แผนพิชิตใจนายซื่อบื้อ: ปฏิบัติการตลกอลเวงในรั้วมหา’ลัย
เสียงระฆังดังลั่นในมหาวิทยาลัยต้อนรับเช้าวันใหม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มเพื่อนปีสองในคณะศิลปกรรมศาสตร์ตึกเก่า ห้อง B-404 วันนี้ทุกอย่างผิดปกติตั้งแต่ตีห้าครึ่ง หลังจากพิมพ์ (นิชาภา) สาวมาดมั่นผู้มั่นใจในแผนการชีวิต ลุกนั่งอยู่บนเตียงหออย่างกระตือรือร้น เดินไปเดินมาพลางท่อง ‘ปฏิบัติการสารภาพรัก’ กับตัวเองทุกสามวินาที
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใจเย็น พิมพ์ สเต็ปแรก เจอหน้าตรี—สบตา สเต็ปสอง—ยิ้ม ไม่ยิ้มจนดูเหมือนจะฆ่าคน สเต็ปสาม—…” เธอพูดกับเงาตัวเองในกระจก ขณะเดียวกันทราย เพื่อนร่วมห้องผู้เน้นระบบชีวิตแบบตามน้ำ ชะโงกดู
“เมื่อคืนกินกาแฟไปกี่ซอง? พูดกับตัวเองขนาดนี้ เดี๋ยวเพื่อนผีในห้องตกใจนะ!” ทรายหยิบหมอนฟาดเบา ๆ เป็นสัญลักษณ์เช้าแล้ว
“แก ฟังนะ วันนี้คือต้องสำเร็จ นายตรีมันชอบคนกล้า ฉันไปแนวซื่อฉันแพ้แน่!”
ทรายเลิกคิ้ว “ตรีที่เดินเตะฝาท่อจนไปแข่งบาสขาเดี้ยงน่ะนะ?”
พิมพ์นิ่งไปอึดใจ “ก็…มันดูซื่อแบบน่ารักไง เหมาะกับคนกล้าแบบฉัน!”
เสียงโทรศัพท์ในห้องดัง พิมพ์ดีดวิ่งไปหยิบ ต่อสายท่ามกลางเสียงทรายที่ยังสงสัย “โม โนตม! ไม่ใช่กล้าแต่โป๊ะนะ”
ปลายสายคือเบิ้ม เพื่อนสนิทประจำกลุ่มที่ทุกคนรู้ว่าถ้าให้วางแผนนอกจากจะไม่สำเร็จแล้วยังอาจทำให้งานสำคัญประเทศพังได้ เบิ้มตื่นสายเป็นประจำแต่วันนี้ดันโทรมาตั้งแต่เช้า
“เฮ้ยพิมพ์ สรุปแผนสำเร็จเปล่า ถ้าตกลงวันนี้พาไปกินหมูกระทะเลย”
พิมพ์เหวี่ยง “นายคิดว่าของแบบนี้ชนะใจคนได้ด้วยโปรหมูกระทะเรอะ!”
เบิ้มว่า “อย่างน้อยถ้าเฟลก็จะได้แดกฟรี…”
พิมพ์จดรายละเอียดแผนลงโพสต์อิท “เดี๋ยวไปเล่าให้ฟังที่คณะ วันนี้ต้องสำเร็จ!”
เสียงโทรศัพท์อีกเครื่องดังขึ้น คราวนี้เป็นของตรี (อติรุจ) หนุ่มซื่อผู้มีนิสัยล่องลอยเหมือนตอนเดินบนก้อนเมฆ เก็บของตกตามคณะเป็นประจำ และเป็นเป้าหมายของพิมพ์วันนี้
ปลายสายคือกร มิตรแท้ที่พูดจาเหมือน AI เสถียรแต่ติด Bug เป็นระยะ “ตรี นายใส่รองเท้าผิดข้างอีกละนะ”
ตรีก้มดู “อ้าว โหยย… กร เดี๋ยวก็เหมือนวันก่อนอีกแล้วอะ”
“นายลองอัพเดทแฟรชดิสค์หน่อย ยังไงวันนี้ก็อย่าเดินเตะฝาท่อ…”
“ขอบใจเพื่อน… เดี๋ยวจะตั้งใจ…”
แต่ในขณะที่ตรีกำลังเตรียมตัวออกจากหอ พิมพ์กลับมั่นใจจนเดินแกว่งกระเป๋าคาดอกโดยไม่รู้ว่าจดแผนปฏิบัติการหล่นจากช่องซิป!
ทรายเห็นแต่ยกมือขึ้น “อ้าว แก ทำกระเป๋าตก!”
“อะไร…เหรอ” เธอถามไม่ทันขาดคำ เพื่อนร่วมหออีกคน เดียร์ เหยียบเข้ามาพอดี “ตกนี่ค่ะ เอาไปให้อาจารย์ไหมคะ? หรือซ่อนก่อน”
“ไม่ต้อง! เอามานี่”—แต่เธอรับกลับไม่ได้ เพราะเสียงประกาศในหอเริ่มเร่งทุกคนให้รีบลงไปเรียนก่อนสาย เลยคว้าเฉพาะกระเป๋า เสร็จแล้วกระดาษแผนปฏิบัติการตกค้างอยู่บนนั้นอย่างไร้ร่องรอย
ที่คณะ เบิ้มกำลังเล่น UNO กับกร ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเพื่อนกลุ่มอื่นอยู่ พิมพ์เดินเข้ามาด้วยท่าทางก่อการใหญ่แต่แอบลนจนเห็นได้ชัด
เบิ้มพูดเสียงดัง “แผนวันนี้จะรอดมั้ยเนี่ย หรือแค่เดินไปก็สะดุดล้มเอง!”
พิมพ์เมิน “ถ้าแกไม่ป่วน ฉันอาจจะรอด!” เธอตัดบทก่อนจะหันไปซ้อมบทพูดกับกรในเวอร์ชันซ้อม
กร “เอิ่ม… ฉันว่าแกต้องท่องดูสีหน้าตรีไว้นะ มันจะเหวอเป็นอันดับหนึ่ง”
เบิ้มร้อง “แล้วถ้าไประเบิดกลางคณะแบบวันปฐมนิเทศล่ะ?”
“ไม่พูดถึงเลย!” พิมพ์ทุบโต๊ะ เบิ้มทำท่าเหมือนพ่อตามองลูกสอบ
ช่วงสาย ตรีเดินเข้ามาในคณะ มือหนึ่งถือกระเป๋า มือหนึ่งถือกระดาษแผ่นบางซึ่งเก็บได้จากบันได—ไม่รู้เลยว่านั่นคือแผนการสุดลับของพิมพ์ที่หล่นไว้
“นี่อะไรหว่า… ‘Step 1: สบตา Step 2: ยิ้ม Step 3: บอกความในใจ’?” ตรีพึมพำ ก่อนจะบ่นงึมงำกับตัวเอง “เหมือนชีทการบ้านวิชา Life 101…”
กรเดินผ่าน “นั่นแหละ ให้คนเก็บของตกผิดชีวิตเลย”
ตรีถาม “กร แกเคยโดนคนมาทำแบบนี้กับแกมั้ย แบบ… จะสารภาพอะไรใส่?”
กรทำหน้าเหวอ “แปลว่าไงเนี่ย ใครจะมาสารภาพกับนาย…”
“ก็คิดว่าเป็นพวกไซโค—”
กรส่ายหน้า “นายอ่ะ คิดอะไรแบบนี้อีกละ เดี๋ยวก็เข้าใจผิดไปเอง…”
สาย ๆ ในคณะ นอกจากเรื่องติวเข้มสอบต้นเทอมแล้ว วันนี้ทุกคนลือกันให้แซ่ดถึงประกาศ ‘งานแฟร์’ สุดยิ่งใหญ่ประจำปี ที่จะมีคนขึ้นเวทีสารภาพกับ Crush ฯลฯ ใครจะกล้าก็เตรียมตัวลุ้นรับของขวัญแฟร์ “Love Box”
พิมพ์หูผึ่ง “อ๊ะ! งานนี้แหละของเรา!”
เบิ้มไปกระซิบกร “งานนี้ถ้าไม่ผิดพลาดเราก็ไม่ใช่พวกเรา…”
ทรายยุ “ขอให้ปลอดภัยละกัน แกพูดทีไร พังทุกที”
เวลาบ่ายโมง เดียร์เอากระดาษที่เก็บได้จากร้านคาเฟ่ของคณะ ซึ่งบังเอิญเหมือนกับที่ตรีได้มาเช้านี้ มาให้เบิ้มดู
“นี่มันอะไรอะเบิ้ม ดูเหมือนแผนลับ”
เบิ้มอ่าน “’Step 4: ถ้ามั่นใจไปจนสุด ห้ามเหลียวหลัง ห้ามเผื่อใจ’ ” เบิ้มขมวดคิ้ว “ใครมันคิดมุกอะไรแบบนี้?”
ทรายแย่งอ่าน “เฮ้ย นี่มัน…พิมพ์…”
เบิ้มตาโต “โห แผนบ้าแบบนี้จะรอดเหรอ!”
พิมพ์เดินเข้ามาพอดี “อะไรอะซุบซิบ…” เธอหยิบบัตรนักศึกษาของตัวเองที่หล่นอยู่ขึ้นมาใส่กระเป๋า
กรสรุป “สรุปวันนี้แผนใครตกหล่นหรือหัวใจใครจะตกหลุมบ้างเนี่ย…”
ค่ำแล้วในงาน Love Fair รอบๆ คณะตกแต่งโคมไฟประดับจนสวยงาม ผู้คนคึกคัก ทุกคนพร้อมใจเฝ้าชมช่วงไฮไลท์ – การสารภาพรักสดบนเวที ใครก็ขึ้นได้ เพียงแค่กล้า
ทรายลูบไหล่พิมพ์ “ยังแน่ใจที่จะขึ้นจริง ๆ เหรอ?”
พิมพ์พยักรัว “วันนี้หรือไม่ก็ต้องปีหน้า เดี๋ยวเราก็ไม่ได้อะไรเลย”
เบิ้มเสริม “ถ้าอยากได้ Love Box เอาเลยเว้ย!”
กรมองเพื่อนๆ “ไปด้วยเหรอ?”
เบิ้มยิ้ม “ไม่เอา เดี๋ยวขึ้นแล้วกลายเป็นฉันเองที่โดนขึ้นชื่อเป็นหอมหัวใหญ่”
เสียงพิธีกรบนเวทีกระตุ้นผู้กล้าคนแรกขึ้นไปสารภาพ พิมพ์เดินก้าวขึ้นไป มือไม้สั่น แต่พยายามมั่นใจ
ตรีกับกรยืนอยู่หน้าเวที ตรีล้วงหากระดาษในกระเป๋ามาอ่านอีกครั้ง “เหมือนต้องทำอะไรสักอย่าง…”
พิมพ์สูดหายใจพลางหยิบไมค์ “สวัสดีค่ะ ฉันมีบางอย่างจะบอก…กับ…คนที่ใส่รองเท้าข้างละสี!”
เสียงฮือฮาในงาน ตรีหันซ้ายขวา “ใครอีกเนี่ย หรือว่า…”
ทันใดนั้น พิธีกรบอก “โอเค ใครคิดว่าเป็นคุณล่ะครับ เชิญขึ้น…”
กรผลักหลังตรี ตรีขึ้นเวทีแต่ยังงงสุดขีด พิมพ์หน้าแดงจัด จับไมค์แน่น
“จะบอกอะไรเหรอ?” ตรีถามงงๆ
พิมพ์เค้นความกล้า “จะบอกว่า ฉัน… เอ่อ… ให้กำลังใจนายตลอดนะ แบบ… ซาบซึ้งจริง ๆ”
เสียงหัวเราะประปรายในคนดู เบิ้มตะโกน “สารภาพรักหรือสารภาพบาปกันแน่!”
พิมพ์พูดต่อ “แค่…เวลานายเดินเตะฝาท่อ หรือใส่รองเท้ากลับด้าน ฉันก็อยากยิ้มให้ตลอด…แต่…ขอถามหน่อย นาย…คิดยังไงกับฉันเหรอ?”
ตรีหยิบกระดาษขึ้นมา เสียงแผ่ว “Step 1: สบตา…Step 2: ยิ้ม…Step 3: บอกความในใจ…”
กรแซวเบาๆ “นี่มันแผนของใครฟะเนี่ย”
ตรี “ฉัน… คือ ว่า… เพื่อนในกลุ่มบอกให้มาขึ้นเวที…”
เสียงพิธีกรสวน “ตกลงคุณมั่นใจหรือคุณงง?”
เสียงหัวเราะครื่นใหญ่ในงาน พิมพ์หน้าแดง ตรียิ้มเจื่อน
“ก็…มันคืออะไรแน่?” ตรีขยับไมค์ใกล้
พิมพ์หลุดขำ “ก็…อาจเป็นความกล้าแบบขี้เก๊ก ๆ หรือความซื่อแบบเปิ่น ๆ ก็ได้…”
ตรีตอบหน้าแป้น “ดีนะที่วันนี้ไม่ล้มบนเวที”
กร ยิ้ม “อย่างน้อยนายก็ใส่รองเท้าถูกคู่”
เสียงขำในงานคลายความเกร็ง พิธีกรประกาศให้ทั้งคู่รับรางวัล Love Box กล่องเซอร์ไพรส์ซึ่งข้างในเจอคู่รองเท้าข้างละสีกับลูกอมโบตันทำมือ
ทรายและเบิ้มหัวเราะ “ของขวัญแทนใจมาก!”
ทั้งกลุ่มเดินลงจากเวที พิมพ์หันไปพูดกับตรี “ทีหลังอย่าลืมเก็บกระดาษในกระเป๋านะ แกเก็บแผนลับฉันไว้ทั้งวันเลย”
ตรียิ้มเก้อ “ดีที่มันไม่ได้หล่นในห้องน้ำ…”
เบิ้มตบบ่า “บทสรุปคือแผนใหญ่ ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกนี้ ยกเว้นกินหมูกระทะแล้วอิ่ม”
ทุกคนหัวเราะกันลั่น เดินกลับหอพร้อม Love Box และเรื่องเล่าของวันวุ่น ๆ ที่กลายเป็นความทรงจำใหม่ของกลุ่มเพื่อนซี้
เสียงเพลงจากลานคณะคลอลง เหลือแต่กลิ่นไออุ่น ๆ กับมุกขำขันในใจ พร้อมเสียงเบิ้มปิดท้าย “ใครจะรู้ ว่าความซวยวันนี้ จะกลายเป็นตำนานเล็ก ๆ ในหมู่เรา”