กระจกหลังห้อง 304
เสียงฝนกระหน่ำใส่หลังคาสังกะสีเก่า ๆ ดังก้องทั่วหอพักริมถนนอย่างไม่มีทีท่าเบาลง พลอยเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นบันไดไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดไปทีละขั้น เธอหันไปมองด้านหลัง เห็นเพียงความมืดลึกของทางเดินและประตูห้องปิดสนิทเรียงราย ผู้จัดการหอพักซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนใบหน้าแข็งขรึมเดินนำอย่างไม่พูดอะไร ตั้งแต่พลอยมาถึง เธอรู้สึกว่าทุกสายตาในหอพักนี้จับจ้องมาที่เธอเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในแสงไฟสีเหลืองสลัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ห้อง 304 นะ หนู” เสียงผู้จัดการสั้นกระชับ “กุญแจนี่”
พลอยรับกุญแจมาอย่างลังเล ขณะที่มือสัมผัสเย็นเฉียบจากโลหะเก่า พลอยลูบแผ่นป้ายหมายเลข 304 พลางอมยิ้ม ฝนยังคงตกหนักจนได้ยินเสียงน้ำซึมเข้าใจฝ้าเพดาน
เธอไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป ห้องเล็ก ๆ กลิ่นอับชื้นโชยมาทันทีที่เปิดประตู ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง เตียงเหล็กเดี่ยว โต๊ะไม้เก่า และตู้เสื้อผ้าสีซีด แต่สิ่งที่เด่นที่สุดคือกระจกเงาโบราณบานใหญ่กรอบไม้สลักลายไทยตั้งอยู่ตรงมุมห้อง เพียงสบตากับเงาสะท้อน พลอยรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
“ของผู้เช่าเก่า ยังไม่กล้าย้ายออก” ผู้จัดการพูดเสียงเบา “อย่าไปสนใจมันดีกว่า”
พลอยหันไปถาม “แล้ว…ผู้เช่าเก่าหายไปไหนคะ?”
ผู้จัดการนิ่งเงียบไปอึดใจ “เขา…ย้ายไปแบบไม่แจ้งล่วงหน้า”
พลอยมองกระจกอย่างระแวง ก่อนจะยกกระเป๋าวางข้างเตียง สายฝนยังคงกระหน่ำ เธอรู้สึกเหมือนเงาในกระจกขยับไหวช้า ๆ แต่เมื่อขยี้ตาดูใหม่ก็ไม่มีอะไร
คืนนั้นพลอยนอนไม่หลับ เธอนอนฟังเสียงหยดน้ำจากหลังคาและเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเบา ๆ อยู่หน้าห้องเป็นระยะ ๆ กระจกบานใหญ่อยู่ปลายเตียงทำให้เธอต้องพลิกตัวหันหลังให้ แต่แสงจากไฟทางเดินลอดเข้ามาทำให้เงากระจกวูบไหวอยู่ตลอดเวลา
เธอหลับไปอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะตื่นขึ้นด้วยเสียงเคาะเบา ๆ ที่ประตูตอนตีสาม พลอยลุกขึ้นนั่งนิ่ง มือกำผ้าห่มแน่น เสียงนั้นเงียบหายไป ทิ้งไว้แค่ความเงียบอึดอัด เธอลุกไปดู แต่ไม่มีใครอยู่หน้าห้อง
เช้าวันรุ่งขึ้น พลอยเดินลงไปชั้นล่าง พบหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือในห้องโถงหน้าเคาน์เตอร์ “เพิ่งย้ายมาเหรอ?” หญิงสาวถามโดยไม่เงยหน้า
“ใช่ค่ะ ห้อง 304…”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนอดนอน “ห้องนั้น…ระวังหน่อยนะ”
“ทำไมเหรอคะ?”
เธอไม่ตอบ กลับก้มหน้าลงไปอีก พลอยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปซื้อของใช้ที่ร้านหน้าหอพัก ระหว่างทาง พลอยได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ จากห้องข้าง ๆ ที่ประตูเปิดแง้มอยู่ “เมื่อคืนเห็นเงาเธอยืนหน้ากระจกไหม?”
“แกตาฝาดหรือเปล่า?” อีกเสียงหนึ่งตอบ พลอยชะงักไป แต่ไม่กล้าเหลียวกลับ เธอเดินก้มหน้าเร็วขึ้น
คืนนั้นหลังอาบน้ำ พลอยนั่งแต่งหน้าทาครีมหน้ากระจก ลมหายใจของเธอเป็นไอขาวจาง ๆ ทั้งที่อากาศข้างนอกอบอ้าว ขณะเธอหลับตานวดครีม ริมฝีปากเหมือนได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบามาจากในกระจก “ช่วย…ด้วย…” เธอลืมตาขึ้นทันทีแต่เงาในกระจกนิ่งสนิท ไม่มีสิ่งผิดปกติ
พลอยรีบลุกไปปิดไฟตั้งใจจะนอน เสียงฝีเท้าหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาเป็นจังหวะเนิบช้า พลอยข่มใจถาม “ใครคะ?” ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงเงาสะท้อนวูบไหวในกระจกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง เธอหันกลับไปเร็ว ๆ แต่พบแค่ความว่างเปล่า
วันต่อมา พลอยลองสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน “พี่อยู่ที่นี่นานแล้ว พอรู้เรื่องผู้เช่าเก่าห้อง 304 ไหมคะ?”
ผู้หญิงวัยกลางคนอ้ำอึ้ง “อย่าไปยุ่งกับของเก่าห้องนั้น”
“แต่เมื่อคืนฉันได้ยินเสียง…”
“มันก็แค่เสียงลม เสียงน้ำรั่วนั่นล่ะหนู” เธอยิ้มแห้ง ๆ จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว
พลอยเริ่มนอนกลางวันมากขึ้นเพราะกลางคืนเธอแทบไม่ได้นอน ทุกครั้งที่ฝัน เธอเห็นเงาของตัวเองในกระจกเดินออกมาจากกรอบกระจกแล้วหายไปในเงามืดของห้อง ขณะที่พลอยในความฝันไม่สามารถขยับตัวได้เลย
คืนหนึ่ง พลอยตื่นขึ้นมาเพราะเสียงน้ำหยด เธอเดินไปที่อ่างล้างหน้า เห็นใครบางคนนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่ปลายเตียง พลอยตกใจถอยหลังไปชนตู้เสื้อผ้า แต่เมื่อมองกลับไปอีกครั้งไม่มีใครนอกจากตัวเองในกระจก
พลอยเริ่มเขียนบันทึกสั้น ๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เธอพยายามหาเหตุผล ทุกครั้งที่เงาในกระจกดูเหมือนจะขยับ พลอยก็จะหลับตาแน่นขึ้น หวังว่าเมื่อเธอลืมตาอีกครั้งทุกอย่างจะกลับเป็นปกติ
เสียงเคาะประตูและเสียงเพรียกจากในกระจกเกิดถี่ขึ้น พลอยเริ่มสับสนระหว่างความจริงกับความฝัน คืนหนึ่งเธอได้ยินเสียงกระซิบชัดขึ้น “ช่วยฉันออกไปที…” พลอยยื่นมือแตะกระจก วินาทีนั้นเองเธอรู้สึกเหมือนมืออีกข้างจากด้านในแตะมือเธอกลับ
พลอยสะดุ้งถอยหลัง ชีพจรเต้นแรง เธอรีบวิ่งลงไปข้างล่างตอนรุ่งสาง เจอนก หญิงสาวที่เจอวันแรกนั่งอยู่ที่เดิม “เคยเห็นเงาในกระจกบานนั้นไหม?” พลอยถามเสียงสั่น
นกนิ่งเงียบไปนาน “เธอ…ก็ได้ยินแล้วสินะ”
“มันคืออะไร?” พลอยพยายามข่มน้ำตา
นกมองซ้ายขวา ก่อนกระซิบเบา ๆ “เมื่อก่อน ห้องนั้นเคยมีผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เธอเหมือนจะโดน…อะไรบางอย่างเล่นงาน หลังจากนั้นก็หายไปแบบไร้ร่องรอย”
“แล้ว…ไม่มีใครตามหาเธอเหรอ?”
“มี แต่แม่บ้านกับผู้จัดการต่างก็พูดไม่ตรงกัน ไม่มีใครกล้าเข้าไปในห้อง 304 ตอนกลางคืนอีกเลย”
พลอยใจเต้นแรงขึ้น เธอกลับขึ้นห้องมองกระจกอย่างหวาด ๆ ทุกคืนเธอเริ่มฝันถึงเหตุการณ์ที่ไม่ใช่ของตัวเอง เห็นผู้หญิงผมยาวนั่งร้องไห้หน้ากระจก เห็นคนในหอพักสวมหน้ากากเดินเป็นวงกลมรอบตัวเธอ
คืนหนึ่งขณะพลอยนั่งอ่านบันทึกเก่า ๆ บนโต๊ะ เธอพบกระดาษแผ่นหนึ่งซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชัก ข้อความก่อนหมึกซีดจาง “อย่าหันกลับไปเมื่อได้ยินเสียงในกระจก” ลายมือสั่นเทาเหมือนเขียนตอนกลัวสุดขีด พลอยขนลุกชันไปทั้งตัว
จากนั้นพลอยเริ่มได้ยินเสียงลมหายใจเบา ๆ มาจากหลังกรอบกระจก เสียงเหมือนคนกำลังเฝ้ามองเธอตลอดเวลา พลอยปิดผ้าม่านหนา แต่อย่างไรก็ยังเห็นเงาตัวเองในกระจกไม่เหมือนเดิม ดูเหมือนเงาในนั้นจะมีรอยช้ำตามตัวและดวงตาเศร้าสร้อยมากขึ้นทุกคืน
หลังจากอดหลับอดนอนติดกันหลายคืน พลอยตัดสินใจไปถามผู้จัดการหอพัก “ขอเอากระจกออกได้ไหมคะ?”
ผู้จัดการส่ายหน้า “เอาออกไม่ได้ มันอยู่กับห้องนี้มาตั้งแต่สร้างใหม่ ๆ”
“แต่ทำไมต้องอยู่กับมัน?”
“บางอย่างมันผูกไว้กับที่นี่” เธอพูดเสียงเบา “ถ้าเอาออก อาจจะมีคนหายไปอีก”
พลอยเดินกลับห้องอย่างสับสน เธอมองกระจกบานนั้นแล้วเหมือนเห็นเงาใครอีกคนซ้อนกับเงาตัวเอง แวบหนึ่งพลอยเห็นภาพในกระจกเป็นห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงเงาเธอยืนอยู่ตรงกลาง พร้อมเสียงกระซิบ “เธอ…คือคนต่อไป”
เช้าต่อมา พลอยพบว่าชาวหอเริ่มหลีกเลี่ยงพูดคุยกับเธอ เธอเดินผ่านห้องเพื่อนบ้าน เห็นประตูแต่ละบานปิดสนิท เธอเห็นนกเดินออกไปพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า “จะย้ายแล้วเหรอ?” พลอยถาม
นกหลบตา “อยู่ต่อไม่ได้แล้ว ฉันเริ่มฝันถึง…เสียงจากกระจกเหมือนกัน”
พลอยรู้สึกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น เธอเริ่มตั้งกล้องมือถือบันทึกกระจกในห้องตลอดคืน เมื่อเปิดดูคลิปในตอนเช้า เธอเห็นเงาตัวเองลุกจากเตียงเดินไปยืนหน้ากระจกทั้งที่จำไม่ได้ว่าลุกขึ้นไปจริง ๆ แล้วเงาในกระจกหายไปทั้งคืน
เธอพยายามไม่เหลียวมองกระจก แต่ทุกคืนก็เหมือนถูกบังคับให้ลืมตาขึ้นมามอง เสียงกระซิบและเสียงร้องไห้ดังขึ้นทุกครั้งที่ไฟในห้องดับ
คืนหนึ่ง พลอยจำใจเปิดสมุดบันทึกของผู้เช่าเก่าที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง เธออ่านบันทึกแต่ละหน้าด้วยความกลัว จนถึงหน้าสุดท้ายมีข้อความเดียว “ออกไป…ก่อนที่เงาจะกลืนเธอ”
ในสมุดยังมีรูปถ่ายขาวดำของหญิงสาวคนหนึ่งยืนหน้ากระจกบานเดียวกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า พลอยเอามือแตะรูปนั้น ขณะที่กำลังจะวางลง เธอได้กลิ่นธูปจาง ๆ ลอยมาในห้องทั้งที่ประตูปิดสนิท เธอลุกไปดูที่กระจก เห็นรอยนิ้วมือเป็นปื้นหมอกบนผิวกระจกเหมือนมีใครขีดไว้ด้านใน
พลอยเริ่มสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับหอพักนี้ เธอค้นพบว่ามีเหตุการณ์ผู้หญิงหายตัวไปในห้อง 304 หลายครั้งตลอดสิบปีที่ผ่านมา ไม่มีใครแจ้งตำรวจจริงจัง ทุกคนแค่ย้ายออกอย่างเงียบ ๆ
คืนต่อมา พลอยอยู่ในห้องขณะที่ไฟดับทั้งตึก เธอจุดเทียนแล้วนั่งรอให้ไฟกลับมา เสียงเคาะประตูดังขึ้นช้า ๆ พลอยลุกไปดู เห็นเงาใครบางคนยืนอยู่อีกฝั่งของบานประตู เธอเอื้อมมือเปิดประตูช้า ๆ แต่พบเพียงความว่างเปล่า กลับเข้ามาในห้องก็พบว่ากระจกบานนั้นเปิดออกได้เหมือนประตู พลอยลังเลว่าจะเข้าไปดูข้างในหรือไม่
เสียงร้องไห้ก้องออกมาจากกรอบกระจก “ช่วยฉันด้วย…” ดังชัดกว่าทุกครั้ง พลอยตัดสินใจยื่นมือเข้าไปในกรอบกระจก วินาทีนั้นเงาของเธอในกระจกยิ้มพลางเหยียดริมฝีปากอย่างแปลกประหลาด
ทันใดนั้น พลอยถูกดึงแรงจากด้านใน เธอดิ้นรนสุดชีวิต เสียงในหัวซ้อนทับกันวุ่นวาย พลอยเห็นภาพผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่หลังเธอในกระจก น้ำตาไหลอาบแก้ม “ออกไป…เธอจะติดอยู่ที่นี่เหมือนฉัน…” เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ
พลอยรวบรวมแรงทั้งหมดผลักตัวเองออกมาจากกระจก เธอทรุดลงกับพื้นห้อง หายใจหอบหนัก กระจกบานนั้นกลับไม่มีเงาของเธออีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าในกรอบไม้เก่า ๆ
เช้าตรู่ พลอยเก็บของเตรียมออกจากหอพักโดยไม่หันกลับไปมองห้องนั้นอีก เพื่อนบ้านต่างมองเธอด้วยสายตาเว้นวรรค ไม่มีใครกล้าถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
หลายเดือนผ่านไป กระจกบานนั้นยังคงอยู่ในห้อง 304 ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือย้ายเข้าไปอีก เงาในกระจกยังรอผู้เช่าคนต่อไปให้เงาของตนได้สะท้อนความจริงที่ไม่อาจหนี