ภารกิจแลกเปลี่ยนแกงส้ม
เสียงหวูดนกเริ่มขึ้นตั้งแต่แปดโมงเช้าวันเสาร์ในมหาวิทยาลัยทิวากาญจน์ นักศึกษาที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ประตูหน้าตึกกิจกรรมต่างทยอยเดินทะลุประตูแก้ว อาลัน เด็กปีหนึ่ง ผู้มีความวิตกกังวลเป็นทุนแต่ชอบคิดแผนเหนือชั้นแบบเกินจริง ยืนลนลานกอดหม้อแกงส้มสูตรคุณยายเอาไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ปกติเขาเอาแกงส้มไปไหนกันวะ?” อาลันกระซิบกับตัวเอง ขณะที่เดินผ่านทีมฟุตบอลหน้าใหญ่ เหงื่อแตกพลั่กทั้งที่อากาศยังเย็น ก่อนที่ศิ สาวสายศิลป์ผู้หยิบสมุดสเก็ตช์คู่ใจขึ้นมา “เอาน่า อย่าเครียด ยูทำหน้าแบบนั้น ทุกคนต้องมั่นใจว่านายกำลังแอบเอายากลับบ้าน”
วิน นั่งหาว รอยขยี้หัวตัวเองตลอดเวลา “เราแค่เอาแกงไปแลกกับอาหารหอหญิงเอง มันก็ง่ายนี่”
อาลันพึมพำ “ถ้าง่ายจริง…ทำไมต้องเลือกเรา? เรามีหน้าตาคนลับลวงพรางขนาดนั้น?”
ศิหัวเราะ “เปล่า นายหน้าตาเหมือนคนที่ยายหวงหม้อมากกว่า”
เสียงประกาศจากไมโครโฟนก้องชั้นล่าง “ทีมแลกเปลี่ยนอาหาร กรุณาหยิบของทุกอย่างมาให้ครบ ห้ามใช้เงินสดเด็ดขาด!” อาลันถลึงตาใส่วิน “นายห้ามแวบไปเซเว่นนะ จำได้ปะ? คราวก่อนแกเกือบโดนจับได้!”
วินบ่นงึมงำ “ก็เราอยากได้แกงส้มมาแลกกับเซตข้าวไข่เจียว…”
สาวหอหญิง 12 โผล่มาแต่เช้า พร้อมกล่องข้าวหน้าตาสุดแปลก “แกงของเราต้องแลกกับของสุดพิเศษเท่านั้น” หล่อนว่าขึ้น ดูเหมือนทุกอย่างจะง่าย…จนวินทำกล่องแกงส้มตกพื้น ในเสี้ยววินาที
อาลันกรีดร้องแต่เสียงถูกกลืนในกลุ่มนักศึกษา “อย่าแกะ! มันต้องแลก!!!” วินชะงัก นิ่วหน้าดูส่วนผสมซึ่งเปื้อนมือ “มันแตกไหม?” ศิขำคิก “ส่วนผสมใหม่ เพิ่มรสชาติพิเศษนะอาลัน”
วินรีบไปตักแกงกลับใส่กล่องใหม่ ลนลานจนโยนเครื่องเคียงผิด โถ! อะไรไม่รู้ซัดเข้าไปในหม้อ แถมศิดันให้วินแอบใส่เครื่องหมายลับ “จะได้รู้ว่าเป็นของเรา ไม่งั้นหอหญิงขโมยสูตร!”
อาลันเริ่มคิดการใหญ่ “เราต้องใช้กลยุทธ์แอบเอาแกงส้มไปทิ้ง…”
ศิตอบ “ไหนว่านายอยากให้คนอื่นได้กินรสชาติยาย?”
วินมองขำๆ “แต่จะเป็นรสชาติยายแน่ใช่ไหมเนี่ย?”
กลุ่มพวกเขาแอบตั้งโต๊ะแลกเปลี่ยนหน้าหอหญิง 12 พร้อมป้ายขนาดยักษ์ ‘แกงส้มสูตรเด็ดแลกกับสุดยอดเมนู’ ใครก็ได้ในมหา’ลัยมาหยิบ แต่กลับไม่มีใครเข้าใจว่าต้องแลกอะไรกับอะไร เพื่อนต่างคณะมองงงๆ
“เมนู ‘สุดยอด’ ของเรานี่คืออะไรกันแน่?” ศิถามจริงจัง อาลันตอบไม่ตรงคำถาม “สิ่งที่พวกเรามี คือฝันยิ่งใหญ่…” ศิสวน “ขอแค่ข้าวเหนียวหมูปิ้งก็พอ”
ทันใดนั้น กลุ่มค้างคาวหอชาย 6 (วัยรุ่นสายกวนผู้ไม่เคยหลับในเวลากลางวัน) เดินผ่านแล้วแซวเล่น “กินแกงส้มแทนกาแฟมะ?” ศิตีหน้าขรึม “เหงื่อจะซึมออกเป็นสีส้ม”
ระหว่างรอนานจนเริ่มท้อ หญิงสาวจากหอหญิง 12 เสนอ ‘แลกไข่ตุ๋นกับแกงส้ม’ ทุกคนใจกระตุก วินถาม “ไข่ตุ๋น อลังการไหม?” เธอส่ายหน้า “ธรรมดา…แต่เราขยันมากกว่าอะ”
อาลันกังวล “ถ้าเอาไข่ตุ๋นธรรมดาไปส่งที่ชมรม จะไม่โดนดุเหรอ?” ศิตีหน้าเซ็ง “นายเครียดขนาดนี้ เพื่อโลก?” วินกระซิบ “ส่งก็ส่งเถอะ อย่างน้อยก็ไข่”
ยังไม่ทันตกลงกัน เด็กปีสามสายรีวิวอาหารภูมิใจเสนอ ‘ข้าวหน้าอะไรก็ไม่รู้’ ที่มีกลิ่นประหลาด ทุกคนเบี่ยงหน้าหนีทันที วินรีบปฏิเสธ อาลันอ้ำอึ้ง “ถ้ามันกลิ่นเหมือนวิชาฟิสิกส์ก็ไม่ไหว…”
ในขณะที่แผนแลกแกงส้มแทบจะไปไม่รอด ศิ สังเกตเห็นเด็กฝึกงานสายเปย์จากศูนย์หนังสือ เสนอแลกของขวัญประหลาด (เซตภาพถ่ายหนุ่มหอชาย 10 ทรงผมสุดครีเอท!) “หากินได้ไหมนั่น!” วินหลุดหัวเราะ ศิเริ่มพลิกแผน “ถ้าเอารูปไปแกล้งอาจารย์ฝ่ายวินัยล่ะ?“
อาลันหน้าเจื่อน “แล้วเราจะยังได้เมนูที่เขาอยากกินมั้ย…หรือจะมาขายภาพแทน?”
ท่ามกลางความสับสน หอหญิง 12 ส่งตัวแทนใหม่มา คนนี้ดูเป๊ะเว่อร์แบบเซเลบ เป้าหมายคือ…“พวกเธอช่วยแจกใบปลิวประกวดเมนูเด็ดประจำเดือน แล้วจะได้ขนมปังอบชีสฟรี!”
ทีมสามสหายหน้าหงอ แต่อาลันจุดประกาย “ถ้าเราเอาขนมปังอบชีสนี้ไปแลกกับเมนูสุดยอดของคนอื่นได้ไหม?” ศิหัวเราะ “ยิ่งแลกยิ่งเหมือนจะหมดตัว”
ปัญหาใหม่จึงเกิด วินเสนอ “งั้นเราเอาขนมปังอบชีสไปเสนอหอชาย 6 ดู!” ผลคือ หัวหน้าหอชาย 6 มองกล่องขนมแล้วโพล่ง “นายผิดจุดประสงค์เกมหรือเปล่าเนี่ย? เราอยากแลกกับห่อกาแฟดริป!” ศิแซว “โอเค เราอยู่ในห่วงโซ่อาหารหมุนเวียน”
หลังผ่านหลายรอบการแลกเปลี่ยน (ที่ได้แต่ของแปลกขึ้นทุกที) เหลือเพียง…ขวดน้ำปลาปริศนา กับกองชีทลายมือใครก็ไม่รู้ วินกับศิเริ่มเถียงกันเรื่องกลยุทธ์ อาลันชักลังเล “หรือเราถอดใจ?” ศิขมวดคิ้ว “นายห้ามทิ้งความหวังกลางการรบ!”
พวกเขาตัดสินใจยื่นน้ำปลาปริศนาให้รุ่นพี่ชมรมการละคร เจ้าของตู้ปลาแคระ “แลกกับของขลังมั้ย?” พี่คนนั้นยิ้ม “เอาไป! เอาของขลังจากตู้เราไปเลย!” ได้มาคือ…ก้อนหินลายตะขาบ!
ศิทำท่าคล้ายได้ยินเสียงร้องเพลง “คราวนี้หอหญิง 12 ต้องแลกเมนูเทพแน่ๆ!”
พวกเขาเสนอหินลายตะขาบกับหอหญิง 12 ตัวแทนคนใหม่หลุดขำ “จะให้เราเอาหินกินแทนข้าวเหรอ?”
ความวุ่นวายยังไม่จบ เมื่อฝ่ายกิจกรรมเดินมาเช็ก “เอ้า! แลกอาหารเสร็จหรือยัง? อาหารนั่นของใคร ทำไมถึงกลายเป็นหิน?” สามสหายหัวเราะแห้งๆ พยายามอธิบายแต่ยิ่งพูดยิ่งงงกันหมด
“ความล้มเหลวคือคำตอบของความสำเร็จ จริงไหม?” ศิใส่ปรัชญาหลังจากเจอทางตัน อาลันถอนหายใจ “ถ้าเราเอาแกงส้มกลับบ้าน ยายคงถามว่าไปเที่ยวหรือไปไหว้พระ”
ในที่สุด ทีมงานเริ่มสงสารส่งเมนู “ส้มตำปลาร้า” มาให้แบบฟรีๆ แม้อาลันจะกลัวกลิ่นแรง แต่ศิหัวเราะลั่น “สรุปแลกกันมั่วจนได้กินสิ่งที่เราไม่เคยวางแผน!”
ทุกคนยิ้มแม้สถานการณ์จะชุลมุน วินสรุปแบบมึนๆ “บทเรียนนิดเดียว คือ… การแลกเปลี่ยนที่ดีต้องรู้ก่อนว่าเราอยากได้อะไร ไม่ใช่เอาทุกอย่างมาใส่ในหม้อเดียว”
เสียงหัวเราะของทั้งสามปิดท้ายวันวุ่นวาย ทุกคนแบ่งปันกันคนละถ้วย แม้ไม่มีใครได้กินแกงส้มแบบเดิม แต่มิตรภาพในหม้อใหม่ก็รสจัดจ้านกว่าที่คิด
ก่อนแยกย้าย วินหยิบใบปลิวประกวดเมนูเด็ดขึ้นมา “ปีหน้าจะลงแข่ง…เมนูน้ำปลาแกงส้ม” ศิกระซิบขำๆ “ขออย่าให้หินลายตะขาบเป็นส่วนผสมนะ…” อาลันหัวเราะ เงียบไปเล็กน้อย แล้วพูดจริงจัง “คราวหน้าขอให้ยายมาเป็นกรรมการเลยละกัน!”