เกาะร้างและความลับ
เช้าวันหนึ่งแสงแดดเปล่งประกายส่องผิวหนังของนักศึกษานับสิบที่นั่งอยู่บนเรือยาง ขนาบข้างด้วยน้ำทะเลใสที่สาดกระเซ็นมาเป็นระยะ ทุกเสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ปลิวไปในสายลมขณะที่เรือลัดเลาะแนวชายฝั่งของเกาะร้าง แต่ละคนต่างมีความหวังที่จะค้นพบประสบการณ์ใหม่ในที่ที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าความสงบและสันโดษ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้! มันจะเป็นการผจญภัยที่น่าจดจำ!” กมลพูดขึ้นเสียงดังในขณะที่เขาส่งสายตาไปที่เพื่อนร่วมทริป “เราจะต้องหากิจกรรมทำในขณะอยู่ที่นี่!” กันต์ยิ้มให้ “แต่ขอให้ไม่มีอันตรายล่ะ”
เมื่อไปถึงชายหาด ทุกคนต่างกระโจนลงจากเรือด้วยรอยยิ้ม บางคนวิ่งไปให้สุดขอบหาด ขณะที่บางคนเริ่มตั้งแคมป์ใกล้ต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านกว้างเอนเอียงไปตามแรงลม
“อืม…ที่นี่เหมือนไม่มีใครเคยมาที่นี่มาก่อนเลย” ลิลลี่พูดยิ้ม ๆ มองไปยังป่าทึบที่อยู่ด้านหลัง เธอสามารถรับรู้ความรู้สึกอันแปลกประหลาดในอากาศ อีกทั้งกลิ่นของทะเลที่ที่เข้มข้นผสมปนเข้ากับกลิ่นของไม้และใบหญ้า
ทันใดนั้น เสียงแหลมจากด้านในเกาะก็ดังขึ้น ทำให้ทุกคนหยุดชะงัก “ได้ยินไหม?” กมลถามเสียงเบา ทุกคนพยักหน้า ลิลลี่เลิกคิ้ว “มีใครอยู่ในนั้นหรือเปล่า?”
“บ้าแล้ว! มันต้องเป็นเสียงของสัตว์ป่าที่หลงทางหรือเปล่า” กันต์ว่าเพียงเพื่อกล่อมใจตัวเอง
ใจกระสับกระส่าย พวกเขาตัดสินใจเข้าไปในป่าเพื่อตามหาเสียงนั้น อากาศเริ่มเย็นลงเมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปในเงามืด ลมหนาวพัดผ่าน เสียงใบไม้แห้งกรอบใต้ฝ่าเท้าทำให้เกิดความกังวลใจ
ไม่ทันไร พวกเขาก็พบกับสิ่งที่ซ่อนอยู่กลางป่า ซึ่งเป็นบ้านเก่าที่ถูกทอดทิ้งและคลุมไปด้วยเถาวัลย์ ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย “มาลองเข้าไปกันไหม?” กมลกล่าวน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
“ไม่อยากเสี่ยงนะ” กันต์บอกเสียงสั่น “เราอาจจะต้องกลับไปสักพัก” แต่ก็ต่อรองตั้งแต่ยังไม่ทันตกลง
“แต่ก็ต้องรู้ว่านั่นคืออะไร!” ลิลลี่แปลกใจ “มันอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น”
ในที่สุด ทุกคนก็ยอมรับการตัดสินใจของกันต์อย่างไม่เต็มใจ และเริ่มเข้าไปภายในตัวบ้าน บรรยากาศภายในขมุกขมัว อากาศเหม็นอับส่งกลิ่นเหมือนไม้ผุ]