนสุดท้ายกล่องข้าวของธันวาไปซ่อนในกล่องกระดาษเปล่า ซุกเครื่องโกนหนวดในหมอนข้างของโป้ง
“ของใต้เตียงอะไรน่ะ… เปิดให้ดูสิ”
โป้งตอบ “แมลงสาบ ไม่เชื่อก็เปิดดูได้เลยครับพี่!”
“กล้าพูดนะ! งั้นขอเปิด” บอสก้มลง มือเอื้อม ขณะที่ทั้งสามกลั้นหายใจ
07
ก่อนบอสจะเปิด กล่องข้าวในกล่องกระดาษหล่นลงพื้น เสียงแผ่วเบาแต่ทุกคนได้ยิน
บอสจ้อง “นี่กล่องอะไร? ข้างในมีอะไร?”
สุทินรีบแทรก “กล่องเก็บของรับน้องครับ!”
โป้งเสริม “แต่ของกินหมดตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว”
ชินวัตรยิ้มฝืน “แค่ที่ระลึกเฉยๆ ไม่ต้องลงทุนเปิดหรอกครับพี่”
บอสส่ายหน้า เบาเสียง “เดี๋ยวจะกลับมาใหม่ละกัน”
ทุกคนถอนหายใจโล่งอก ทว่าเมื่อบอสเดินจากไป กล่องข้าวก็เผยให้เห็นโรลออนกับมีดโกนเปื้อนเต็มไปหมด
08
“ยังไงกูต้องคืนของให้ธันวาก่อน” ชินวัตรกระซิบ
โป้งเหนื่อยใจ “จะให้กูถือมีดโกนกับโรลออนไปยื่นหน้าเพื่อนหรอ?”
สุทินว่า “ดีกว่ายื่นแปรงสีฟันที่โดนน้ำขยะนะ”
ขณะนั้นเอง ธันวาเดินมาพอดี
“สรุปใครเอาของกูไปวะ?” ธันวาลากเสียงน้ำเสียงเริ่มจริงจัง “ถ้าไม่บอก จะโพสต์ลงกรุ๊ปหอแล้วนะ”
09
ชินวัตรรีบประกาศเสียงดัง “เดี๋ยว! เดี๋ยว! กูรับเอง กูเป็นคนยืม ขอคืนตอนนี้เลย แต่เนี่ย… มันเปื้อนนิดหน่อยน่ะ” มือสั่น ๆ ยื่นโรลออนกับมีดโกนคืน
ธันวานิ่งอึ้ง รู้สึกตลกปนเศร้า “ถ้าใช้แล้วจะคืนก็บอกแต่แรก กูไม่ว่าหรอก แต่เวลากูดมได้กลิ่นน้ำปลาก็ตามใจ”
โป้งสำทับ “อย่างน้อยแกก็ได้คืนครบเครื่อง ไม่ใช่บางส่วน”
สุทินพึมพำ “ขอโทษแทนชินแล้วกันนะ”
ความเงียบเข้าครอบงำ ก่อนโป้งจะอดขำไม่ได้
10
หลังเหตุการณ์น่าอึดอัด ชินวัตรหันไปบ่น “ชีวิตปีสอง นี่ยังวุ่นแค่นี้เลย พอปีสี่จะเหลืออะไรบ้าง?”
โป้งล้อ “ก็คงขโมยจานเพื่อน เพิ่มเป็นเซ็ตใหญ่เลยมั้ง?”
สุทินสวน “ถ้ายังไม่เลิกนิสัยขี้ลืมกับใจร้อน จะไปไหนรอดล่ะ?”
ชินวัตรยิ้มแห้งๆ “อย่างน้อยคืนนี้ก็ยังมีเพื่อนคอยช่วย ไม่ว่าจะซวยเรื่องอะไรนะ”
ทั้งสามนั่งหัวเราะท่ามกลางห้องรก ซึ่งยังเต็มไปด้วยรอยเปื้อนแก๊กจากปัญหาวุ่นๆ ที่พวกเขาสร้างกันเอง
11
เช้าวันถัดมา ข่าวคราวเรื่องกลิ่นประหลาดในห้อง 302 กระจายไปทั่วหอพัก
นักศึกษารุ่นน้องเข้ามาถาม “เมื่อคืนพวกพี่ทำอะไรในห้อง? ได้กลิ่นทุกชั้นเลย”
โป้งแถทันที “เราทดลองวิทยาศาสตร์ หาสูตรผลิตโรลออนฆ่าเชื้อ แบบอีโค่”
สุทินยิ้มรับมุก “สูตรใหม่ ได้ผลดีมาก กลิ่นแรงไปหน่อยแค่นั้น”
น้องๆ ผงะ “ขอผ่านก่อนดีกว่าพี่…”
ชินวัตรหัวเราะกับเพื่อน “อย่างน้อย ของหายก็ได้คืน เรื่องวุ่นก็ซาไปหนึ่งวัน…”
12
แต่ยังไม่ทันขาดคำ ธันวาเดินเข้ามาพร้อมหน้าตาระแวง “เมื่อคืนใครไปแอบมองห้องน้ำหญิงวะ?”
โป้งสะดุ้ง “พวกกูอยู่ในห้องทั้งคืน!”
สุทินรีบ “คงเข้าใจผิดแล้วล่ะ”
ชินวัตรยิงมุก “นะ จะไปมองทำไม เสื้อผ้าผู้ชายยังรีดไม่เรียบเลย”
เสียงหัวเราะดังขึ้น แต่ธันวายังสงสัยอยู่ดี
13
กลางวันนั้น ทุกคนออกไปกินข้าว โป้งลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ในห้อง สุทินยืนรอหน้าห้อง ท่าทางหงุดหงิด
“ไม่ได้วางไว้แถวนี้เหรอ?”
ชินวัตรก้มหน้าก้มตาหา “หรือไว้ในตู้เย็นวะ?”
โป้งขำ “กูจะเอากระเป๋ายัดตู้เย็นเพราะอะไร?”
สุดท้ายทุกคนช่วยกันหาจนเจอว่าโป้งเผลอโยนใส่ตะกร้าผ้าสกปรกข้างๆ ขยะ
ชินวัตรเปรย “ชีวิตในหอแม่งก็แบบนี้ วุ่นวายตลอด”
โป้งล้อ “มันเพราะเพื่อนบางคนรนและมือไวด้วยมั้ง”
สุทินเสริม “แต่ถ้าไม่มีเพื่อนแบบชิน พวกเราคงไม่หัวเราะทุกวันหรอก”
14
เย็นวันเดียวกัน ข่าวลือเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนแพร่หลุดไปถึงผู้ดูแลหอ
บอสเดินมาเคาะประตูอย่างหงุดหงิด “ได้ข่าวเมื่อคืนมีคนเอาของไม่ดีไปซ่อนไว้ในห้อง?”
โป้งรีบเถียง “ไม่มีอะไรผิดปกติเลย…”
สุทินพยายามพูดให้ดูปกติสุดๆ “เมื่อคืนเราตรวจสอบความสะอาดเฉยๆครับพี่”
บอสกวาดสายตาไปทั่วห้อง ก่อนจะย่นจมูกเพราะกลิ่นโรลออนสูตรใหม่
ชินวัตรกลั้นขำ “เอ่อ… ถ้าพี่จะลองใช้ก็ยินดีนะครับ”
บอสส่ายหน้า “เหลือเชื่อ…”
15
หลังบอสไป ทั้งสามนั่งระบายกันต่อ
“เดี๋ยวนะ ที่จริงห้องพวกเราก็ถือว่าสะอาดนะ ขอแค่ไม่เปิดขยะกับดูใต้เตียง” สุทินเอ่ย
โป้งรีบบ่น “ก็เพราะมึงอะ ยิ่งทำเรื่องให้บานปลาย”
ชินวัตรหัวเราะ “แต่ถ้าไม่มีเรื่องซวย จะสนุกกับชีวิตได้ยังไง?”
สุทินและโป้งพยักหน้า ก่อนจะหัวเราะตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
16
ค่ำคืนนั้นเอง ชินวัตรตั้งเป้าทำความสะอาดห้องใหญ่ “พอเหอะ คราวนี้จะจัดห้องให้เรียบร้อยจริงๆ”
โป้งนั่งเล่นมือถือ “เอาสิ ยกของคนเดียวเลย จะแอบถ่ายคลิปไว้ดูตอนขำๆ
สุทินชี้ “ถ้าจะทำจริง ช่วยล้างถังขยะกับเอาข้าวเก่าทิ้งด้วย”
ระหว่างเดียวกับที่ชินวัตรพยายามยกของ เผลอทำน้ำหกเปียกพื้น โป้งแซว “ขนาดดูแลของตัวเองยังไม่ได้เลยมึง”
สุดท้ายสุทินอดทนไม่ไหว ลงมือช่วยกันทั้งสามคน ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน
17
ระหว่างจัดห้อง โป้งเจอกระดาษโน้ตเก่าๆ ที่เขียนว่า “อย่าลืมคืนของใช้ให้เพื่อน”
โป้งหยิบขึ้นมาอ่านดังๆ “อันนี้ชัดเลย วนลูปชีวิต”
ชินวัตรหัวเราะ “ขอเขียนให้อีกสักแผ่น จำไม่ได้จริงๆ”
สุทินส่ายหน้าแต่หัวเราะ “เดี๋ยวครั้งหน้า คงต้องติดทุกมุมห้อง”
18
ขณะเก็บห้อง มีเสียงเคาะประตูอีกรอบ คราวนี้เป็นรุ่นพี่อีกคนชื่อฟ้า เดินเข้ามายิ้มๆ
“เมื่อคืนใครเอาบรัชออนพี่ไปอ่ะ?”
สุทินพูดขำๆ “ถ้าหาในขยะไม่เจอ ลองดูตู้เย็นนะพี่!”
โป้งไหลตาม “หรืออาจอยู่นอกระเบียง เพราะของเพื่อนห้องนี้ชอบหนีออกไปเที่ยว”
ฟ้าหัวเราะ “เอาอย่างงี้ ปาร์ตี้ต่อคืนนี้ก็แล้วกัน ถือว่ารวมกลุ่มขำกลิ้งกันอีกที”
19
กลางปาร์ตี้ ทุกคนรวมตัวกันกินขนมพร้อมคุยเรื่องวุ่นๆ ที่ผ่านมา
ฟ้ายิ้ม “เอาตรงๆ จะมีความจำดีแค่ไหนก็มีวันที่ลืมเนอะ”
ชินวัตรยิ้มกว้าง “แต่ลืมแบบนี้ไม่เหมือนใครแน่นอน!”
โป้งหยิบมีดโกนขึ้นมา “ของกลางคืนเรียบร้อย สะอาด…หรือเปล่าไม่รู้”
เสียงหัวเราะระเบิดทั้งห้องบรรยากาศอบอุ่นมากขึ้น
20
ค่ำคืนผ่านไป เหตุการณ์ในหอเริ่มสงบลง ทั้งกลุ่มสะท้อนถึงความวุ่นวายที่สร้างเอง
โป้งมองไปนอกหน้าต่าง “เอาจริงๆ การที่มีเรื่องให้เล่าเยอะแบบนี้ก็ผิดปกติดีเนอะ”
สุทินสรุป “ความผิดปกติคืองานหลักของห้องเราแล้ว”
ชินวัตรพยักหน้า “อย่างน้อยทุกครั้งที่มีเรื่องวุ่นวาย เราก็ได้หัวเราะไปพร้อมกัน”
21
วันต่อมา ธันวาจัดการเคลียร์ตู้เย็นใหม่ เจอบรัชออนของฟ้าแอบซ่อนในกล่องข้าว
“นี่แน่ะ เจอตัวต้นเหตุละ!”
สุทินหัวเราะ “สรุปคือของทุกคนวนไปหมดเลยใช่มั้ย?”
โป้งเสริม “ต่อไปต้องเขียนชื่อแปะของทุกรายการ”
ชินวัตรตบท้าย “หรือแค่เลิกยืมก็พอ?” ทุกคนหัวเราะกันลั่น
22
หอพักกลับมาปกติอีกครั้ง เสียงหัวเราะยังคงอยู่แม้ปัญหาจะวนมาไม่จบสิ้น
โป้งเดินไปหาเครื่องคิดเลขของตน พบรอยน้ำแปลกๆ แต่ก็ได้ของคืน
“เครื่องคิดเลขฉัน… เอิ่ม น่าจะผ่านสงครามมา”
ชินวัตรยิ้มขำ “อาจฆ่าไวรัสได้อีกเครื่องแล้วนะ”
23
ช่วงสุดสัปดาห์ หอพักจัดประชุมรวมกลุ่ม
บอสขึ้นไปกล่าว “ขอให้ทุกคนรักษาความสะอาด งดวุ่นวาย… ถ้ามีใครเจอของแปลกๆ หาย ฝากเก็บไว้ในกล่อง Lost & Found ตรงล็อบบี้”
ทุกคนมองหน้ากัน ขำกลิ้งกับกล่อง Lost & Found ที่เริ่มเต็มไปด้วยของใช้ประหลาด
ชินวัตรเปรย “ถ้ามีใครเจอถุงเท้าคู่เดียวของกู ฝากคืนด้วย!”
24
สุดท้าย คืนนั้นเสียงหัวเราะค่อยๆ จางลงไป ชินวัตร โป้ง และสุทินนั่งคุยเงียบๆ
โป้งสรุป “ชีวิตในหอ ถ้าไม่มีเรื่องวุ่นบ้าง คงจืดชืดเนอะ”
สุทินพยักหน้า “จริง ถึงจะเหนื่อย แต่ได้หัวเราะกับเพื่อนก็ถือว่าคุ้มแล้ว”
ชินวัตรมองหน้าเพื่อน “สงสัยคืนนี้จะนอนได้สนิทแล้วล่ะ… ถ้าไม่มีใครมาแอบยืมหมอนกูอีกนะ!”
เสียงหัวเราะประสานดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนทุกคนจะหลับในบรรยากาศหอพักที่แม้จะวุ่นวาย แต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเป็นเพื่อน และเสียงขำไม่มีที่สิ้นสุด