คืนที่หอพักไร้เงา
เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังต่อเนื่องราวกับจะกลบทุกเสียงในหอพักหญิงเก่าแห่งนี้ ตึกไม้สองชั้นที่ตั้งอยู่แยกตัวจากมหาวิทยาลัยเหมือนถูกทอดทิ้ง ไฟในทางเดินชั้นสองกระพริบราวกับหายใจช้า ๆ ทุกครั้งที่สายฟ้าฟาดลงมา เพดานไม้ก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แกได้ยินไหม?” รินกระซิบถามข้างหูแอน เพื่อนร่วมห้อง เสียงของเธอสั่นเครือ ราวกับกลัวว่าการพูดดังจะปลุกใครบางคนในความมืดนี้
แอนกลืนน้ำลาย ไม่กล้าขยับ “ได้ยิน…เหมือนเสียงอะไรครูดอยู่ทางเดิน” เธอพยายามไม่หันไปมองประตู เพราะกลัวจะเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น
“มันอาจเป็นแมว” รินพึมพำแม้ลึกในใจจะไม่เชื่อคำตอบของตัวเอง
เสียงฝนครืนครั่นดังขึ้นมาอีกระลอก ก่อนเสียงครูดแปลก ๆ จะเงียบหายไป ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ทว่าในใจของทั้งสองกลับกระหน่ำไปด้วยคำถาม
เช้าวันต่อมา รินเดินลงไปยังห้องโถงรวมที่มีโต๊ะไม้ยาว ๆ สำหรับรับประทานอาหารเช้า นักศึกษาหญิงกลุ่มเล็ก ๆ นั่งกระซิบกระซาบกัน บางคนหน้าตาเคร่งเครียด อิ่มพูดเบา ๆ ว่า “เมื่อคืนยุ้ยไม่ได้กลับห้องเลยนะ”
“ไปนอนบ้านเพื่อนรึเปล่า” ใครบางคนถาม ทว่าไม่มีใครตอบได้
รินกับแอนสบตากันแวบหนึ่ง ความกังวลแล่นวาบผ่านสายตา ไม่มีใครบอกใครว่าเมื่อคืนนั้น ทุกประตูหน้าต่างถูกปิดแน่นด้วยโซ่คล้องมาตั้งแต่สองทุ่ม จะออกไปได้อย่างไร?
อาจารย์ดวงแข ผู้ดูแลหอพัก เดินเข้ามาถามเสียงเรียบ “มีใครเห็นยุ้ยเมื่อคืนไหม?” ทุกคนเงียบ ต่างหลบตา บางคนทำท่าจะพูดแต่ก็เปลี่ยนใจ
“ใครอย่าพึ่งไปไหนจนกว่าจะหายุ้ยเจอ” ดวงแขพูดพลางมองสำรวจใบหน้าทุกคน รินรู้สึกถึงแรงกดดันแปลก ๆ ในบรรยากาศ
สายวันนั้น รินกับแอนเดินสำรวจทางเดินหลังหอพัก สายลมเย็นวูบดึงทั้งสองให้ขนลุก “แกว่ามันเกี่ยวกับ…เรื่องนั้นไหม” แอนกระซิบ
รินลังเล “เรื่องที่เคยมีคนหายไปที่นี่เหรอ? แกก็เชื่อเหรอ มันแค่นิทานหลอกเด็กหรือเปล่า…” แต่เสียงของเธอก็ดูจะไม่มั่นใจเท่าไร
“เมื่อคืน ฉันฝันเห็นเงาดำ ๆ ยืนอยู่ปลายเตียง มันไม่ใช่คน” แอนเสียงแผ่ว “แล้วก็…ได้ยินเสียงเรียกชื่อฉันด้วย”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ” รินพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน ทว่าภาพในหัวเธอกลับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ตกกลางคืน ความเงียบกลับครอบคลุมทั้งตึกอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงเข็มนาฬิกาเดินช้า ๆ รินนอนไม่หลับ สายตาเธอจ้องมองประตูไม้ที่เหมือนจะขยับเองได้ทุกเมื่อ เสียงฝีเท้าบางอย่างดังขึ้นที่ทางเดิน
แอนขดตัวใต้ผ้าห่ม “มันกลับมาอีกแล้ว” เธอกระซิบ
รินกลั้นหายใจ ขยับมือไปกุมมือแอนไว้แน่น ทั้งคู่ฟังเสียงฝีเท้าที่เดินไปหยุดหน้าห้องของตัวเอง เสียงเงียบสนิท ก่อนมีเสียงกรีดร้องแผ่ว ๆ ลากยาว ฟังดูคล้ายเสียงที่ถูกอัดแน่นมานาน
เช้าอีกวัน รอยเท้าน้ำเปียกเป็นทางจากปลายทางเดินมาถึงหน้าห้องของยุ้ย ห้องของเธอถูกล็อกจากด้านใน อาจารย์ดวงแขใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป แต่ไม่มีใครอยู่ข้างใน มีเพียงกลิ่นอับชื้นกับเสื้อผ้าของยุ้ยบนเตียง
“มันเป็นไปได้ไง ใครล็อกห้องจากด้านใน?” อิ่มพึมพำ รินสังเกตเห็นเศษกระดาษแผ่นเล็ก ๆ หล่นอยู่ใต้เตียง เธอเก็บขึ้นมาและอ่านเบา ๆ
“ในกระจก…มีคนรออยู่” ข้อความสั้น ๆ ไม่มีใครเข้าใจ
วันถัดมา หอพักถูกปิดไว้ ไม่ให้ใครเข้าออก รินกับแอนเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติรอบตัวมากขึ้น เช่นเงาในกระจกห้องน้ำที่ดูเหมือนมีใครยืนอยู่ด้านหลังตลอดเวลา หรือเสียงกระซิบเรียกชื่อในเวลาที่ควรจะเงียบสนิท
“เราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว” แอนพูดด้วยเสียงสั่น รินยังลังเล “ถ้าออกไปตอนนี้ เราจะโดนดุ”
“แต่ถ้าอยู่ต่อแล้วหายไปเหมือนยุ้ยล่ะ?” แอนเงียบไป รินไม่ตอบ สายตาเธอเหลือบมองเงาของตัวเองในกระจกก่อนจะรีบหลบตา
วันถัดมาอีก คนในหอพบว่ามีเพื่อนอีกหนึ่งคนหายไป ชื่อฟ้า ห้องของฟ้าเปิดอ้า แต่ไม่เหลือสิ่งของส่วนตัวไว้เลย เหลือเพียงรอยเท้าเปียกปอนจากหน้าห้องลากหายเข้าไปในมุมมืด
อาจารย์ดวงแขเริ่มเข้มงวดมากขึ้น “ทุกคนต้องรวมตัวกันตอนกลางคืน ห้ามอยู่คนเดียว ห้ามส่องกระจกหลังสองทุ่ม” คำสั่งนี้ทำให้บรรยากาศในหอพักยิ่งกดดัน
ในคืนที่สาม รินฝันถึงยุ้ย เธอยืนอยู่หน้าประตูห้องริน น้ำเปียกชุ่มตัว ใบหน้าจืดชืดปราศจากอารมณ์ “ออกมาเถอะ” ยุ้ยกระซิบ เสียงเรียกนั้นยังคงหลอนอยู่ในความรู้สึกแม้จะตื่นแล้ว
รินตัดสินใจเล่าให้แอนฟัง “ฉันว่ามันเกี่ยวกับกระจกแน่ ๆ เงาในนั้นไม่ใช่ของเรา”
ทั้งคู่แอบไปที่ห้องน้ำรวมตอนกลางคืน ปิดไฟ เปิดไฟฉายส่อง เงาของทั้งสองปรากฏในกระจกเงาบานใหญ่ทันที ทว่าเงาที่สามค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมห้อง ใบหน้าเลือนราง ไร้เสียง
แอนกลั้นหายใจ วิ่งออกจากห้องน้ำโดยไม่มองกลับ รินยืนตัวแข็ง เงานั้นขยับเข้ามาใกล้ กระจกสั่นไหวเหมือนจะหลุดจากผนัง
รินวิ่งกลับมาที่ห้อง เจอแอนร้องไห้อยู่ที่มุมเตียง “เราไม่ควรอยู่ที่นี่…”
เช้าวันถัดมา อาจารย์ดวงแขเรียกทุกคนประชุม เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ที่นี่เคยมีนักศึกษาหญิงหายไปเมื่อสิบปีก่อน ไม่มีใครหาเจอเลย หลังจากนั้น…กระจกทุกบานในหอพักนี้ไม่เคยถูกเปลี่ยน”
อิ่มกระซิบกับริน “ฉันได้ยินเสียงคนร้องไห้ในกระจกเมื่อคืน” รินหน้าซีด ลมหายใจติดขัด
คืนนั้น รินกับแอนแยกกันไม่ได้อีก ทุกครั้งที่เดินผ่านกระจกจะหลบตาหรือเอาผ้ามาคลุมไว้ ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากเงาดำในกระจกยิ่งชัด
คืนหนึ่ง ฝนตกหนักกว่าทุกคืน ไฟดับทั้งตึก มีเพียงแสงจากมือถือ รินกับแอนเริ่มได้ยินเสียงกระซิบจากในห้องน้ำ “กลับบ้านเถอะ กลับบ้าน…” เสียงนั้นคล้ายเสียงยุ้ยและฟ้าซ้อนกัน
รินตัดสินใจ จะต้องหาคำตอบ เธอเดินตามเสียงเข้าไปในห้องน้ำ แสงจากมือถือส่องไปยังบานกระจก เงาดำสองเงารออยู่ก่อนแล้ว พวกมันชี้มือเข้าหากระจก ราวกับเชิญชวนให้เข้าไป
แอนตามเข้ามา “ริน ออกมาเถอะ มันอันตราย!” รินลังเล เงาในกระจกเริ่มขยายกว้างออก จู่ ๆ ลมเย็นวูบก็พัดออกมาจากกระจกเหมือนมีประตูสู่อีกโลก
รินตัดสินใจคว้ามือแอนไว้แน่น “เราต้องช่วยยุ้ยกับฟ้า ถ้าไม่หยุดมัน คนต่อไปอาจเป็นเรา”
ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากับเงาในกระจก เสียงร้องไห้ เสียงเรียกชื่อดังสอดแทรกมากับเสียงฝน รินรวบรวมความกล้า ส่งเสียงร้องขอขมา “ถ้าพวกเธอเจ็บปวดเพราะที่นี่ เราขอโทษ ขอให้พวกเธอไปสู่สุขคติ…อย่าพาใครไปอีก”
เงาในกระจกยังคงไม่ขยับ รินเริ่มร้องไห้จริง ๆ ขอโทษซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง แอนยืนสั่น มือกุมหัวใจแน่น
ทันใดนั้น เงาในกระจกค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงเงาของรินกับแอนเท่านั้น ลมหายใจทุกคนในห้องน้ำเหมือนหยุดนิ่ง
หลังจากคืนนั้น ไม่มีใครหายไปอีก รอยเท้าเปียกในหอพักหายไป กระจกทุกบานถูกอาจารย์ดวงแขนำไปปิดผ้าคลุมทับ ราวกับปิดผนึกบางอย่างไว้ชั่วนิรันดร์
แต่ทุกคืนที่ฝนตก รินกับแอนยังคงไม่กล้ามองกระจกอีกเลย เสียงกระซิบเรียกชื่อยังแว่วมาในความเงียบ ทุกคนที่เหลืออยู่ในหอพักต่างรู้ดีว่า…เงาบางเงาไม่เคยจากไป เพียงแต่เฝ้ารอใครสักคนที่จะมองสบตาในกระจก…ในคืนที่ไร้แสงไฟ