เกาะเงื่อนปม
“เร็วเข้า! เรือจะจอดตรงนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ขึ้นตอนนี้จะไม่ได้ลงเกาะ!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงตะโกนของคนขับเรือแว่วขึ้นพร้อมคลื่นน้ำกระแทกฝั่ง แต่ละคนรีบหยิบกระเป๋าแล้วกระโดดลงจากเรือ ในจังหวะที่เปียกฝนทะเลกระเด็นใส่ขา วิวา กระชับเชือกรองเท้า เธอหันมามองสายตาของเพื่อน ๆ ทั้งห้าที่ถูกรับเชิญมายังเกาะส่วนตัวที่ไม่มีใครรู้เจ้าของ
“โอ๊ย! ขามันลื่น!” เซนเพื่อนหนุ่มร่างเล็กกับแว่นตากลมโอดครวญ ขณะที่พลอย กอดแขนแน่นอยู่ข้างๆ “เกาะนี้ดูไม่เหมือนในรูปเลย”
ธันวายืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉย “เอาน่า เรามาตามคำเชิญโบว์ แค่สองคืนเอง อย่าทำหน้าอย่างกับจะเจอผี”
โบว์ซ่อนอะไรไว้ในสายตา เธอหัวเราะแห้ง “สัญญาเหอะจะสนุก…แค่อย่าแยกกันนะ”
พวกเขาเดินเข้าไปยังบ้านไม้เก่าติดทะเล เงื่อนไขเดียวของโบว์คือห้ามออกจากเขตบ้านหลังหกโมงเย็น ท่ามกลางเสียงนกทะเล บรรยากาศพาให้ตึงเครียด
ระหว่างเก็บของ ทุกคนสำรวจห้องพัก พลอยขยับเข้าใกล้กระจกเก่า เธอมองเห็นเงาตัวเองสั่นไหว วิวาหันมาถาม “เมื่อคืนก่อนมา…มีใครฝันแปลก ๆ บ้างไหม”
เซนตอบทันที “ผมฝันว่าโดนขังไว้ในห้องมืด ไม่มีใครหาเจอ” เสียงสั่น ๆ ปนขำแห้ง วีวาตอบรับในใจแต่เลือกเงียบไว้
ใต้โต๊ะกลางห้อง ธันวาพบกล่องไม้ เขาลังเลหันไปขอความเห็น “เจอกล่องแปลก ๆ เปิดไหม” พลอยกัดปาก “ไปตั้งไว้ตรงนั้น…ไม่ต้องไปยุ่ง” แต่วีวากลับดึงมือธันวา “เปิดดูเลย ฉันอยากรู้ว่าอะไรอยู่ในนั้น”
ในกล่องมีจดหมายฉบับหนึ่ง พร้อมกุญแจเก่า ทันทีที่ธันวาอ่านจดหมายนั้น สีหน้าเปลี่ยนไป ทุกคนล้อมเข้ามาใกล้ “ใครเขียน?” เซนถาม
ธันวาตอบเสียงแผ่ว “มันเขียนว่า ใครบางคนในนี้ไม่มีวันรอด ถ้ายังไม่สารภาพความจริง…” โบว์หน้าซีดทันควัน “ตลกแล้ว ใครเล่นพิเรนทร์เนี่ย”
แต่พลอยส่ายหน้า มองไปทางหน้าต่าง “เวรล่ะ จะมีใครมาเล่นอะไรแบบนี้ได้ล่ะ เกาะก็มีแค่พวกเรา กลับกันมั้ย…”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ พวกเขานั่งเงียบจนเสียงคลื่นทะเลแทรกเข้ามาแทนบทสนทนาแรกในค่ำคืนที่ความสงสัยเพิ่งเริ่มก่อตัว
เวลาผ่านไปในช่วงบ่าย ทุกคนพยายามทำใจให้สนุก เธอชวนกันไปเดินเล่นรอบบ้าน วิวาหยิบกล้องถ่ายรูปถ่ายภาพเพื่อน ๆ ที่ต่างพยายามฝืนยิ้ม
เซนหยิบขวดน้ำขึ้นมากระดกจนหมด “จะมีไฟฟ้าไหมเนี่ยคืนนี้” ธันวาหัวเราะเบา ๆ “กลัวผีหรือเปล่า” เซนหลบตา “ไม่กลัว…แค่ไม่ชอบความเงียบ”
โบว์กลับเข้ามา เธอนั่งคนเดียวริมระเบียง ไม่พูดจา พลอยเดินไปนั่งข้าง “มีอะไรปิดบังเหรอ ถึงกลัวขนาดนั้น”
โบว์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “ฉัน…ฉันแค่รู้สึกว่าเกาะนี้มันไม่ปกติ” พลอยกุมมือ “เรามาด้วยกันนะ จะไม่ทิ้งกันหรอก”
วิวาเดินออกมาหาแหล่งน้ำ เจอศาลาไม้เก่าๆ เธอเดินขึ้นไป กลิ่นไม้ผุโชยมา “ใครเคยมาเกาะนี้ก่อนบ้าง” เธอถาม พลางก้มดูเสาใต้ศาลา พบรอยขูดคล้ายชื่อใครบางคนจารึกไว้
เธอหยิบมือถือขึ้นถ่ายรูป ลมหอบเอาเสียงกระซิบแผ่วเข้าหู วิวาหลับตานิ่ง สะบัดความคิด “ไม่มีอะไร ๆ” หัวใจเธอเต้นรัว ก่อนเดินกลับเรือนพักพลางเก็บความสงสัยไว้ในใจ
พลอยกับเซนช่วยกันทำอาหารในครัว ทุกจังหวะมีแต่ความเงียบอึดอัด “เธอมองว่าทุกคนต่างมีความลับใช่ไหม” เซนถาม พลอยหยุดกวนหม้อแกงชั่วครู่ “คนเราทุกคนมีเรื่องที่พูดยาก…รวมทั้งฉันด้วย”
เซนนิ่ง คำพูดของเขาสั่นคลอน “แล้วเธอจะยอมพูดไหม ถ้ามันจะช่วยให้ทุกคนรอด…”
ก่อนจะได้ตอบ ไฟในครัวกระพริบดับวูบ ทุกคนกรีดร้องพร้อมกัน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ วิ่งมาจากชั้นสอง โบว์ตะโกน “ใครอยู่ข้างบน!”
ธันวาคว้าไฟฉาย รีบพาคนอื่นขึ้นไปตรวจ เสียงประตูห้องปิดดังปัง ทุกคนชะงักเมื่อไฟฉายสะท้อนให้เห็นหมวกของเซนบนพื้น แต่ร่างของเขาไม่อยู่ตรงนั้น
“เซน! อย่าเล่นแบบนี้!” พลอยร้องเสียงหลง แต่ไม่มีเสียงตอบ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทุกคนค้นหาทุกห้องจนทั่ว กลับมาหยุดที่ห้องน้ำ เจอประตูถูกล็อกจากด้านใน ธันวาพยายามงัดเข้าไป ในห้องกลับว่างเปล่า
วิวาประสานสายตากับโบว์ “นี่มันอะไรกัน ใครเอาเซนไป อยู่กันเองทั้งนั้นเลย…” โบว์น้ำตาซึมสั่นเครือ “ฉันขอโทษ…ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
พลอยเขย่าแขนโบว์ “ขอโทษเรื่องอะไร โบว์พูดมาให้หมด!”
โบว์สะอึก บังคับเสียง “ก่อนหน้านี้… เคยมีเรื่องไม่ดีในหมู่เรา ฉันเก็บมันไว้ ไม่คิดว่ามันจะย้อนกลับมาหลอกหลอนแบบนี้”
ธันวาซักต่อ “แล้วที่จดหมายขู่ ใครส่งมา” โบว์ส่ายหน้าน้ำตาไหล เธอปิดหน้า ไม่ยอมตอบ
เวลาคล้อยผ่าน พระอาทิตย์ตกดิน บ้านทั้งหลังถูกเงาแห่งความไม่ไว้ใจกัดกิน ทุกคนแยกย้ายไปคนละมุม เว้นเพียงพลอยกับวิวาที่ยังไม่ยอมล้มเลิกค้นหาเซน
พลอยเดินสำรวจรอบบ้าน กระซิบข้างหูวิวา “เธอว่าใครในพวกเราจะกล้าทำขนาดนี้”
วิวาสายตาแข็งใจ “ฉันไม่ไว้ใจใคร…แม้แต่ตัวเอง”
เสียงระฆังเก่าในลานบ้านดังขึ้นเองอย่างไร้สาเหตุ ทุกคนผวา ธันวาตวาด “ใครเล่นตลกนี่พอได้แล้ว! กลัวกันทั้งคืนแล้วยังไม่พออีกเหรอ”
เงายาวถูกเงาทาบทับตรงผนังบ้าน มีรอยเลือดเป็นเส้นบางพลอยเดินตามไป เห็นผ้าพันคอของเซนตกอยู่ เธอรีบหยิบแล้วตะโกนเรียก วิวารีบวิ่งตามด้วยใจเต้นแรง
พลอยชะงักเมื่อเห็นกุญแจเก่าในมือวิวา “นายได้มันมาแต่แรกเลยเหรอ”
วิวาตอบนิ่ง “มันอยู่ในกล่อง แต่ฉันยังไม่ได้เปิดอะไรมากกว่านั้น”
เธอลังเลครู่หนึ่งก่อนเดินไปเปิดห้องใต้บันได พบประตูลับซ่อนอยู่ ทุกคนมารวมตัวพลางลังเล พลอยมองหน้าคนอื่น “จะเข้าไปไหม”
ธันวาพยักหน้าแน่น “ไม่มีทางเลือก ต้องหาคนหายก่อน”
แต่โบว์ขยับตัวหวาดกลัว “ทุกครั้งที่เราพยายามเจอความจริงมันยิ่งวุ่นวาย…ฉันกลัวจะไม่มีใครกลับไป”
พลอยโอบไหล่ “เราต้องเผชิญมันด้วยกัน”
พวกเขาไขกุญแจเข้าไปในห้องลับ เจอสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง มีชื่อทั้งห้าอยู่ในนั้น พร้อมข้อความขู่ทิ้งท้าย “ความลับของแก…ข้ารู้ทั้งหมด”
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูห้องลับดังขึ้น ทุกคนตกใจรีบวิ่งออกมา กลับมาเจอร่างของเซนนอนนิ่งอยู่ตรงชั้นล่าง เลือดไหลซึมจากหัว
โบว์กรีดร้อง พุ่งเข้าไปหาเซน “อย่าทำอะไรเขา! เราเลิกแล้ว!” เซนลืมตา มุมปากขยับยิ้ม
“พวกเธอกลัวกันไปเอง…ไม่มีใครจับฉัน…ฉันแค่เดินสะดุดหัวฟาดบันได” อารมณ์ประหลาดก่อตัวในกลุ่ม ความกลัวปะปนความโล่งใจ
แต่แล้วสมุดบันทึกกลับถูกเปิดออกเอง ลมแรงพัดหน้ากระดาษพลิกไปที่หน้าสุดท้าย “ข้ารอให้แกเล่าความจริงต่อกัน ไม่มีใครรอดจากอดีตได้”
โบว์เริ่มสารภาพเสียงสั่น “ตอนม.ปลาย…ฉันกับเซนช่วยกันปกปิดเรื่องของวิวาเพราะกลัวจะโดนรังเกียจ”
ธันวาถามต่อ “เรื่องอะไร”
วิวาลังเล หายใจถี่ เธอก้มหน้า “ฉันเคยขับรถชนคนแล้วหนี…ในวันที่เราทุกคนอยู่ด้วยกัน…แต่เพราะเซนช่วยสลับที่ฉันเลยไม่ติดคุก”
ความเงียบก่อตัว เสียงคลื่นทะเลตีฝั่งดังขึ้นอีกพลัน
พลอยกลืนน้ำลาย หันหาธันวา “เธอรู้อะไรอีกไหม”
ธันวาเม้มปาก “ฉันแค่รู้ว่าเราทุกคนกำลังโดนบังคับให้เผชิญหน้ากับอดีต…ไม่ว่าใครจะเป็นต้นเหตุ”
เสียงกระซิบแทรกเข้ามา “ถ้าเธอยังหวังรอดคืนนี้…สารภาพออกมาให้หมด”
เซนลุกขึ้นยาก “ผม…ผมแอบรักวิวา…แต่เกลียดตัวเองที่ต้องโกหกเรื่องคืนนั้น…ทุกวันนี้ยังฝันร้ายอยู่”
พลอยสะอึก “ฉันโกหกว่าฉันไม่รู้ เห็นเธอทนทุกข์จึงเลือกไม่พูด…”
โบว์ร้องไห้ “ฉันแกล้งส่งจดหมายนั่นมาเอง เพราะทนไม่ไหวกับความรู้สึกผิด ฉันกลัวมาก…กลัวความจริงจะทำให้เราสูญเสียกันจริง ๆ”
ทุกคนนิ่งเงียบจนนาทีเกือบยาวนาน พลอยโอบไหล่ทุกคน “งั้นคืนนี้ เราสารภาพและยอมรับไปด้วยกันพอ”
ไฟในบ้านสว่างอีกครั้ง ราวกับเกาะคืนความสงบให้ชั่วคราว
รุ่งเช้าวันถัดมา พวกเขาออกไปบนชายหาด วิวาหันหลังหันหน้าสู่ทะเลลึก เธอยืนเคียงข้างเซน “ฉันจะกลับไปมอบตัวให้หมด มันควรจบสักที”
ธันวาเดินตาม “ฉันจะไปเป็นพยานให้ ถึงจะเจ็บแต่เราต้องไม่หนี”
โบว์พูดเสียงอ่อนแรง “ฉันจะไม่กลัวอดีตอีกต่อไป”
พลอยยิ้มบาง ๆ “พอเรายอมเปิดเผยทุกอย่าง…ถึงจะน่ากลัว แต่มิตรภาพนี่แหละที่รอเราอยู่”
เซนยิ้มจาง น้ำตาคลอ “ขอบคุณทุกคนที่ไม่ทิ้งกัน”
พวกเขาขึ้นเรือลำสุดท้ายกลับฝั่งเกาะ เสียงคลื่นสงบลาจากฉากสุดท้าย เงาสะท้อนในน้ำไร้รอยอดีต แต่มิตรภาพใหม่ยังเหลืออยู่ด้วยความกล้าหาญในการเผชิญความจริง