เกาะระหว่างเรา
ฟ้ากระหน่ำเสียงดังลั่น ขณะคลื่นสูงสาดซัดท้องทะเลเปิดกลางคืนมืด อิฐ ชายหนุ่มเจ้าระเบียบ ทุ่มแรงพยุงแขนตัวเองกับซากไม้ลอย ร้องเรียกชื่อเพื่อนออกไปกลางเสียงคลื่นเปรี้ยง สายตาเขาลุกลี้ลุกลน สับสนและหวาดกลัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป จากชั้นดาดฟ้าเรือที่เพิ่งแย้มเสียงหัวเราะกับเพื่อนกลายเป็นความตระหนกในพริบตาเดียว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไอซ์! ไอซ์!” เสียงอิฐแหบแห้ง ขณะหันไปคว้าแขนผู้หญิงที่ลอยคลื่นไม่ห่าง ชื่อเธอคือ ไอซ์ อดีตแฟนที่เพิ่งเลิกรากันไม่นานท่ามกลางความอึดอัด แววตาเธอสั่นระริก มือข้างหนึ่งเหนี่ยวซากฝาถังไม้ไว้แน่น
ใกล้กัน ออม สาวแว่นขี้อายกำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง ท่ามกลางเสียงเด็กร่างสูงกะหร่องอย่าง แชมป์ ที่ปากดีแต่ใจอ่อน เขาตะโกนเชียร์ พยายามไม่ให้เพื่อนสาวล้มเลิกความหวัง “ขึ้นมาก่อนสิครับ! ออม ออม! ตรงนี้มันตื้น!”
เมื่อแสงฟ้าแลบเฉียดทิวไม้ลางๆ ทั้งห้าคน—อิฐ ไอซ์ ออม แชมป์ และนที นักศึกษานิติศาสตร์เจ้าศีรษะร้อน—ขึ้นฝั่งเปียกปอนไปหมด ท่ามกลางเสียงหายใจหอบและความเงียบทะเลหลังพายุ ทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา ตัวเองรอดมาได้
“พวกเราจะเอาไงต่อดี ตรงนี้…ที่ไหน?” ไอซ์ถามเสียงสั่น อิฐเดินขึ้นข้างเธอ ถอนใจลึก พยายามรวมสติ “ต้องตั้งสติ…สำรวจเกาะก่อน เราต้องหาน้ำ ของกิน แล้ว…ต้องมีที่พักซักที่”
แชมป์หัวเราะวางมาดกวน “อย่างน้อยไม่มีฉลามนะ…” ออมเบะปาก ไม่ขำ ไอซ์พยักหน้าอ่อนแรง “หวังว่าเพื่อนในเรืออีกลำจะรอด…” คำพูดค้างกลางลำคอ ไม่มีใครกล้าตอบรับ ทุกคนรู้ดี โอกาสรอดต่ำ
กิ่งไม้แห้งถูกลากมากอง ไอซ์กับออมช่วยกันเสาะหาใบไม้ อิฐพยายามตั้งกองไฟแต่ล้มเหลวหลายครั้ง นทีวางตัวเฉย แววตาแข็งกระด้าง ก้มหน้าลงในความมืด ไอซ์เดินเข้าไปหา “ร้อนใจหรอ?” เขาหลบตา “เปล่า เราแค่คิด…ถ้าไม่มีใครช่วย…”
รุ่งเช้าแรกหลังพายุ ทุกคนมองทะเลนิ่ง หวังลึกๆ ว่าจะมีเรือผ่าน ไม่มี ไอซ์หยิบสมุดพกขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง อิฐเดินเข้ามานั่งข้าง เงียบอยู่ชั่วครู่ “จะบันทึกไว้ทำไม? หรืออยากลืม” เธอยิ้มเศร้า “มันอาจเป็นสิ่งเดียวที่เราทำได้—ฝากร่องรอยไว้ เผื่อใครมาเจอ”
เวลาผ่านไป แชมป์มือไว เก็บผลไม้เปรี้ยวแปลกตาลองชิมก่อนเพื่อนจนท้องเสีย ออมต้องวิ่งหาใบสมุนไพรพอกให้ ยามกลางวันพวกเขาออกเดินสำรวจทั่วเกาะ พบแต่ปูตัวใหญ่และรอยเลือดสัตว์ทะเลบนทราย ไอซ์ชวนทุกคนเดินรอบเกาะเพื่อหาทางขึ้นสูง หวังเห็นเรือหรือควันมนุษย์ แต่บนยอดลานโล่งมีเพียงซากกระท่อมหักพัง อิฐแอบตรวจสอบ มีผ้าเปื่อยขาดสีซีด ขวดสุราเก่า และกล่องไม้ลึกลับที่ล็อกแน่น
กลางคืน ทุกคนนั่งล้อมกองไฟ ออมเอียงหัวมองเปลวเพลิง มีเสียงคลื่นเซ็งแซ่เป็นพื้นหลัง อิฐเสนอ “พรุ่งนี้ลองปีนฝั่งหน้าผา เราอาจเห็นอะไรมากขึ้น” แชมป์รีบค้าน “แล้วถ้าร่วงลงไปล่ะ? เดี๋ยวกลับกลายเป็นภาระ” ไอซ์ถอนใจ หันไปปลอบใจ “เราต้องกล้าเลือกเสี่ยงบ้าง ถึงมันจะน่ากลัว” สายตานทีจับจ้องอิฐเงียบ ๆ เหมือนซ่อนคำพูดไว้
ความกังวลเริ่มขยายตัวเมื่ออาหารบนเกาะเริ่มลดน้อยลง ไอซ์กับอิฐทะเลาะกันเรื่องการปันส่วน เพราะอิฐจัดสรรอาหารอย่างเข้มงวดจนเพื่อนบางคนรู้สึกโดนปฏิเสธ แชมป์แซวแต่แฝงตำหนิ “นี่ นายกลัวอดตายหรือกลัวเสียอำนาจกันแน่?” อิฐนิ่ง ชื่นชมไม่ได้กล่าวกลับไปรุนแรง
กลางคืนคืนหนึ่ง ในขณะนอนฟังเสียงคลื่น อิฐฝันเห็นวันที่ตัดสินใจเลิกกับไอซ์ เลือกงานวิจัยมากกว่าความรัก ไอซ์ตื่นขึ้นมา เจออิฐนั่งกอดเข่าคนเดียวใต้แสงจันทร์ “คิดอะไร?” อิฐนิ่งนาน “กูไม่อยากจะกลัวอีกต่อไปว่าตัวเองไม่ดีพอ…” เสียงเขาเบาหวิว ไอซ์เงียบนาน กลั้นน้ำตาไว้
ออมค่อยๆ พูดเปิดใจเรื่องกลัวความมืดมาตั้งแต่เด็ก ๆ ช่วงหนึ่งไฟดับ แชมป์แกล้งจุดไฟฉายให้เธอกระโดดตัวลอย แล้วหัวเราะขอโทษ อารมณ์ในกลุ่มเบาลงชั่วขณะ ไอซ์จับตามองแชมป์กับออมอย่างประหลาดใจ ก่อนเปลี่ยนหัวข้อ “เรา…ต้องรอดพร้อมกันทุกคน ไม่มีใครถูกทิ้งไว้”
วันต่อมา ไอซ์กับนทีปีนผาทางตะวันออก เจอก้อนหินสลักรูปรอยมือมนุษย์และอักษรแปลกตา นทีสงสัย “ตกลง…ที่นี่เคยมีใครอยู่เหรอ หรือใครมาติดเกาะมาก่อน?” ไอซ์ถ่ายรูปใส่สมุด ภายในอกเริ่มหวั่นไหวกับนที เขาดูเข้มแข็งต่างจากอิฐ
ค่ำวันหนึ่ง ขณะทุกคนนั่งเงียบ แชมป์หลุดสารภาพเสียงเบา “ผมโกหกแม่ว่าทริปนี้ปลอดภัย ตลกเนอะ” จากนั้นทุกคนผลัดกันแบ่งปันความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ปิดไว้ ออมสารภาพเรื่องเพื่อนสนิทหักหลัง ไอซ์ลังเลจ้องหน้าอิฐ “ฉันเคยรักใครสักคนมากเกินไป…จนเดินออกมาเอง” บรรยากาศอึมครึม อิฐพูดขึ้นในความเงียบ “และผม…ไม่เคยกล้ายอมรับว่าตัวเองกลัวความเหงากับความล้มเหลวมากแค่ไหน”
วันหนึ่งขณะอัศจรรย์ อิฐพบนกนางนวลติดแห ออมช่วยปล่อยนก ไอซ์เห็นสิ่งมีชีวิตรอดได้จากความเมตตา เธอพูดกับตัวเอง “ไม่มีใครสมควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ความรู้สึกผิดในใจเธอเบาบางลง
ไอซ์เริ่มเปิดใจคุยกับนทีมากขึ้น เย็นหนึ่งบนชายหาด นทีมองไกลออกทะเล “เธอไม่กลัวจริงเหรอว่าจะไม่มีใครเจอพวกเรา?” ไอซ์ส่ายหน้าเบาๆ “กลัว…แต่ถ้าเราหวังได้ มันคือสิ่งเดียวที่เกาะนี้ยังให้เราได้” ระหว่างนั้นอิฐเดินผ่านมา พร้อมแววตาบาดลึกและความหึงหวงซ่อนเร้นไว้โดยไม่พูดอะไร
วันต่อมาขณะสำรวจเกาะเพื่อหาเส้นทางใหม่ อิฐกับนทีเริ่มทะเลาะกันเสียงดัง เรื่องการเป็นผู้นำ อิฐยืนยันต้องวางแผนรอบคอบ แต่นทีหาว่าอิฐขี้ขลาด ไม่กล้าเสี่ยง ออมโยนไม้ในมืออย่างหงุดหงิด “จะเถียงไปได้นานแค่ไหน ถ้าสุดท้ายพวกเราก็ไม่มีอะไรดีกว่าเดิมเลย?” เงียบอึ้งไปชั่วขณะ แชมป์เปลี่ยนประเด็น กระตุ้นกำลังใจ “เท่ากับถ้ารอด ต้องช่วยกันให้รอดจริง ๆ”
เมื่อไอซ์เดินหลบออกจากกลุ่มไปพักใจริมโขดหิน นทีตามมานั่งข้าง ๆ “ถ้าเป็นอิฐ เธอจะให้อภัยไหม?” ไอซ์ซึมนิ่งไป “จะแปลกไหมถ้าฉันไม่รู้คำตอบ” เธอเงียบ สองมือลูบสมุดบันทึกที่ขอบกระดาษชื้น น้ำตารื้นในตา นทีไม่ผลักดันต่อ
เย็นวันหนึ่งในขณะเก็บฟืน ออมเห็นเงาลาง ๆ เคลื่อนไหวผ่านต้นไม้ เธอหนีบกิ่งไม้แน่น เดินเร็วขึ้นจนสะดุดล้ม อิฐที่เดินตามมารับเธอไว้ทัน พวกเขามองหน้ากัน ใจเต้นแรง ลมหายใจหนัก อิฐเอ่ยเสียงเบา “เรา…ไม่เป็นไร” แววตาออมลังเลระหว่างกลัวและรู้สึกปลอดภัย เธอพยักหน้าเบา ๆ
คืนนั้น อิฐตัดสินใจแอบเปิดกล่องไม้ในกระท่อมร้างอีกครั้ง คราวนี้ใช้ท่อนไม้ทุบล็อก กล่องเปิดเผยให้เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งจารึกข้อความว่า “จงอย่าทิ้งกันไว้คนเดียว” พร้อมรูปภาพครอบครัวขีดเส้นพาด หน้าเด็กคนหนึ่งลบเลือน อิฐนั่งนิ่ง กวาดสายตามองเพื่อนร่วมชะตากรรมข้างกองไฟ
ไอซ์นั่งปล่อยอารมณ์ลึก ๆ ขณะนทีเดินมาหยุดข้าง ๆ คราวนี้เขาเปิดใจ “จริง ๆ แล้ว ผมเคยหนีการเลือกมาทั้งชีวิต กลัวผิด กลัวว่าถ้าเลือกแล้วทุกอย่างจะพัง …มากกว่ากลัวตายอีก” ไอซ์ฟังอยู่เงียบ ๆ เธอยิ้มจาง “บางทีเราอาจต้องเลือก แม้จะยังกลัว…เพราะชีวิตมันไม่รอให้เราแน่ใจ”
เวลาผ่านไปในเกาะแห่งความเงียบเหงา ความสัมพันธ์ในกลุ่มค่อย ๆ แปรเปลี่ยน ไอซ์กับนทีสนิทขึ้น แชมป์กับออมต่างเปิดเผยและยอมรับในความอ่อนแอของกันและกัน ส่วนอิฐถูกสังคมของกลุ่มกดดันและรู้สึกตัวเคว้ง เขาพยายามปรับปรุงตนเองและขอโทษ ไอซ์ฟังอิฐพูดว่า “ที่ผ่านมา เราเอาความกลัวตัวเองไปกดทุกคน…ขอโทษ” เธอยิ้ม น้ำตาไหลอย่างปลดปล่อย “ขอบคุณ…ที่กล้ายอมรับ”
รุ่งขึ้น ฟ้าสีทองสาดลงบนหาด…