ลมหายใจของฤดูฝน
เสียงพายุฝนคำรามกลางอาคารเรียนของคณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ อคินนั่งกอดเป้ใบเก่าตรงระเบียง มองเห็นสายฝนกระหน่ำต้นหูกวางจนใบร่วงกราว เขาหลบสายตาทุกคน พยายามเก็บตัวให้มากที่สุด ชีวิตรักของเขาในตอนมัธยมเคยล่มสลายราวห้องที่น้ำท่วม ความรู้สึกผิดและความกลัวถูกทอดทิ้งหลอกหลอนตลอดมา แม้ตอนนี้อีกไม่นานจะจบปีสี่ แต่อคินยังไม่รู้สึกว่าตัวเองพร้อมจะเริ่มต้นใหม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงรองเท้าผ้าใบขยี้พื้นเปียกแฉะดังใกล้เข้ามา “ยังนั่งตรงนี้อยู่เหรอวะ ขี้จ๋อย” ไอริณ สาวซ่าห้าวผมสั้นขั้นติ่ง ดีดนิ้วใส่อคินแบบไม่เกรงใจ เธอเพิ่งวิ่งสวนฝนมาถึง เสื้อยืดเปียกโปร่งจนเห็นลายรอยสักตรงต้นแขน ซึ่งเธอซ่อนจากแม่ไว้เสมอ
“ไม่รอแล้วจะเดินฝ่าฝนออกไปตายเหรอ” ไอริณหอบหายใจนิดๆ จับแขนเขายืนขึ้น อคินชะงักไปนิด กลัวสัมผัส เขายืนนิ่งพลางแอบถอนหายใจลึก เหมือนโลกนี้ไม่มีใครจับต้องเขาได้ ยกเว้นไอริณ เธอเหมือนมีภูมิคุ้มกันจากบาดแผลในใจเขา โดยไม่รู้ตัว
โปรเจกต์จบปีสุดท้ายเพิ่งจับสลากได้คู่กันด้วยความบังเอิญ อคินกลัวจนหายใจลำบาก ไอริณกระตุกปากยิ้ม “สบายใจเหอะ ชั้นไม่ทำให้โปรเจกต์นายพังหรอก”
จากวันนั้น ทั้งสองต้องเจอกันทุกวันในห้องสมุด ห้องปฏิบัติฯ ร้านกาแฟใต้ตึก บางวันคุยกันน้อย บางวันหัวเราะจนถูกอาจารย์มองแรง ความสัมพันธ์เหมือนจักรยานขี่ในสายฝน ลื่นไถลบ้างแต่ก็ยังไปต่อ
ไอริณมีความฝันชัดมาก เธออยากเป็นดีไซน์เนอร์ นำเสื้อผ้าสตรีทไทยไปเวทีโลก แต่แม่ของเธอเป็นอาจารย์วิชาคณิต อยากให้ลูกสอบราชการเท่านั้น ไอริณแอบสมัครทุนต่างประเทศโดยไม่กล้าบอกใคร แม้แต่เพื่อนสนิทที่สุดอย่างอคิน เธอกลัวจะทำให้คนที่เธอรักผิดหวัง ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร
วันหนึ่งหลังฝนตอนเย็น แสงแดดส้มทอดลอดหน้าต่างห้องสมุด ไอริณเขียนสเก็ตช์แบบเสื้อกลางสมุด อคินแอบเหลือบมอง เขาแนะสีพื้นผิวที่เธอไม่เคยนึกถึง “ถ้านายออกแบบโลโก้ ลายนี้ก็ดีเลยนะ” เธอหันมายิ้มกว้าง ดวงตาไอริณเวลาหัวเราะเหมือนคนละคนกับวันที่ทำหน้าเหนื่อย ๆ ทุกที บรรยากาศค่อย ๆ ผ่อนคลาย จากวันแรกที่พูดกันแค่ว่า ‘โปรเจกต์เสร็จรึยัง?’ กลายเป็น ‘ทำไมเวลานายกลัว อะไรถึงกลัวที่สุด?’
“กลัวพลาด กลัวโดนทิ้งอีก…มากกว่าอะไรทั้งหมด” อคินพูดในความเงียบอึดอัด ไอริณเงียบไปสักพัก ก่อนตอบเบา ๆ “ชั้นกลัวเหมือนกัน กลัวอยู่แบบไม่ได้เป็นตัวเอง กลัวไม่มีค่าอะไรเลย”
คืนนั้น ฝนยังคงตกกระทบหน้าต่างหอพัก รอยนิ้วของไอริณยังค้างอยู่บนหน้าจอมือถือ เธอกำลังลังเลจะส่งข้อความหาถามว่าทำไมอคินดูเศร้าเกินเหตุ ท้ายสุดเธอเปลี่ยนเป็นสติ๊กเกอร์กระต่ายน้อยไร้ข้อความ เพื่อหลีกเลี่ยงการสารภาพอะไรในใจ
โปรเจกต์เริ่มเข้าสู่ช่วงเครียด อคินกับไอริณมีความเห็นไม่ตรงเรื่องธีมงาน อคินอยากเล่นใหญ่ ใช้เทคนิคใหม่ที่เขายังไม่ชำนาญ ส่วนไอริณอยากเน้นความเรียบง่าย เคลียร์ ใช้วัสดุในท้องถิ่น เกิดการถกเถียงทั้งกลางห้องและไลน์กลุ่ม เสียงตะโกนค่อยๆ กลายเป็นความเงียบที่หนาวเหน็บ พอเผลอมองตากัน ความอึดอัดก็หนาแน่นเป็นละอองฝุ่น
“ถ้านายอยากลองอะไรใหม่ๆ ก็ลองไปสิ ฉันไม่รั้ง” ไอริณตัดบทในคืนหนึ่ง เสียงเธอสั่นแต่พยายามแกล้งทำเป็นแข็งแรง
“ไม่ใช่ว่าเราเป็นทีมเหรอ?” อคินโพล่ง เงียบกันอีกครั้งนานเกินกว่าปกติ
ตั้งแต่คืนนั้น อคินกับไอริณไม่คุยกันเป็นอาทิตย์ ทำงานแยกคนละส่วน ขอบเขตระหว่างกันชัดเจนขึ้นเหมือนเส้นแบ่งรอยเปียกกับรอยแห้งบนถนนหลังฝนหยุดเดิน ดึกคืนหนึ่ง อคินเห็นไอริณนั่งร้องไห้อยู่ริมระเบียงคนเดียว นานมากกว่าเขาจะกล้าก้าวออกไปหา
“ขอโทษ” เขาพูดออกมาก่อน ทุกอย่างเงียบเหมือนโลกปิดเสียง
“ฉันเองก็ขอโทษ ฉันแค่…กลัวจะไม่ได้ไปต่อที่ไหนเลย” ไอริณเสียงเบา ชายตาไปมืดสนิทของราตรี
“แล้วชั้นล่ะ ฮะ ถ้าไม่มีเธออยู่ด้วย….” อคินหยุดประโยค ทนเสียงหัวใจตัวเองไม่ได้
“ก็ฉันก็ไม่อยากคิดว่าตัวเองเก่งพอหรอกนะ ถึงฝันอาจจะชนะทุกอย่างไม่ได้…” ไอริณปล่อยให้น้ำตาไหล สลับกับเสียงหัวเราะเหมือนคนจะบ้า
ช่วงห่างกันนั้น ผลสอบทุนต่างประเทศของไอริณประกาศออก เธอได้รับเลือกให้ไปแลกเปลี่ยนปีหน้า ไอริณซ่อนความตื่นเต้นไว้ใต้รอยยิ้มจาง เธอไม่บอกอคินทันที กังวลว่าจะเจ็บปวดในวันที่ยังไม่พร้อมอำลา คืนนั้น เธอกลับที่พักคนเดียวหลังเลี้ยงรุ่น ดวงตาแดงระเรื่อด้วยความสับสนกลัว เธอเริ่มฝันซ้ำ ๆ ว่าอคินจากไปโดยไม่ร่ำลา
อคินสงสัย แต่เลือกที่จะไม่ถามตรง ๆ เขากลัวจะต้องฟังสิ่งที่ไม่อยากได้ยิน มือเขาสั่นเบา ๆ เวลาเห็นไอริณหัวเราะกับเพื่อนคนอื่น ความไม่มั่นคงเกาะกินใจมากขึ้นทุกที
สถานการณ์ตึงเครียดจนถึงวันสอบโปรเจกต์ อคินกับไอริณออกแบบผลงานคนละแนว ต้องนำเสนอแบบแยก เขาเงียบขรึมมากกว่าปกติ ทั้งคืนก่อนวันนั้น พวกเขาไม่ได้คุยกันเลย ไอริณมองกราฟิกในคอมพิวเตอร์ด้วยน้ำตาคลอ ความรู้สึกผิดและเสียใจกัดกินเหมือนรอยแผลเก่าที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
วันนำเสนอ อาจารย์ถามประโยคเดียว “ผลงานนี้สำเร็จไหมถ้าเธออยู่คนเดียว?” ไอริณหันมองอคินขณะพูด “ไม่ค่ะ…ไม่มีทางเลย ถึงจะโกรธจะเถียง แต่เขาอยู่ในทุกส่วนที่ฉันทำ ถ้าขาดเขา…มันไม่ใช่งานของฉัน”
หลังห้องเงียบไปทั้งแถบ อคินใช้หางตามอง เธอยิ้มให้เขา ตาแดงสั่นระริก คืนนั้นหลังฝนเทกระหน่ำลงมาอีกครั้ง อคินวิ่งออกจากหอ ตอนสายฝนพรำ เขาตะโกนใส่ประตูห้องไอริณ เสียงน้ำฝนกลบเสียงหัวใจ
“เธอจะไปใช่มั้ย?” เขาหอบ แววตาดื้อดึงกว่าที่ไอริณเคยเห็น
“ฉันไม่อยากทิ้งนาย แต่ฉันอยากไป…ได้มั้ย ถ้าขอเห็นแก่ฝันของฉันซักครั้ง”
“ก็ลองไปดู ฉัน…จะรอ ไอริณ” น้ำเสียงสั่นแต่จริงจัง ฝันและหัวใจสวนทางกันแต่ไม่หลบตากันอีกแล้ว
ในวันรับปริญญา สายฝนพรำบางเบา อคินนั่งบนม้านั่งใต้ต้นไม้ริมสนาม เธอสวมชุดครุยมาเคียงข้าง ไอริณกระซิบเบา ๆ
“ขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย”
“อะไร?” อคินนิ่ง รอฟัง
“อย่าหายไปจากชีวิตฉันได้ไหม ไม่ว่าอยู่ที่ไหน”
เขาหัวเราะเบา ๆ “แล้วเธอล่ะ อย่าทิ้งชั้น…”
ในที่สุด ไอริณยื่นมือมา อคินกุมมือเธอ ไม่มีคำสารภาพ ไม่มีจูบ มีเพียงรอยยิ้มของสองคนที่ผ่านฤดูฝน แผลเป็นในใจไม่ได้หายไปทันที แต่ทั้งสองเลือกจะเดินต่อในความไม่แน่นอน ต่างคนต่างกล้าเติบโต พร้อมรับฝนใหม่ ๆ ด้วยกัน ไม่ว่าจะบนฟ้าเส้นใดของโลก