เช้าวุ่นวายกับบ่ายเข้าใจผิด: ปฏิบัติการตามหากระเป๋าในรั้วมหาลัย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในร้านกาแฟเล็ก ๆ ตรงหัวมุมมหาวิทยาลัย ถึงเวลาบ่ายโมงตรง บิวนั่งจ้องจอมือถือพลางเครียดว่าใกล้จะสอบ แต่กลับลืมไปแล้วว่าวันนี้คือวันส่งรายงานคณิตเพิ่มเติม ซันเพื่อนซี้ผู้มั่นใจออฟเดอะเยียร์เดินมาพร้อมขนมปังกล้วยหอมที่ซื้อจนเจ้าของร้านจำชื่อได้ ทันทีที่ซันทิ้งตัวนั่งลง เสียงฝนก็โปรยเม็ดหนักลงมา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“บิว แกอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เช้าหรอ ทำไมหน้าเครียดขนาดนี้วะ?” ซันรีบบรรเลงขนมปังเข้าปากพร้อมดูบิเหมือนกำลังวิเคราะห์รายงานข่าวอาชญากรรม
“วันนี้ส่งงานนะเว้ย แต่… เฮ้ย! กระเป๋ากูอยู่ไหนวะ?” บิวแทบจะกระโดดจากเก้าอี้เมื่อเห็นว่ากระเป๋าสีฟ้าของตัวเองหายไปจากใต้โต๊ะ
ซันหันมามอง กระพริบตาช้าเหมือนในมิวสิควีดีโอ “ลืมบนชั้นเรียนหรือเปล่า?”
“ไม่! ชั้นถือออกมาด้วย เดี๋ยวนี้ของสำคัญหมดเลยนะ แถมมี…”
บิวหยุดพูด เมื่อเริ่มวิตกว่าในกระเป๋านั้นไม่ได้มีแค่สมุดเรียนและสอบ แต่ดันใส่เอกสารสีขาวบางอย่างที่แม่บอกให้เก็บให้ดี บิวลืมไปว่าคืออะไร
ซันหยิบขนมปังอีกชิ้นยัดปาก บ่นเหมือนนักสืบที่หยิบเคสแปลกข้ามชาติ “อย่าบอกนะว่า…มีของสำคัญสุดยอดอะไรงั้น?”
บิวพยักหน้าเร็วเกินเหตุจนขนตาแทบสั่น
“ยังไงก็ต้องเจอ กลับไปหาเลยมั้ย… แต่ร้านกาแฟนี้คนเยอะเว่อร์ เดี๋ยวช่วยถามให้!” ซันเดินไปตรงเคาน์เตอร์พูดคุยแต่กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงเพราะเสื้อยืดของซันมีลายน้องหมาน้อยที่ใส่แว่นจนบาริสต้าหลุดขำออกมา
ตอนที่ทั้งสองจะออกจากร้าน เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นจากมุมเจาะข่าวของร้าน “มีใครลืมกระเป๋าสีฟ้ามั้ยฮะ!” แต่ทันทีที่บิวดีใจจะยกมือรับ หญิงสาวคนหนึ่งใส่ชุดนักกิจกรรมชื่อกุลก็วิ่งไวกว่า หยิบบางอย่างจากโต๊ะแล้วเดินออกจากร้านหน้าตาเฉย
บิวกับซันสบตากัน ซันว่า “นั่นมันนักกิจกรรมปีสามชื่อกุลปะวะ?”
บิวร้อง “ฉิบ…เอ้ย! กุลเข้าใจผิดคิดว่าเป็นของตัวเองใช่ปะ! นั่นของเรา!”
ทั้งสองรีบวิ่งฝ่าสายฝนตามกุลไป เปียกแบบไม่รู้ตัว แผนการเริ่มต้นง่าย ๆ กลายเป็นเรื่องยาก เพราะกุลชอบเดินทางลัด ผ่านสนามบาส เข้าหลังโรงยิม สุดท้ายก็หายไปในตึกกิจกรรม
ซันหอบแฮ่ก พยายามโทรหากุลแต่เบอร์โทรไม่ถูกต้องเพราะบิวดันเมมชื่อกุลไว้ว่า “กุลแฟนใหม่ดิว (มั้ง)”
“โทรไม่ติด แกเมมชื่อคนอย่างนี้เหรอ บิว!”
“มันสับสนนี่! เราเจอกุลไม่บ่อย มันอยู่คนละคณะ จะตามยังไงวะ!”
บิวยืนเกาหัว ซันเสนอ “ไปตึกกิจกรรมเลยมั้ย? เขาต้องเอากระเป๋าเข้าไปเก็บแน่นอน”
ทั้งคู่ตัดสินใจไปตึกกิจกรรมอย่างระแวงเพราะรู้ว่ากุลเป็นหัวหน้าชมรมหมากล้อม ชมรมที่หวงของส่วนตัวมาก ทุกคนในนั้นเคร่งเครียดตลอดเวลาและไม่ชอบคนนอกเข้ามายุ่งวุ่นวาย
ที่หน้าตึกกิจกรรม บิวลังเล ซันว่า “แกมัวรออะไร! เดี๋ยวเค้าโยนเอกสารเราไปไหนหรอก!”
บิวรวบรวมความกล้าพร้อมเดินเข้าไป แต่คนในชมรมหมากล้อมยิ้มเย็นเยียบแบบไม่ไว้ใจ ตั้งแต่ก้าวแรกที่บิวเข้าไปก็ถูกสาวรุ่นพี่ชื่อพี่ม้วยทักทันที
“มีธุระอะไรเหรอคะ? นี่ชมรมหมากล้อม ไม่ใช่มินิมาร์ท” พี่ม้วยยิ้มหวานให้แต่สายตาไม่ยอมละจากกระดานหมากล้อม
ซันรีบสวน “เอ่อ…คือ พอดีเพื่อนผมลืมกระเป๋า สีฟ้า มีเอกสารสำคัญครับ เห็นใช่มั้ย”
พี่ม้วยคิดอยู่ครู่ ก่อนตอบแบบจริงจัง “เหรอคะ? ถ้างั้น กรุณาตั้งแถวรอรับกระเป๋า เดี๋ยวจัดพิธีทางการให้” พูดเสร็จชมรมก็หัวเราะเงียบ ๆ กันเองเหมือนแกล้งรับน้องใหม่
บิวกับซันประหลาดใจ เงียบไปสามวินาที กลัวว่าจะถูกแกล้งเลยถอยหลัง
ทันใดนั้น กุลเดินออกมาพร้อมกระเป๋า บิวรีบพุ่งตัวไปชี้
“ขอโทษค่ะ! กระเป๋าอันนั้นเป็นของเรา…ขอคืนได้มั้ยคะ?”
กุลหันมายิ้มขอโทษ วางกระเป๋าบนโต๊ะ “ขอโทษทีค่ะ เห็นวางอยู่เลยคิดว่าเป็นของชมรม ดีนะที่ยังไม่ได้แกะดูข้างใน”
บิวยิ้มชื่นใจ จะหยิบกระเป๋าคืนแต่พี่ม้วยดันสวนขึ้น “ขอรบกวนเปิดกระเป๋าตรวจหน่อยค่ะ ตามกฎของชมรม”
บิวชะงัก ซันรีบขัด “จริงเหรอครับ มีกฎแบบนี้ด้วยเหรอ?”
พี่ม้วยเล่นใหญ่ “อ้าว หรือจะทิ้งไว้ให้ชมรมดูแลแทนก็ได้นะคะ”
ซันกระซิบกับบิว “เอาในดี ๆ เปิดเลย ไม่งั้นยาว!”
ทันใดนั้นบิวเปิดกระเป๋า พร้อมทุกสายตาของชมรมที่จ้องมอง ข้างในมีสมุดโน้ต รายงาน และซองเอกสารขาวที่ดูพิศวง ซันชี้ทันที “นั่นแหละ! ซองนี้แน่ ๆ!”
ก่อนที่บิวจะหยิบซองออกมา กุลถามขึ้น “ข้างในมีอะไรเหรอ ดูสำคัญมากเลย”
บิวฝืนยิ้ม “เป็นเอกสารสูตรขนมปังกล้วยหอมของแม่เราเอง…ฮะๆ”
ซันถึงกับสำลักน้ำลาย “คือแกทำให้เราวิ่งฝ่าฝนระทมเพื่อสูตรขนมปังกล้วยหอมเนี่ยนะ!”
บิวหน้าแดงแต่แอบขำ “แม่เราขู่ว่าใครหายจะอดกินครึ่งปี และมันเป็นต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ!”
ทุกคนในชมรมหมากล้อมพากันหลุดขำ กุลส่งคืนกระเป๋าแบบงง ๆ
ซันกึ่งโกรธกึ่งขำ “เรื่องเล็ก ๆ ในมือแก ทำไมกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้วะเนี่ย!”
ทั้งคู่เดินออกมาจากตึกกิจกรรมพร้อมหัวเราะเจื่อน บิวพูดเสียงเบา “ขอบคุณที่ช่วยนะ ถึงจะซวยเพราะเราก็เถอะ”
ซันยักไหล่ “ก็ดีแล้ว เอาไว้คราวหน้าจะเมมชื่อเพื่อนเป็นภาษาไทยหมด!”
บิวตบบ่าเพื่อนเบา ๆ มองเอกสารขนมปังกล้วยหอมในมือด้วยความโล่งใจ
สายฝนซาไปแล้ว แสงแดดอ่อน ๆ ทอดเงาผ่านร้านกาแฟเดิม ทั้งคู่กลับไปนั่งที่ร้านเดิม ซันถาม “แล้วสูตรนี้ของแม่เขียนว่าอะไรบ้างเหรอ ขออ่านสิ”
บิวเปิดซองอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เอาเอกสารออกมาก็เจอแค่วาดรูปกล้วยใส่แว่นกับประโยค “อย่าลืมซื้อนมกลับบ้านนะลูก”
ทั้งสองมองหน้ากันเงียบ ๆ ก่อนหลุดหัวเราะไม่มีเหตุผล
เสียงฝนในความทรงจำแปรเป็นเสียงหัวเราะและขนมปังกล้วยหอมในวันดี ๆ ที่ดูเหมือนจะวุ่นวายแต่สุดท้ายก็เป็นเพียงวันอบอุ่นอีกวันหนึ่งในมหาวิทยาลัย
ซันเอื้อมมือหยิบขนมปัง “โชคดีแกนะ ที่กระเป๋านี้ไม่ได้หายไปครึ่งปีจริง ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นอดกินแน่!”
บิวยักคิ้มส่งท้าย “คราวหน้าถ้าหายอีก จะฝากกระเป๋าไว้ที่ชมรมหมากล้อมเลย!”
ทั้งร้านต่างหัวเราะ แม้ไม่รู้ว่าเรื่องขนมปังกล้วยหอมนั้นมีความสำคัญแค่ไหน แต่วันธรรมดาวุ่น ๆ กลายเป็นความทรงจำที่ทั้งอบอุ่นและน่าขำ