รุ่นพี่หอใน & คู่ซี้ห้องแปลก
เสียงร้องเอะอะหน้าห้อง 206 ฝ่าเข้ามาเวลาค่ำในวันเปิดเทอมใหม่ ดนัยลากกระเป๋าเดินเข้าห้องด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ มองกุญแจในมือที่มือสั่นนิด ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ปีหนึ่ง? มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงเข้มดังจากในห้องทำเขาสะดุ้ง ดนัยหลับตาลึกซึ้ง พลางนึกถึงคำเตือนรุ่นพี่ปีสามเมื่อชั่วโมงก่อน “ระวังไว้นะ ห้อง 206 รุ่นพี่นนท์เขาเหมือนจะมีอะไรแปลก ๆ…แต่เจ้าตัวไม่รู้ตัว”
ดนัยสูดลมหายใจ เสียงประตูบานแรกเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นรุ่นพี่นนท์—เสื้อยืดซีดกับผมยุ่ง ท่าทางเหมือนเล่นกล้ามที่บ้านมานานแต่เมินเรื่องซักผ้า
“เอ่อ…ผมดนัยนะครับ ปีหนึ่ง พึ่งย้ายมาวันนี้”
“ผมนนท์ อยู่ฝั่งขวา…อย่าโยนของฝั่งนี้ ของกินอย่าทิ้งในตู้เย็นผมก็พอ”
“ครับ…แล้ว เอ่อ พี่ชอบแมวไหมครับ?”
“หืม? ไม่มีแมวหรอก…แต่ได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ก็บอกด้วยละกัน”
ดนัยพยักหน้า ทั้งที่รู้ว่ากำลังจะมีเรื่องเกิดแน่ ๆ
ข้ามคืนแรก ดนัยได้นอนหลังเที่ยงคืนเต็มไปด้วยความอึดอัด เงียบ…จนเสียงข่วนตึงตังราวกับแมววิ่งขึ้นฝ้าเพดาน
“พี่นนท์! มีเสียงข่วนครับ!”
“หลับไปเถอะ เสียงท่อแหละ”
“แต่…มันคล้ายแมวมากเลย”
“สงสัยแม่บ้านซ่อมห้องข้างบนมั๊ง”
เช้านั้น ดนัยตื่นสายเพราะนอนไม่หลับ รีบคว้าเสื้อผ้าจะไปอาบน้ำ เจอข้อความจากนนท์แปะไว้หน้าตู้เย็น “ไม่แบ่งขนมก็ขอให้หาย ซึ่งขนมแล้วนะ”
“พี่ไม่แบ่ง แต่นรกเริ่มจากขนม?” ดนัยพึมพำ ตั้งใจจะไม่กินขนมนนท์จริง ๆ
ช่วงเย็น ดนัยยังคาใจกับเสียงแมว เฟซบุ๊กกลุ่มหอพักฮือฮาถึง “ผีแมวห้อง 206” ดนัยรีบเข้าไปตอบใต้โพสต์ “เสียงแน่ ๆ ครับ น่ากลัวกว่าตุ๊กแกอีก!”
ไม่กี่นาที ข้อความกระจายไปทั่วหอ หัวข้อใหม่ “ดนัย เห็นแมวผี?” ทันที นนท์เดินกลับมาจากวิ่งมาราธอน หน้ามืดกึ่งเหลือเชื่อ
“นายคุยอะไรกับคนหอ?”
“แค่บอกเรื่องเสียงน่ากลัวเมื่อคืน…”
“เพิ่งมาอยู่สองวัน ห้องขึ้นชื่อซะแล้ว”
ดนัยแก้ตัวเสียงแผ่ว “ผมแค่…”
“เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่ามันไม่มีอะไร”
คืนนั้น นนท์เดินสำรวจใต้เตียง เปิดแอร์ ปิดไฟ ดนัยแอบแช็ตขอร้องเพื่อนปีหนึ่ง “มาช่วยหน่อย เหมือนจะมีของขยับเอง” เพื่อนก็คิดว่าดนัยชวนดูหนังผีเลยตอบ “ส่งลิงก์ได้เลย”
กลางดึก ดนัยนอนผวา ฝันว่าตื่นมาเจอแมวผีสีเขียวโยนกล่องเครื่องเขียนใส่หน้า ตื่นมาเจอ…กล่องเครื่องเขียนตัวเองที่วางหล่นพื้น
เช้าวันต่อมานนท์เอาถุงขยะไปทิ้ง กลับเข้ามาเจอดนัยถ่ายเซลฟี่หน้าห้อง เห็นเองกับตาว่ามีคนโพสต์ “ดนัย เดินตอนตีสามตามหาต้นเสียง” พร้อมแฮชแท็ก #กลัวแต่กล้า
“โพสต์อะไรของนายอีก?”
“อ้าว ผมไม่ได้โพสต์นะ…เอ๊ะ หรือเปล่าเมื่อกี้…หรือคนอื่นลง”
“น่าสงสัยมากกว่าเสียงแมวอีก” นนท์ถอนหายใจและพยายามตั้งใจอ่านหนังสือสอบ แต่เสียงแช็ตกลุ่มหอแข่งกันเด้งเข้าเครื่องเขา
ช่วงสอบกลางภาค ดนัยพยายามขอคำแนะนำเรื่องเรียน นนท์ตอบสั้น ๆ “ข้อสอบวันพุธ” แต่ดนัยจำผิดเป็น “อ่านหนังสือวันพุธ” ทำให้ดนัยไม่แตะตำราเลยจนถึงคืนสอบ!
เช้าวันสอบ ดนัยตื่นมาตีห้า โวยวาย “พี่นนท์! เอกสารอยู่ไหน!” นนท์ขยี้หัว “บอกแล้วให้เตรียมเอง ฉันไม่ใช่แม่แกนะ!” ดนัยหมดหวัง พยายามโทรหาเพื่อน แต่ไม่มีใครรับสายก่อนเจ็ดโมง…โชคดีที่นนท์หาข้อสอบเก่าให้ได้ทันในนาทีสุดท้าย แต่ดนัยลืมรหัสคอมพิวเตอร์เข้าไปเปิด!
สอบจบ ดนัยบ่นเพื่อน “เสียเพราะเข้าใจผิดปะวะ ห้องนี้มันต้องมีอะไรแน่ ๆ” เพื่อนสวน “อย่าคิดเยอะ มันกลับกลายเป็นโชคดีถ้านายได้เพื่อนร่วมห้องเป็นเรื่องเป็นราวแค่นั้น”
เอาเข้าจริง ทั้งสองขัดแย้งแทบจะทุกเรื่อง นนท์ซักผ้าตอนตีสอง ดนัยร้องขอ “พี่…กลิ่นน้ำยามันแรงมาก” นนท์สวน “ก็ช่วยซักด้วยกันสิ จะได้หมดเร็ว ๆ” สุดท้ายเครื่องซักผ้าพังเพราะใส่ผ้าเกินพิกัด
ความยุ่งวุ่นขยายไปถึงกิจกรรมหอพัก มีคนเห็นดนัยกำลังยืนหอบลมหายใจหนัก ข้าง ๆ นนท์ถือขนมถุงใหญ่ ทุกคนเข้าใจว่าทะเลาะกันเรื่องขนม ทั้งที่ความจริง…ท้องเสียเพราะดนัยกินลูกเกดดิบ ๆ ก่อน”
“นายกินของฉันเหรอ?”
“เปล่านะ ผมไม่ได้กิน…แต่เห็นมันกลิ้งมาเอง”
“ตอนกลิ้ง นายหยิบเข้าปากไหม?”
“…เอ่อ…อาจจะ…”
ข่าวลือเรื่องดนัยกินของทุกคนลามไปถึงแม่บ้าน เขียนกระดาษแปะหน้าห้อง “โปรดอย่าไว้ใจห้อง 206”
นนท์บอก “เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้เองว่านายไม่ได้กินของใคร” แล้วก็คิดแผนจับมือใส่กล่องขนมพร้อมเซ็นชื่อ—แต่ลืมล็อกตู้เย็น จบด้วยแมวข้างหอแทะขนมเกลี้ยง
พอตกเย็น มีแช็ตเข้ามา “ขอหนี้นิดหน่อยนะเพื่อน ขนมหมดไวดี” ดนัยไปบ่นให้นนท์ฟัง “ใครก็ไม่รู้ ทักมาขอหนี้” นนท์คิดว่านี่เป็นรหัสลับในกลุ่มหอ เลยจัดแช็ตกลุ่มเงียบยาววันหนึ่ง
ยิ่งอยู่นานเข้า ยิ่งเข้าใจผิดกัน “จริง ๆ แล้วผมไม่ชอบเลี้ยงแมวเลยนะครับ แค่กลัวเสียงมันกลางคืน…”
“ฉันไม่ชอบขนมด้วยซ้ำ กินแค่เพราะอดไม่ได้”
“สรุปเราโดนลือเรื่องอะไรกันแน่อะเนี่ย”
“เรื่องที่ไม่ใช่ความจริงสักข้อ”
เรื่องเล็ก ๆ เริ่มบานปลาย เมื่อเจ้าหน้าที่หอเข้ามาตรวจความสะอาด พบแมวหลงเข้ามาติดอยู่ใต้เตียง 206 นนท์พยายามจับแล้วโดนข่วน ดนัยวิ่งหนีตะโกน “ของจริง! ผีแมวเป็นของจริง!” เจ้าหน้าที่กับแม่บ้านมองหน้ากันแล้วหัวเราะ
“ผีแมวอะไร มันแมวขอข้าว”
“แหะ ๆ ผมแค่ตกใจไปหน่อยครับ” ดนัยเขิน นนท์ถอนหายใจหนัก “อายแทนนะเนี่ย”
หลายวันผ่านไป ข่าวในหอลามไป “206 ครัวแตก” บ้างก็ลือว่าตั้งชมรมไล่ผี ดนัยกับนนท์เลยจัดประชุมหน้าห้องเอง นนท์แนะนำ“ข้อแรก อย่าวางขนมทิ้งไว้—ข้อสอง–ห้ามโพสต์อะไรที่ไม่รู้จริง”
ดนัยพูดเสริม “ข้อสาม ลองถามก่อนกลัว”
“ข้อสี่–หัดคุยกันให้เข้าใจดีๆ ก่อนลงเฟซบุ๊ก”
“ข้อห้า อย่าอ่านข้อสอบผิดวัน…” ดนัยหันมายิ้ม
นนท์หัวเราะ “ข้อนั้นใครพลาดเองนะ”
หลังจากความวุ่นวายทั้งหมด ทั้งคู่กลับนอนหลับเต็มตาเป็นครั้งแรก ทั้งเพราะเหนื่อยและหัวเราะจนน้ำตาไหล
“นายโอเคขึ้นยัง?”
“โอเคครับพี่…แบบว่า ถ้าไปอยู่ห้องอื่น คงไม่วุ่นแบบนี้ แต่มันก็ไม่สนุกเท่าตอนนี้หรอก”
“ยังดีที่ตอนนี้ไม่มีข่าวลือใหม่ๆแล้วสินะ”
ขณะที่วางหัวบนหมอน มือถือดนัยเด้งแจ้งเตือนกลุ่มหอ “206 มีแมวใหม่เหรอ?”
ดนัยกับนนท์สบตากันแล้วหัวเราะ
“อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผีแล้วล่ะ” ดนัยพูด
นนท์พึมพำ “ขอให้แมวอยู่ห้องนี้นาน ๆ หน่อยนะ จะได้ไม่มีห้องไหนวุ่นแทน”
เสียงหัวเราะของทั้งสองดังเบา ๆ ท่ามกลางเสียงข่วนประตู…คราวนี้ ไม่ใช่ขนม ไม่ใช่ข่าวลือ แค่แมวหาที่ซุกหัวนอนเท่านั้นเอง