แสงภายใต้ผืนน้ำ
เสียงหวูดลึกดังจากท่ออากาศขนาดยักษ์ที่ทอดตลอดแนวเพดานแก้ว ชลธิชาเดินผ่านลานตลาดสีฟ้าเรืองแสง เงารางของปลากระเบนไฟฟ้าลอยแวบผ่านเหนือโครงสร้างโปร่งใส เธอเก็บฝ่ามือไว้ในกระเป๋า ก้มหน้าผ่านแถวร้านผลไม้ชนิดใหม่ซึ่งชื่อไร้ความหมายต่อนักชีววิทยารุ่นเยาว์อย่างเธอ เสียงคนพูดจากหลังฉากน้ำ คำถามวันเดิม ๆ ก้องในหัว “ถ้าพ่ออยู่ที่นี่ จะพูดยังไงนะ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ทางเดินแคบ ๆ นำไปสู่ทางแยกซึ่งมีหุ่นยนต์สำรวจยืนเฝ้า แสงสีเขียวแว่วพิศวงจากกรงชีวภาพ ชลธิชาหยุดมอง เด็กในชุดเครื่องแบบสีเงินเฉียดผ่านขณะเธอไต่สวนจิตใจ คำพูดแม่เรื่องการแข่งขันทุนวิจัยแทรกมาอีกครั้ง—คำพูดที่ยิ่งฟังยิ่งเหมือนมีบางอย่างปกปิดอยู่ แม่เธอเอาแต่พูดถึงอนาคต ไม่เคยพูดถึงวันพ่อหายตัวไป
สายตาชะเง้อยาวผ่านแถบแสง เธอมองเห็นกลุ่มนักเรียนหัวเราะ เด็กชายหนึ่งในกลุ่มชื่อธันวา—คนที่ครั้งหนึ่งเธอเคยไว้ใจ ก่อนโดนหักหลังในเหตุการณ์ลึกลับปีที่แล้ว ทุกวันนี้เขาเอาแต่พยายามเข้าหา เธอแกล้งไม่สนใจ แต่เธอก็ยังจำแววตาลังเลในวันที่พวกเขาแยกทาง
เสียงเคาะประตูห้องพักดังรัว แม่โผล่หน้าเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด “ชล อย่าลืมประชุมกับคณะกรรมการคืนนี้นะ ลูกต้องไปแทนพ่อ” คำว่าพ่อยังบาดลึก ชลธิชาไม่ตอบ กัดริมฝีปากแน่น ดวงตาสั่นไหวด้วยความโกรธและกลัว “แม่เคยถามหาพ่อบ้างไหม” เธอกระซิบเบา ๆ
แม่ยืนตกใจไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแสงหวาบตามหลัง
ค่ำคืนในเมืองอควาเรียมืดหม่นแปลกตา ชลธิชาสวมแจ็กเก็ตกันน้ำ ก้าวออกไปสู่ลานดาดฟ้าใต้ท้องมหาสมุทร สายน้ำไหลกระทบกระจก ผิวน้ำเบื้องบนพราวแสงจันทร์ประดิษฐ์ เธอยืนเหม่ออยู่นานจนได้ยินเสียงธันวาเดินเข้ามา “คราวนี้จะฟังฉันก่อนได้ไหม” เขาพูดเสียงอ่อน
เธอหันขวับ “พูดเร็ว ๆ ถ้าพูดเรื่องขอโทษ ฉันไม่อยากฟัง”
เขาผงะไปนิด “เรื่องพ่อเธอ…ฉันเจออะไรบางอย่างในคอมระบบกลางเมื่อคืน” ธันวากระซิบน้ำเสียงแน่น เขาส่งแท็บเล็ตจอแตกร้าวมาให้ รูปถ่ายเก่า ๆ ปริศนา “นี่มันวันที่พ่อหายตัวไป” ชลธิชาตะลึง มือเย็นเฉียบ
เสียงเตือนจากระบบดังขึ้น พวกเขารีบก้มหลบกล้องรักษาความปลอดภัยก่อนจะลอบเข้าไปในห้องวิจัยร้างชั้นล่าง ประตูอัตโนมัติส่งเสียงหึ่ง ๆ ขณะพวกเขาสอดตัวเข้า—ห้องขนาดเล็กมืดทึม เต็มไปด้วยตู้แก้วและสายไฟพันกันยุ่งเหยิง
ขณะที่ธันวาล้วงค้นเทอร์มินัลเก่า ชลธิชาพบกล่องไม้เก่าในซอกมุม เธอเปิดช้า ๆ เจอจี้คริสตัลรูปหยดน้ำเรืองแสงอ่อน เธอกำไว้แน่นทันทีที่แสงสั่นไหว รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในหัวใจ
เสียงแม่ตามหาเธอดังแว่ว “ชล! อยู่ไหน—?” เธอกับธันวารีบปิดของทั้งหมด ธันวากระซิบข้างหู “มันคงสำคัญมาก พ่อเธอทิ้งไว้แน่”
พวกเขารีบออกจากห้อง วิ่งขึ้นบันไดวน เงามืดยาวลากตามเท้า ทั้งสองคนหยุดหายใจเมื่อเจอแม่ยืนรอหน้าประตู แม่มองเธอสลับกับธันวา สีหน้าสงสัยปนเจ็บปวด “ของพวกนั้นคืออะไร ลูกกำลังหาอะไร?”
ชลธิชามองแม่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ ยื่นจี้หยดน้ำ “นี่คือของที่พ่อเหลือไว้…แม่ปิดบังอะไรฉัน” แววตาแม่สั่นไหวจาง ๆ หลบตาลงชั่วขณะ ก่อนเงยหน้ามาสบตาลูก “แม่…ก็แค่กลัว ลูกจะเจ็บเหมือนแม่”
ความเงียบหนักอึ้งตกลงกลางลาน ทั้งสามค่อย ๆ เดินกลับห้องพัก ชลธิชายังคงคิดวนเวียนเรื่องคำพูดของแม่ ธันวาเดินเคียงข้างเงียบ ๆ แววตาเขาหม่นเศร้าราวกับมีเรื่องราวในใจเช่นกัน
ค่ำวันต่อมา แสงเหนือมหาสมุทรสาดเข้ามาในห้องนอน ชลธิชาตื่นขึ้นจากฝันร้ายเกี่ยวกับวันที่พ่อหายตัวไป เธอขยับกายหายใจถี่ รู้สึกได้ถึงไอเย็นประหลาดส่งผ่านจากจี้คริสตัล หยดน้ำในมือเธอเปล่งแสงเรือง ๆ ลวดลายบนผิวคริสตัลคล้ายรหัสบางอย่าง
เธอตัดสินใจลุกขึ้น มุ่งหน้าไปที่ห้องสังเกตการณ์ใต้น้ำสุดทางเดิน ไฟดวงเล็ก ๆ กระพริบตลอดแนว ผนังแก้วเผยภาพแพลงก์ตอนหมุนเวียนครู่หนึ่ง ก่อนพบร่างชายสูงวัยในเงามืด คือด็อกเตอร์ทรงพล—อดีตเพื่อนสนิทของพ่อ เธอสูดหายใจลึกแล้วเดินเข้าใกล้
“ด็อกเตอร์…ท่านมีอะไรที่ฉันควรรู้เรื่องพ่อไหม” เสียงสั่นแต่เด็ดเดี่ยว ชายชรานิ่งงัน “คนที่กลัวความจริง มักมองไม่เห็นมัน… จี้หยดน้ำนั่นเปิดระบบบางอย่างได้ ไปที่แคปซูลเก่าสิ”
มืดสนิทในทางเดินใต้ดิน ชลธิชาและธันวาเปิดประตูเข้าไปเจอห้องทรงกระบอกสูง ฝุ่นหนา กลไกเก่า ๆ บนเพดาน เธอใส่จี้หยดน้ำลงบนช่องเล็ก ๆ เสียงกลไกขยับ เสียงกระซิบเบา ๆ ดังก้อง เทปภาพความทรงจำเริ่มฉายบนกระจก
ฉากความทรงจำของพ่อปรากฏ—พ่อกำลังโต้เถียงกับคนในเงามืด บทสนทนาฉายซ้ำเรื่อง “แหล่งพลังงานใหม่” และความเสี่ยงที่จะทำให้ “สิ่งมีชีวิตในอควาเรีย” เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
น้ำตาชลธิชาไหลพราก เธอเข้าใจแล้วว่าพ่อพยายามหยุดยั้งบางสิ่ง แม่ก้าวตามเข้ามาในห้องเงียบ ๆ “แม่แค่ไม่อยากเสียลูกไปเหมือนที่เสียพ่อ” เสียงสั่นไหวของแม่ปลุกหัวใจเธอ
เสียงหวูดอันตรายดังขึ้นตลอดท่อ เมืองเกิดแผ่นดินไหวเบา ๆ ระบบแจ้งเตือนภัย ทำให้คนทั้งเมืองตกใจวิ่งหนี ชลธิชารีบวิ่งออกมาพร้อมแม่และธันวา เธอยังคงจับจี้หยดน้ำไว้แน่น ในขณะเสียงก้องในหัวสั่งให้ลงไปยังเขตน้ำลึกสุด
พวกเขาต่อสู้กับแรงกดดันและความกลัว ทุกก้าวที่เข้าใกล้ขอบเมืองเก่า ๆ รู้สึกเหมือนอากาศขาดหายไป เธอเลือกจะลงลิฟต์ฉุกเฉินพร้อมธันวา ร่างกายใจสั่น มือเย็นเฉียบ—แต่ครั้งนี้เธอไม่หนีอีกต่อไป
ในเขตน้ำลึกสุด เธอเจอห้องทดลองลับ—ภาพเก่า ๆ ของครอบครัวถูกติดไว้บนผนัง ทว่าใจเธอไม่เหมือนเดิม เธอเดินถึงแท่นควบคุมกลางห้อง เธอเอาจี้หยดน้ำใส่ลงในแท่น แสงเรืองแรงกล้าสาดทั่วห้อง ระบบโฮโลแกรมบุคคลในอดีตทำงานสลับกัน เผยบันทึกพ่อ “ถ้าเธอเห็นข้อความนี้ หมายความว่าอดีตตามเธอทันและอนาคตอยู่ในมือของเธอแล้ว จงกล้าตัดสินใจ—เพื่อทุกคน”
เสียงดูดแรงดันน้ำสั่นไหว บานหน้าต่างเริ่มร้าว ระบบเตือนภัยกรีดร้อง ธันวาวิ่งไปตั้งค่าฉุกเฉิน แม่เข้ามาช่วย เธอต้องเลือกว่าจะเสี่ยงเปิดระบบใหม่ที่อาจสร้างชีวิตสายพันธุ์ใหม่ หรือจะปิดทิ้งทั้งโครงการ—ผลลัพธ์จะไม่มีใครเหมือนเดิม
“แม่ ฉันขอโทษที่ไม่เคยเข้าใจแม่เลย” ชลธิซบลงกับไหล่แม่ น้ำตาซึม มือแม่โอบลูกแน่น “ไม่ว่าจะเกิดอะไรแม่ก็อยู่กับลูก”
เสียงบันทึกของพ่อกระซิบผ่านลำโพง “ความรักจะนำทาง—ไม่ใช่ความกลัว”
เธอค่อย ๆ ปรับตั้งค่าระบบ ยืนยันเปิดทางเลือกใหม่ให้เมืองเกิดวิวัฒนาการอย่างระวัง พร้อมป้องกันชีวิตทุกสายพันธุ์ ท่ามกลางแรงกดอากาศและเสียงสัญญาณวิกฤต การตัดสินใจครั้งนี้เปลี่ยนทุกอย่าง
แสงแรกหลังผืนน้ำแพร่กระจายทั่วเมืองอควาเรีย สายพันธุ์ใต้ท้องทะเลเริ่มปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ ชลธิชากับแม่และธันวาออกมายืนมองแสงอรุณเรืองรองอยู่ข้าง ๆ กัน ต่างยิ้มให้กันด้วยรอยยิ้มที่เข้าใจกันลึกซึ้งขึ้น
ต่อจากนี้ เธอไม่กลัวอดีตอีก—แต่กล้าที่จะเริ่มใหม่พร้อมครอบครัว และเมืองใต้ท้องทะเลที่ไม่เหลือเพียงแต่เงาแห่งอดีตอีกต่อไป