หอพักวายวุ่นกับภารกิจต้นไม้ (ไม่) ประจำหอ
เสียงโทรศัพท์กระตุกปลุกโอ๊ตให้ผวาตื่นก่อนแสงแดดยามเช้าจะพุ่งเข้าเต็มผ้าม่านในห้องแคบ ๆ ของหอพัก “โอ๊ต! วันนี้นายเวรดูแลต้นไม้หน้าหอ คืนนี้ถ้าต้นไม้ตาย ฉันจะรู้!” เสียงเข้มแบบไม่ต้องดูหน้าก็รู้ว่าเป็นพี่นุ่น พี่ดูแลหอพัก ผู้มีสายตาประหนึ่งเหยี่ยวไฮเปอร์ด้วยความจริงจัง Oat ตาเหลือกขณะที่อ่านข้อความ ยังไม่ทันลุกจากฟูกก็ชิงตอบกลับแบบมั่นใจเกินอัตราศึกว่า “โอ้ะ! กระจอกขนาดนี้ ใคร ๆ ก็ทำได้ ง่ายจะตาย!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ยังไม่ทันล้างหน้า เขาก็เดินลงบันไดมาเจอกับกล่องกระถางศิลป์สไตล์ไม่ชวนเชื่อตั้งตรงกลางห้องโถง ใบไม้ซีด ๆ ที่ดูจะบอบบางยิ่งกว่านักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งสอบครบสิบวิชา โอ๊ตยืนเท้าสะเอว พยายามหาจังหวะเบ่งความเหนือเข้าไว้ ทั้งที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อพันธุ์ต้นไม้ตรงหน้า “เอ้า เอางี้แหละ!”
มิน เพื่อนร่วมห้อง ผู้มีนิสัยชอบคิดมากและบันทึกชีวิตใส่โน้ต แวบเข้ามาสะกิด “แน่ใจนะว่ารดน้ำถูกวิธี? กลัวจะ… เดี๋ยวมันเฉาเหมือนตอนนายเลี้ยงปลาทองหรือเปล่า?” โอ๊ตหน้าตึง แต่ยังเล่นบทหัวโจก “แค่รดน้ำ ใช้สมองมากก็เกินดิค้าบ!”
มินลอบกลอกตา แล้วหยิบมือถือขึ้นค้น Google “เขาบอกว่าต้องใช้น้ำสะอาด อุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนเกิน ไม่เย็นเกิน…” โอ๊ตพึมพำ “เดี๋ยวนะ แล้วเราจะแยกน้ำร้อนกับน้ำห้องยังไงวะ?”
จู่ ๆ เสียงเพื่อนข้างห้อง ชื่อยอด นักศึกษาจอมซุ่มซ่ามแต่ใจดีโผล่มาพร้อมถุงกาแฟ “ต้นไม้อะไรอ่ะ? กินได้ป่าว เหมือนมีใบอะไรแปลก ๆ ด้วย โอ๊ต ดูแลเหรอ?”
โอ๊ตเซ็งเล็ก ๆ แต่แกล้งเหมือนรู้ทุกอย่าง “เออ ต้น…ต้น…ต้นอะไรสักอย่าง ผู้ดูแลฝากไว้ รดน้ำง่ายจะตาย” มินหรี่ตามองปิ๊ง “แต่สีก้านมันแปลกนะ ถ้าเป็นไวโอเล็ต ควรปลูกกลางแจ้ง…หรือเปล่า?” ยอดยื่นกาแฟเข้ามา “จะลองเทกาแฟลงไปรดมั้ย เผื่อสดชื่น!” โอ๊ตรีบเบรก “อย่านะเฟ้ย! จะโดนด่าเพราะกาแฟแกแน่!”
โอ๊ตตัดสินใจรดน้ำ – แต่เพราะเหม่อคิดอะไรในหัวเลยเผลอเทน้ำเต็มล้นจนแก้วกระถางฉ่ำโอเวอร์ พอดีพี่นุ่นเดินเข้ามา ยิ้มมุมปาก “เห็นแว่ว ๆ ว่าวันนี้จะมีคนดูแลต้นไม้คนเก่ง ขอให้โชคดีนะโอ๊ต หมายเหตุ…ถ้ามีอะไรผิดปกติ ฉันจะรู้!”
ทันใดนั้นสายตาโอ๊ตก็ไปเจอว่ามีเศษใบที่ดูเหี่ยวมากขึ้นกว่าเดิม มินเดินเข้ามาตบไหล่ “นี่แน่ใจนะว่ามันไม่ใช่ต้นไม้แบบต้องแสงแดด?” โอ๊ตเริ่มร้อนใจแต่ยังเล่นบทมั่นใจ “เอาน่า รอดแน่นอน ไง ๆ ก็ต้นไม้ ถ้าฉันดูแลยังไงก็ไม่ตาย!”
ตกเย็น อาการของต้นไม้ก็แย่ลงแต่โอ๊ตยังไม่กล้ายอมรับความจริง เขาตัดสินใจโทรหาบาส เพื่อนอีกคนที่ปลูกแคคตัสจนฟอร์มห้องกลายเป็นสวนทะเลทรายย่อม ๆ “บาส ต้นไม้เป็นอะไรไม่รู้วะ ใบเฉาเหมือนตอนเพื่อนอ่อยหญิงแล้วเฟล” บาสหัวเราะกรุ๊งกริ๊ง “บ้ารึเปล่าวะ นายให้น้ำเท่าไร?” โอ๊ตเสียงอ่อย “ก็เยอะอยู่…แต่คิดว่าไม่น่าเกิน”
บาสแนะว่าให้เอาต้นไม้ออกไปตากลม โอ๊ตก็ลากกระถางออกดาดฟ้าอย่างเนียน ๆ เพื่อไม่ให้พี่นุ่นรู้ แต่บังเอิญชุดห้องข้าง ๆ เห็นเข้า เข้าใจผิดคิดว่าโอ๊ตจะทิ้งต้นไม้เลยอบรมยาวเหยียดเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ “เฮ้ย ของหอ เขาให้ปลูก ต้องถนอมไม่ใช่โยนทิ้ง!”
โอ๊ตหน้าเหวอ อิดออด “เปล่า ๆ จะเอาไปโดนแดด…” แต่ไม่มีใครฟัง ต่างคนต่างสอนกันวุ่นไปหมด มินเดินมาเห็นถกมือ “นี่ใช่เวลาออกความคิดเห็นกว่าเขาไหม?” ยอดหัวเราะบอก “ของฟรีใครก็หวง จริงปะ?”
ขณะนั้นเอง ฝนเริ่มตั้งเค้า โอ๊ตร้อนรน ยิ่งรีบยิ่งพลาด ลื่นเกือบทำต้นไม้ตก จนบาสรีบพรวดมาช่วยรับกระถางแทบไม่ทัน กระถางกระเด็น ใบหลุดอีก กระถางรอยร้าวดังจัง ๆ โอ๊ตเริ่มทำหน้าซีด
ตอนกลางคืน โอ๊ตฟุ้งซ่าน นั่งกุมหัวในห้อง มินกับยอดนั่งตรงข้าม “แล้วจะเอายังไง? ถ้าพี่นุ่นรู้ นายตายแน่…” โอ๊ตอ้อมแอ้ม “เปลี่ยนต้นใหม่ปะ ไม่รู้หรอก?” มินสะอึก “แล้วเราจะหาต้นอะไรมาเหมือนกัน…” ยอดคิดหนัก “ไปขโมยในสวนข้างล่างไหม?” มินทำตาโต “นี่มันผิดนะ!”
โอ๊ตถอนใจ “หรือว่าจะบอกตรง ๆ ดีวะ?” มินพูดเสียงเบาแต่จริงจัง “จะบอกเหรอ? รับผิดนี่นะ?” ยอดฮึดขึ้น “ไม่เอาชัวร์ ฉันไม่อยากถูกปรับหอ!”
กลุ่มเพื่อนคิดจนหัวแตก สุดท้ายโอ๊ตดื้อแพ่งเดินไปดูลานหออีกที—จู่ ๆ พบว่าต้นไม้ทุกกระถางที่หอก็กำลังมีปัญหา ใบเฉา ๆ เหลือง ๆ เหมือนกันหมด! โอ๊ตนั่งลงมองด้วยความสิ้นหวัง มินสังเกต “ดูเหมือนจะไม่ได้ผิดที่นายคนเดียวนะ…”
ยอดชะโงกหน้ามา “หรือเป็นโรคระบาดต้นไม้เปล่า?” บาสตบท้าย “แล้วทำไมทุกคนต้องโทษโอ๊ตคนเดียวด้วย??” โอ๊ตหน้าเจื่อน “เพราะฉันมันเวรกรรมตัวปัญหาอยู่แล้ว…”
กลุ่มเริ่มมีไอเดีย วางแผนบอกความจริงกับพี่นุ่น พอพี่นุ่นมา โอ๊ตตั้งใจสารภาพ แต่จังหวะนั้นเอง คุณลุงเจ้าหน้าที่หอมาซ่อมท่อน้ำ แล้วพูดโพล่งกลางวง “เมื่อคืนตั้งแต่ตัดน้ำมาซ่อม ท่อดูดน้ำในลานหอก็แปลก ๆ น้ำไหลช้า ไม่ถึงต้นไม้ทุกกระถาง!”
สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือไม่ได้มีใครผิดที่การรดน้ำเลย—มันเกิดจากท่อน้ำเสียของหอนั่นเอง!
หลังจากข้อเท็จจริงเปิดเผย ทุกคนหลุดขำกับความวุ่นวายแบบไร้สาระ มินถอนหายใจ “จริง ๆ ถ้าทุกอย่างจะยุ่งกว่านี้ ฉันคงต้องขออพยพหนีจากหอนี้ไปเลย…” ยอดหัวเราะ “แต่ก็หนีท่อน้ำเสียไม่ได้ใช่ไหม?” โอ๊ตหัวเราะพรืด “สุดท้าย ต้นไม้ยังอยู่ แต่ศักดิ์ศรีคนดูแลเนี่ย…จะว่าไงดี”
พี่นุ่นเดินมายิ้ม ๆ “โชคดีที่ยังไม่มีต้นไหนตาย ที่สำคัญคือรู้จักรับผิดชอบและช่วยกันแก้ไข ถ้าทุกคนร่วมมือแบบนี้ ฉันก็วางใจในพวกเธอ”
กลุ่มเพื่อนมองหน้ากัน ยิ้มแก้มปริ เดินกลับห้องพร้อมเปิดประเด็นว่าจะทำอาหารเย็นอะไรดี โอ๊ตรำพึง “อย่าบอกนะว่าแค่ทำอาหารจะมีภารกิจมหาวุ่นอีก…” ทั้งห้องหัวเราะขึ้นพร้อมกัน มินสรุป “ขอแค่ไม่มีงานดูแลต้นไม้ พวกเราก็รอดแล้วจริงปะ?”
เสียงหัวเราะแผ่วเบาเจือด้วยความสุขของมิตรภาพ ความซวยที่กลายเป็นเรื่องขำ และภารกิจที่ไม่มีวันจบในหอพักแห่งนี้