เพื่อนร่วมหอ…ใครกันแน่คือคนแปลก
เสียงนาฬิกาปลุกจังหวะแปลก ๆ ดังระงมขึ้นในห้องพักเล็ก ๆ ของหอพักหญิงชั้น 3 ผิงลุกพรวดจากเตียง ทั้งที่แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอหยิบสมุด “แผนชีวิตประจำวัน” มาทบทวนตารางเวลาที่เธอจดไว้อย่างประณีตทุกคืน “7:05 ตื่นนอน 7:07 เข้าห้องน้ำ 7:12 กินน้ำ 300 มล.”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะที่เธอจ้องเข็มวินาทีอย่างเคร่งเครียด ประตูกลับเปิดออกอย่างกะทันหัน เอ๋ – สาวแว่น ผมยุ่ง ๆ ในชุดนอนลายกบ เดินงัวเงียออกมา ทิ้งรอยขยี้ตาดัง ๆ “ทำไมต้องตื่นตรงนาทีด้วย ผิง นาฬิกาแกดังจะปลุกคนทั้งตึกอยู่ละ”
“นี่มันเวลาแห่งประสิทธิภาพ ถ้าเริ่มวันดี วันจะดี!” ผิงตอบเสียงหนักแน่น พลางยื่นขวดน้ำให้เอ๋อย่างไม่ถามก่อน
“ชั้นกินตอนหิว ไม่ใช่เพราะตารางใครกำหนด” เอ๋บ่นอุบ นั่งลงบนเบาะโยกเก่า ๆ ของเธอ ซึ่งส่งเสียงโครก…โครก…
ผิงจ้องขวับ “เบาะทำเสียงดังอย่างนั้นได้ยังไง?” เอ๋เมินหน้า “เบาะของเพื่อนมันร้องเพลงตอนอารมณ์ไม่ดีไง”
ท่ามกลางบรรยากาศระหว่างคนสองโลก ผิงผู้ชอบทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ กับเอ๋ที่ดูเหมือนไม่แคร์อะไรเลย ต่างคนต่างจับตามองกันด้วยความตงิดใจปนน้อยใจ อย่างไม่มีใครพูดถึงจริง ๆ
เช้าวันจันทร์ ปัญหาก็มาเยือน เมื่อผิงสังเกตเห็นสายไฟกาน้ำร้อนพันกันยุ่งเหยิง โปรเจกเตอร์ถูกวางห้อยออกนอกโต๊ะ ผิงคั้นเสียง “เอ๋! แกจะแก้ของที่ชั้นจัดทำไมอีกแล้ว?”
เอ๋ตอบเสียงเรียบ “ก็ชั้นจะต่อปลั๊กโทรศัพท์ ชั้นไม่ถนัดใช้ปลั๊กสองตา เห็นบนโต๊ะมันโล่งดีนี่”
ผิงกัดฟัน ยกโปรเจกเตอร์กลับไปวางแบบตรงเป๊ะ เขียนลงสมุดทันที “เอ๋: 3 ครั้งในสัปดาห์นี้ที่เปลี่ยนของในห้อง ชี้ชัดว่าเป็นนิสัยประจำ”
เอ๋แอบเห็นสมุดของผิง ขมวดคิ้ว “ทำไมต้องมีสมุดบันทึกแบบนักสืบขนาดนี้? กลัวเพื่อนเป็นโจรเหรอ?”
“เผื่อวันไหนของหายจะได้รู้ใครเป็นคนขโมย” ผิงบอกจริงจัง แม้ความจริงไม่เคยมีอะไรหายเลย… ยกเว้นถ่านรีโมตทีวีที่เอ๋แอบเอาไปเปลี่ยนวิทยุของตัวเองเมื่อวาน (แต่ยังไม่ได้สารภาพ)
ระหว่างนั้น เสียงไลน์จากกรุ๊ปหอพักก็ดังขึ้น “เตรียมตัวงานซ้อมหนีไฟ! พรุ่งนี้บ่ายสาม ห้ามผิดนัด”
ผิงหันขวับทันที “เอาแล้ว งานแบบนี้ต้องวางแผนล่วงหน้า… เอ๋ แกเตรียมอะไรยัง?!”
เอ๋ยักไหล่ “ซ้อมก็แค่เดินลงบันไดใช่มั้ย ผิดอะไรก็แค่โดนดุ”
ผิงหน้าตึง “แกรู้มั้ย ถ้าเหตุฉุกเฉินคือของจริง… วินาทีเดียวก็ชี้เป็นตาย! งานนี้ ชั้นขอเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชาการ”
เอ๋กลอกตา แต่เห็นสีหน้าผิงจริงจังเลยไม่กล้าแซวไปมากกว่านี้
กลางคืนก่อนวันซ้อม ผิงวางแผนละเอียดทั้งเส้นทางลัด กลยุทธ์ซ่อนเงิน เจลล้างมือฉุกเฉิน ท่ามกลางเสียงเอ๋ที่เปิด podcast สาระวิทยาศาสตร์เรื่อง “มนุษย์ต่างดาวชอบกินเค้กจริงหรือไม่” อย่างไม่สนใจโลก
ผิงขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “ขอร้องปิดไฟหน่อย จะเขียนแผนแล้วแสบตา”
เอ๋สวน “ชั้นกำลังจะจดสูตรเค้กมนุษย์ต่างดาว แกก็แสบตาชั้นเหมือนกัน”
สุดท้ายจบลงด้วยการเอาถุงดำกั้นกลางห้อง ทุกคนยืนอยู่คนละฝั่ง ต่างคนต่างพึมพำกับตัวเอง
รุ่งเช้า ผิงเดินสำรวจระยะทางบันได เตรียม stopwatch วัดเวลาจริง ขณะที่เอ๋นั่งเล่นเกมมือถือ สายตาเหลือบดูเพื่อนร่วมห้องด้วยความห่วงแบบปากแข็ง
ผิงสะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปติดประตู เอ๋เงยหน้าขึ้นมา “ชั้นว่าถ้าเป็นไฟไหม้จริง แกคงตกบันไดไปก่อนพอดี”
ผิงลุกมาอย่างเสียฟอร์ม “ถ้าไม่ล้มวันนี้ วันจริงคงไม่ล้ม!”
วันซ้อมมาถึง หัวหน้าหอประกาศเสียงเข้ม “พร้อมแล้วให้ทุกคนรวมตัวหน้าประตูหอ ใครสายหักคะแนนความประพฤติ”
ผิงเช็คเช็คลิสต์ โวยวายใส่เอ๋ “เอ๋เอาผ้าห่มของชั้นใส่ถุงของตัวเองทำไม! นั่นผ้าห่มกันไฟของชั้น!”
เอ๋ตอบ “ผ้าห่มแกดีสุดในห้อง อยู่ด้วยกันขนาดนี้ ใช้ร่วมกันบ้างจะตายไปเหรอ?”
ทั้งคู่โต้เถียงกันจนเพื่อนห้องข้าง ๆ ออกมาดูอย่างปลง ๆ บางคนแอบอัดคลิป โพสต์ลงกรุ๊ปว่า “หาคนกลางเคลียร์หน่อยมั้ย”
สัญญาณซ้อมดังขึ้น ทุกคนวิ่งจ้าละหวั่น ผิงถือแผนผัง หน้าตาติ๊งต๊องตามคาด ส่วนเอ๋กลับตามไม่ทันต้องตะโกนถาม “แผนแกคืออะไรแน่!?”
ผิงยื่นกระดาษยับ ๆ ให้ “นี่แผนA ถ้าไฟไหม้ใกล้ห้องน้ำ ให้หนีซ้าย ถ้าไฟไหม้ตรงบันได ให้ซ่อนใต้โต๊ะ ทางเข้าออกมีสามซอก แต่ต้องตะโกนว่า ‘เอ๋’ ก่อนทุกครั้ง!”
เอ๋นิ่งไป 2 วิ ก่อนถาม “แล้วถ้าไฟไหม้ตรงประตูออกหมดเลย จะเก็บแผนแกไว้นานแค่ไหน?”
ทุกคนขำ เอ๋หันไปแซวเพื่อนห้องข้าง ๆ “เห็นมั้ย วางแผนยังไงก็เจอปัญหาทุกที”
การซ้อมหนีไฟเต็มไปด้วยเสียงโวยวายระหว่างเพื่อนร่วมห้องคู่นี้ เอ๋วิ่งหนีสุดชีวิตลืมของ ส่วนผิงลืมปิดเตารีดจริง พอออกไปหน้าหอถึงนึกได้
เพื่อนห้องข้าง ๆ สะกิด “พี่ผิง เตารีดยังเสียบอยู่ปะ?”
ผิงเบิกตาโต เอ๋ถอนหายใจลากเพื่อนกลับไปปิด
หลังซ้อมเสร็จ เพื่อน ๆ แซวว่าคราวหน้าซ้อมเถียงให้ทันไฟไหม้ก่อนจะดีกว่า แต่ทั้งสองต่างไม่สะทกสะท้าน
คืนวันนั้น สองสาวกลับบ้านพร้อมรอยช้ำเล็ก ๆ จากการวิ่งชนของจริง ผิงเปิดสมุดแผนชีวิต เพิ่มรายการใหม่ “เถียงกับเอ๋นำไปสู่แผนรอดตาย(ชั่วคราว)”
เอ๋นั่งเดาะเค้กบนจานพูดลอย ๆ “ชั้นว่าโลกนี้แบ่งคนออกเป็นกลุ่มวางแผน กับกลุ่มเดินตามใจเดี๋ยวก็ดีเอง…แกเป็นกลุ่มแรก ชั้นเป็นกลุ่มหลังแต่ยังอยู่รอดนะ!”
ผิงสบตาเอ๋ “แต่วันนี้ แกช่วยชั้นปิดเตารีดกับลากออกมาได้ไวที่สุดในห้องนะ เพื่อนสุดแปลกของชั้น”
เอ๋หัวเราะ “สุดท้าย ใครแปลกกันแน่วะ? ชั้นหรือแก หรือเราคือทีมแปลกรอดชีวิต?”
ทั้งสองคนหัวเราะ เงียบลงพร้อมกัน ท่ามกลางแสงจันทร์ทอดผ่านม่านหน้าต่าง เสียงเบาะโยกโครก…โครก คล้ายจะดังขึ้นอีกนิด
เอ๋หันมา “ผิง พรุ่งนี้แกจะเขียนแผนอะไรอีก?”
ผิงยิ้มเจ้าเล่ห์ “แผนกำจัดเพื่อนร่วมหอที่ไม่ชอบกินน้ำตอน 7:12!”
เอ๋ทำหน้าเหลอ ๆ ส่ายหัว แต่ก็ยอมลุกไปหยิบขวดน้ำมาตั้งแต่คืนนี้แบบเหนื่อยใจ ส่งมุกเบา ๆ ว่า “เดี๋ยวชั้นเอาไปคุยกับมนุษย์ต่างดาวว่าดื่มตอนตีสามแทนได้มั้ย?”
เสียงหัวเราะเบา ๆ สุดอบอุ่นปิดฉากคืนวุ่น ๆ ที่ใครก็ไม่อาจฟันธงได้ว่า ใครกันแน่…คือคนแปลกในห้องนี้