หอพักป่วน บ้านเลขที่ 88
เสียงนาฬิกาตีห้าแว่วก้องเข้ามาแทนเสียงกรนของยอด หนุ่มผมยุ่งผู้ครองฉายา ‘เจ้าพ่อความคิดไกล’ กลิ้งตัวตกจากเตียงในขณะที่เหมือนฝันว่ากำลังปีนเขา แต่พอสัมผัสพื้นห้อง อาการงงก็นำมาแทนความฝัน—เพิ่งตื่นก็เจอปัญหาแล้ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอ้า ยอด ขากระตุกอะไรแต่เช้าวะ?” ไผ่ หนุ่มอารมณ์ดีห้องตรงข้ามตะโกนลอยมา แต่อีกสิบนาทีถัดมาก็กระโจนมาเองพร้อมถุงพลาสติกเสียงดังกรอบแกรบเต็มมือ “มื้อเช้าครับกัปตัน!”
ยอดขยี้ตา “แปลว่าอะไร กัปตันอะไรตรงนี้ หอเราบริหารกะทู้?”
ไผ่หัวเราะ “แค่เช็คว่ามีใครอดข้าวมั้ย เผื่อเจ้าภูผาตื่นสาย…”
ยังไม่ทันขาดคำ ประตูที่เหมือนไม่เคยถูกหยอดน้ำมันก็เปิดจากอีกฝั่ง ภูผา—หนุ่มที่ดูเหมือนนิ่งแต่ขี้ระแวง ยึก ๆ ยัก ๆ เดินเข้ามาในสภาพผ้าขนหนูพันเอว “ใครทำเสียงดังตอนตีห้าวะ กูฝันว่ากำลังสัมภาษณ์เข้าอวกาศเสียอีก!”
ยอดหัวเราะ หยิบหมูปิ้งบนโต๊ะทั้งที่ยังไม่แปรงฟัน “เออ ๆ มานั่งกินก่อน เดี๋ยวค่อยมโนต่อว่ากำลังอยู่บนดาวอังคารเนอะ”
ไผ่พลิกซ้ายดูลิ้นจี่ที่ตกหล่นอยู่ข้างถัง “นี่บ้านหรือสถานีวิจัยเชื้อรา มันจะรกอะไรแบบนี้?”
ก่อนเสียงบ่นจะจางหาย มีจดหมายสอดเข้ามาภายใต้ประตู ซองขาวที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง ดูเก่าและมีอะไรบางอย่างปริศนา
ยอดคว้าไว้ทันควัน “เฮ้ย จดหมายจากไหนเนี่ย เดี๋ยวนี้ใครเค้ายังเขียนจดหมาย?”
ภูผาแย่งไปอ่านพลางขมวดคิ้ว “ถึงท่านเจ้าบ้านเลขที่ 88 กรุณาติดต่อด่วนภายในเย็นนี้ มิฉะนั้น… หนี้สินจะโดนเปิดเผยต่อสาธารณะ”
ไผ่ทำหน้าจริงจัง “ใครติดหนี้ กูไม่ติดนี่หว่า!”
ยอดสะดุ้งนิด ๆ “เดี๋ยว ๆ มันหมายถึงหอ หรือหมายถึงใครในพวกเรา?”
ภูผาทำท่าเงียบ ๆ คิดหนัก “สารภาพมา ยอด แกมีอะไรปกปิดไว้หรือเปล่า?”
ยอดเริ่มเครียด “ไม่มี๊! มีแต่ค้างค่าหอมาสามวันแต่แค่นั้น…”
ไผ่กลั้นหัวเราะ “โอ๊ย เรื่องใหญ่แล้ว ไหน ๆ มีใครรู้ไหมว่าท่านเจ้าบ้านคือใคร?”
ทั้งสามคนมองหน้ากันนิ่ง ๆ สลับกับขวดน้ำเปล่าบนโต๊ะและขนมกล่องหมดอายุ 3 วัน แล้วเรื่องก็เริ่มบานปลายทันทีเพราะแต่ละคนมีความเชื่อคนละทาง บางคนมั่นใจสุดขั้วว่าคือจดหมายทวงหนี้ใต้โต๊ะ บางคนคิดว่าอาจเป็นเกมทดสอบจากเจ้าของหอเพื่อดูความซื่อสัตย์ บางคนกลัวว่าสปายจากหอข้าง ๆ จะมาป่วน
เมื่อไร้ข้อสรุป พวกเขาตกลงกันว่าต้อง ‘หาทางสืบ’ ว่าใครคือเจ้าบ้าน และหนี้นี้เป็นหนี้อะไรกันแน่ ก่อนที่ “สาธารณะ” ที่ว่า ซึ่งไม่มีใครแน่ใจคืออะไร จะรู้ความลับของหอ
หลังอาหารเช้าอันเร่งด่วน ยอดนำทีมขุดค้นทะเบียนบ้านเก่า ๆ ในลิ้นชักไผ่ ไผ่นั่งคืนค่าหอมาสามวันด้วยโพยเศษกระดาษ ภูผาเดินวนไปมา มือถือโน้ตโทรเข้าหาแม่บ้าน ขณะที่เสียงลือเสียงเล่าอ้างในกลุ่มไลน์หอพักเริ่มแพร่สะพัดแบบไม่รู้ตัว
ไผ่สะดุ้ง “แก อ่านแชท! มีข่าวลือว่าหอเราจะโดนปิดเพราะ ‘เจ้าบ้านติดหนี้พนัน’!”
ยอดร้องลั่น “ใครปล่อยข่าวงี้วะ มันเริ่มเหม็นกลิ่นป่วน!”
ภูผาหน้าเครียดแต่เสียงสั่น “แค่นี้ยังไม่เท่าไหร่ มะ…เมื่อกี้มีคนกด like ตอบแชทว่า ‘เห็นเจ้าบ้านเดินออกปากซอยกับซองปริศนา’”
ทั้งสามนั่งกุมขมับ บรรยากาศที่เดิมทีแค่ปั่นป่วน เริ่มปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม
ยอดเสนอ “เอาอย่างนี้ พวกเราไปถามพี่ดิน ผู้ดูแลหอแล้วจบ!”
แต่พี่ดินคนดูแลหอพัก มีนิสัยปากกว้าง ชอบพูดติดอ่าง คำสั่งที่ออกมามักจะมีความหมายหลบซ่อน สิ่งที่สามหนุ่มได้จากบทสนทนาแรกคือ “โอ๊ยน้อง พี่ไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน บ้านก็มีเจ้าของ แต่เจ้าบ้านของหอนี่…เขา เอิ่ม…อยู่ในใจเสมอ” พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ
ภูผาประสาทจะกิน “แล้วเอาไงต่อ ไอ้ยอด?”
ยอดกุมขมับ “เอาแบบนี้ละกัน ไปถามคุณนายข้างห้องเผื่อรู้เบาะแส”
เสียงเคาะประตูเรียกคุณน้ากิมจิห้อง 88/1 ดังลั่นจนปลุกสุนัขข้างล่าง “น้อง ๆ ตื่นตั้งกี่โมงลูก คุณนายก็แค่อยากให้ทุกคนรู้จักรักสามัคคีกันไว้!”
ไผ่ยิ้มแหย “น้าครับ มีจดหมายปริศนาเกี่ยวกับเจ้าบ้านกับหนี้นะครับ น้าเคยได้ไหม?”
คุณน้าส่ายหัว หัวเราะ “โถ่ลูก หนี้หอบ้านนี้มีทุกปี จะเรื่องอะไร ทีพ่อน้าเมียคนงานยังยืมห้องน้ำไปใช้เลย”
ยอดเงียบ ก่อนจะหันไปกระซิบ “แปลว่าทุกคนอาจเป็นเจ้าของ”
ภูผาเริ่มคิดฟุ้ง “หรือจริง ๆ มันคือรหัสลับ? หรือโปรเจกต์โชว์หอของหอฝั่งตรงข้าม?”
ตลอดทั้งวัน สามหนุ่มลงไปสืบถึงร้านชำ สังเกตการณ์ห้องแม่บ้าน ดักฟังเสียงเจ๊ไหมข้างบนพูดโทรศัพท์ ห้อยตัวใต้ระเบียงไผ่เพื่อแงะซองจดหมายโบราณที่ตกขอบ พยายามรื้อหาหลักฐานจากกองขยะ …แต่ยิ่งขุดคุ้ยยิ่งยิ่งเจอมิตรภาพมากกว่าความจริง
ในขณะเดียวกัน ชาวหอก็เริ่มรับรู้ข่าวลือที่เดินทางเร็วกว่าไวไฟ ทุกคนเริ่มตีความกันไปต่าง ๆ นานา บ้างว่าอาจจะต้องเก็บเงินบริจาคกัน บ้างลือว่าวันนี้เจ้าบ้านจะมาสอบจริยธรรม บ้างก็ซุบซิบนินทาว่ามีจอมโจรซ่อนตัวอยู่ในหอพัก
ตกเย็น ทั้งสามกลับมาเครียดหนักกว่าเดิม เพราะยังหาคำตอบไม่ได้เลย ทุกคนในหอก็เริ่มทำตัวประหนึ่งว่ากำลังรอผู้พิพากษามายืนประตู เสียงโทรศัพท์ดังไล่หลังเบิ้ล ทุกคนในกลุ่มไลน์ขอให้ “เจ้าบ้านตัวจริงออกมายอมรับความจริง”
ยอดไปรื้อถังขยะในห้อง เจอแค่ใบเสร็จขอคืนภาษีเมื่อสามปีที่แล้ว ภูผาแกะกล่องพัสดุที่ส่งผิดกลับมาอีกสองรอบ เจอแต่คู่มือทำซูชิราคาถูก ไผ่เปิดสมุดโน้ตเก่า ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรชัดเจน ทุกคนเริ่มเฉียดผ่านจุดจะถอดใจ
กลางค่ำคืนนั้น จู่ ๆ มีเสียงเคาะประตูห้อง 88 เบา ๆ “ใครวะ?”
“พนักงานไปรษณีย์ครับ มีเรื่องค้างส่งครับ อาจเกิดความเข้าใจผิดในจ่าหน้าซอง” พอเปิดประตู เห็นชายหนุ่มชุดเครื่องแบบมาส่งซองจดหมายอีกรอบ หน้าซองนี้อ่านกี่ทีก็ชัดเจนกว่าเดิม “ถึงคุณยาย บ้านเลขที่ 88 กรุณาติดต่อกลับเรื่องเบี้ยคนชรา”
ภูผาอึ้ง “เดี๋ยว นี่เรื่องทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิดในการจ่าหน้าซอง?”
ไผ่หัวเราะลั่น “มาถูกบ้านแต่ผิดคน งั้นข้อความที่ว่า ‘หนี้สินจะโดนเปิดเผย’ คือเงินเบี้ยที่ต้องยื่นเอกสารใช่มั้ย?”
ยอดลุกยืน เงียบไปอึดใจ ก่อนจะแคะหูตัวเอง “แสดงว่าที่พวกเราป่วนทั้งวันคือเรื่องเข้าใจผิดล้วน ๆ?!”
หลังจากเสียงหัวเราะและถอนหายใจ ทั้งสามคนกลับไปเยาะเย้ยตัวเองด้วยมื้อดึกแบบประหยัด ในห้องเล็ก ๆ ของหอพักที่เต็มไปด้วยกลิ่นหมูปิ้งและเสียงหัวเราะ
เสียงโทรศัพท์กระทบพื้น หล่นจากโต๊ะไผ่ “ฮัลโหล พี่ดิน! งั้นคืนนี้หอพักบ้านเลขที่ 88 ไม่มีเจ้าบ้านตัวจริงใช่มั้ย?”
ปลายสายหัวเราะเสียงยาว “ใครคือเจ้าบ้านล่ะน้อง จริง ๆ เจ้าบ้านที่แท้ก็คือทุกคนในหอเนี่ยแหละ อยู่ด้วยกันแบบนี้ทุกวัน ไม่ต้องกลัวหนี้อะไรหรอก หนี้มิตรภาพน่ะ ยิ่งเยอะยิ่งดี”
ทั้งสามนั่งฟัง ยิ้ม ๆ พร้อมกับเสียงหมูปิ้งไม้สุดท้าย ไผ่พูดขึ้นมา “สรุปว่าซองจดหมายหนึ่งซองทำให้เราตื่นเต้นไปได้ทั้งวันนะเนี่ย”
ยอดขำ “เออ คราวหน้าถ้าจะให้ตื่นเต้นขอแค่เบอร์ล็อกอินเตอร์เน็ตก็พอ”
ภูผายิ้ม “แต่ถ้าไม่มีเจ้าบ้านจริง ๆ งั้นเราก็ไม่ต้องกลัวถูกเปิดเผยอะไรอีกแล้วล่ะเนอะ”
เสียงหัวเราะสามคนลอยออกนอกห้องในที่สุด ปิดฉากอีกค่ำคืนที่บ้านเลขที่ 88 กับความอบอุ่นของความไม่รู้และมิตรภาพที่แปรเปลี่ยนความปั่นป่วนเป็นเสียงหัวเราะ
เช้าวันต่อมา ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม—แต่กับสามหนุ่มผู้เรียนรู้ว่า มิตรภาพ ไม่ต้องรู้ว่าหนี้ใคร แค่มีซองจดหมายแบ่งหมูปิ้งด้วยกัน ทุกปัญหาก็น่าขำไปหมด