แสงจันทร์กลางฝน
เสียงฝนดังเปาะแปะบนกระจกหน้าต่างชั้นสิบเก้า ขณะที่กวินนั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์ ท่ามกลางแสงจันทร์จาง ๆ ที่แทรกผ่านรอยน้ำฝน เขาสะกดกลั้นหายใจคล้ายพยายามกางระยะห่างให้ตัวเองอยู่เสมอ มือวางนิ่งบนแป้นพิมพ์ แต่สายตาเหลือบไปมองผู้หญิงอีกคนที่ยังคงนั่งทำงานในมุมของตัวเอง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พลอย ผมหยักศกยาวประบ่า แววตานิ่งเวลามองจอคอม เธอจัดไฟล์เอกสารเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไรกับใครตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีเพียงเสียงถอนหายใจเบา ๆ ชวนให้ออฟฟิศว่างเปล่าในยามค่ำคืนรู้สึกกว้างใหญ่เกินจริง
“จะกลับยัง?” กวินถามขึ้นข้าง ๆ ลำคอแหบพร่า พลอยที่เหมือนกำลังสื่อสารกับตัวเองอยู่ในใจถึงกับสะดุ้ง เหลือบมองออกไปนอกกรอบหน้าต่าง หยาดฝนยังคงเทกระหน่ำไม่ขาดสาย
“ฝนอ่ะ… คงต้องรออีกพักใหญ่ รถติดแน่เลย” เธอยิ้มจาง ๆ แบบขอไปที ยังไม่กล้าสบตากวินนาน
ต่างฝ่ายต่างเก็บความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ ฝนยังตก รายงานยังไม่เสร็จ กวินมองนาฬิกาเกือบสองทุ่ม เขาสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามหาคำจะพูด แต่ก็เงียบไปเหมือนทุกที
ช่วงสองสามเดือนมานี้ กวินเพิ่งรับรู้อะไรบางอย่างในตัวหญิงสาวคนนี้ เป็นความเอ็นดูปนสงสารที่เขาพยายามไม่จัดกลุ่มมันว่า ‘ชอบ’ เพราะรู้ว่าคนอย่างเขาไม่น่าจะเหมาะกับใคร ในขณะที่พลอยเองก็มีเกราะบาง ๆ รอบตัว ไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้าใจง่าย ๆ
เสียงแมวร้องเบา ๆ ใต้ตึกทำให้พลอยยิ้มออก เธอหันมาทางกวิน สายตาตลกขบขัน “ชั้นคิดว่าทำงานดึกมีแต่เรา สงสัยจะมีเจ้าแมวคอยเป็นเพื่อนด้วยแฮะ”
กวินหลุดหัวเราะแบบเงียบ ๆ แล้วสบตาเธอเป็นครั้งแรกจริง ๆ ในค่ำคืนนี้ สายตานั้นมีแววเจ็บปวดแต่ก็อ่อนโยน พลอยเบือนหน้าหนี รีบก้มลงดูเอกสารบนโต๊ะ
“แม่ง…เมื่อไหร่เค้าจะเลิกฝนสักทีวะ” กวินทำเสียงงึมงำ พยายามกลบความอึดอัด เขาหรี่ตา “พลอย…กลับคนเดียวโอเคไหม เดี๋ยวเราพาไปส่งก็ได้”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกเรา บ้านอยู่ทางเดียวกันเหรอ?” เธอถามเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าควรไว้ใจแค่ไหนกับความปรารถนาดีของกวิน
“ไม่…แต่ก็ไม่ไกลกันมาก” เขาตอบพลางเอนหลัง เพดานออฟฟิศขาวโพลน สายฝนและเวลาในยามราตรีบีบให้ทั้งสองได้ขยับใกล้กันโดยปริยาย
พลอยขมวดคิ้ว กวินเม้มริมฝีปากพลางขยับตัวใกล้เข้ามานิดหน่อย “ขอโทษนะ ถ้าทำให้รู้สึกอึดอัด…”
“ไม่ใช่หรอก แค่…ช่วงนี้มันเหนื่อยนิดหน่อย” พลอยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ทั้งสองนิ่งเงียบอยู่ครู่นาน ต่างวุ่นกับความคิดของตัวเอง
สุดท้ายเมื่อเสียงฝนเบาบางลง พลอยปิดคอม กวินยืนรอข้างประตู เธอหยิบร่มสีชมพูอ่อน หน้าต่างถูกปิดอย่างเงียบงัน สองคนเดินออกจากบริษัทไปพร้อม ๆ กัน ท่ามกลางแสงไฟท้ายถนนและกลิ่นไอดินเฉอะแฉะ
ระหว่างรอรถแท็กซี่ พลอยถามขึ้นเบา ๆ “วันหยุดนี้มีแพลนอะไรป่ะ?”
กวินชะงักไป ความเงียบบีบหัวใจเขาไม่มากก็น้อย “ยังไม่ได้คิดไว้เลย… จริง ๆ ตอนเด็ก ๆ เราเคยคิดว่าจะไปปีนเขาคนเดียว แต่ไม่ได้ไปสักที”
“ปีนเขาเหรอ กล้าดีนะ” พลอยหัวเราะ เสียงหัวเราะฟังดูสดใสแต่แฝงความเหนื่อยล้า “ชั้นยังไม่เคยลองเลยอะ
“ถ้ามีโอกาส…อยากไปด้วยกันปะ?” กวินพูดจบก็กลายเป็นความเงียบชั่วครู่ พลอยไม่ได้ตอบ ได้แต่ยิ้มบาง ๆ
แท็กซี่เลี้ยวมา พลอยส่งสายตา “ขอบคุณที่รอส่งนะ เดี๋ยวคืนนี้ถึงบ้านชั้นทักไปบอกนะว่าถึงแล้ว”
“อืม…ฝันดีนะพลอย” กวินตอบเสียงอ่อนโยน เคลื่อนไหวช้า ๆ ในความฝันค้างคาของค่ำฝน
รุ่งเช้าในวันเสาร์ กวินเดินหยิบแก้วกาแฟเข้าคาเฟ่เล็ก ๆ ย่านสุขุมวิท เจอพลอยนั่งอยู่ตรงมุมหน้าต่างพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ “มาแต่เช้าเลยนะ”
“ต้องเตรียมนำเสนอโปรเจกต์วันจันทร์ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าตายแน่ถ้ายังดองอยู่” พลอยพูดยิ้ม ๆ พร้อมเหลือบตา “นายล่ะ?”
“ก็…ยังไม่ตื่นจริง ๆ ด้วยซ้ำ” กวินหัวเราะมุมปาก พยายามให้บรรยากาศผ่อนคลาย
แสงแดดลอดผ่านกระจก มุมโต๊ะเล็ก ๆ กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทั้งคู่ พลอยเปิดไฟล์งาน แสดงความเก่งและจริงจัง กวินแค่ฟังเสียงและสังเกตการกระทำของเธอ ลมหายใจอุ่น ๆ ที่ผสานกลิ่นกาแฟกับฝนเมื่อคืนทำให้หัวใจเขาเบาอย่างประหลาด
“นายเคยผิดหวังกับงานไหม?” พลอยถามเสียงสั่นเล็ก ๆ
กวินลังเลไปครู่หนึ่ง “เคย…แล้วมันก็ฝังใจอยู่นานเลย”
“เหมือนจะผ่านมันไป แต่บางทีเราก็ยังกลัว…กลัวว่าจะผิดพลาดอีก” เธอพูดเบามาก ราวกับสารภาพความในใจ
“ความกลัวเป็นเรื่องปกตินะ” เขากระซิบ “เราเองก็กลัวเหมือนกัน…”
ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง พยายามถอยห่างจากความเปราะบางนั้นชั่วคราว
วันจันทร์ กวินและพลอยพรีเซนต์งานร่วมกันในห้องประชุม ท่ามกลางหัวหน้าผู้เข้มงวด พลอยพูดเกร็ง พลาดบางประโยค กวินสังเกตเห็นและช่วยเสริมในจังหวะสำคัญ ทั้งสองประสานสายตา เพียงเสี้ยววินาที ความเชื่อใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ
“ขอบคุณที่ช่วยดึงสติ” พลอยกระซิบเบา ๆ เมื่อออกจากห้องประชุม
กวินยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณที่ไว้ใจให้เราช่วย”
สถานการณ์เช่นนี้เกิดอีกหลายครั้งในเดือนถัดมา บางวันทะเลาะกันเรื่องไอเดีย บางวันเงียบใส่กันเพราะความเหน็ดเหนื่อย ไม่เคยมีการเอ่ยปากว่าจะเป็นอะไรต่อกัน ต่างฝ่ายต่างกลัวจะถูกปฏิเสธ หรือเสียมิตรภาพที่มีอยู่
ค่ำวันหนึ่งในเดือนถัดมา งานเลี้ยงออฟฟิศประจำปีจัดบนดาดฟ้าตึกสูง พนักงานส่วนใหญ่เต้นรำและหัวเราะกัน พลอยนั่งอยู่ขอบระเบียง มือถือแก้วน้ำเปล่ามองออกไปในเงามืด
กวินเดินเข้ามา “ไม่เต้นหน่อยเหรอ?”
“ไม่ค่อยถนัด…” เธอตอบเบา ๆ
สายลมกลางคืนเย็นเฉียบ บรรยากาศถูกละลายด้วยเสียงหัวเราะและดนตรี กวินนั่งลงข้างเธอ ทั้งสองแลกเปลี่ยนเรื่องอดีต พูดถึงที่บ้าน ความฝันที่อยากไปให้ไกลจากโต๊ะทำงานนี้
“นายเคยอยากลาออกไปทำของตัวเองมั้ย?” พลอยถาม
กวินนิ่งงันไปนาน ก่อนตอบเสียงหนัก “เคย…แต่ก็กลัวทำไม่ได้”
“ฉันด้วย” พลอยถอนหายใจ
ทั้งคู่เงียบไปอีกพักใหญ่ แล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน เหมือนปลดล็อกบางสิ่งออกในอก
แต่เมื่อแรกเมษามาถึง องค์กรปรับโครงสร้าง พลอยได้รับโอกาสโยกย้ายไปต่างจังหวัด หลายคนในทีมไม่เห็นด้วย บางคนแสดงทีท่าขัดขวาง พูดจาทำร้ายจิตใจเธอ กวินเองก็ถูกบีบให้เลือกข้าง
วันหนึ่งหลังประชุมเครียด พลอยร้องไห้อยู่ในห้องน้ำหญิง กวินรู้และรอเธอหน้าห้องน้ำโดยไม่พูดอะไร เมื่อเธอเดินออกมา เขายื่นทิชชู่ให้ เธอรับไปแบบสั่น ๆ
“ขอโทษนะ ที่พูดอะไรไม่ได้…”
“ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้ ถึงไม่ได้พูด ก็รู้สึกได้”
ช่วงเวลานั้น ความเปราะบางระหว่างทั้งคู่ชัดเจนมากขึ้น ต่างคนต่างไม่กล้าเอ่ยใจตรง ๆ ด้วยกลัวจะสูญเสียมิตรภาพ กวินเลือกสนับสนุนพลอยเงียบ ๆ ส่งไฟล์งาน ช่วยตรวจโจทย์ก่อนประชุม หรือแค่ทิ้งขนมเล็ก ๆ ไว้บนโต๊ะของเธอ
ตลอดสองเดือนนั้น ความห่างระหว่างพวกเขาชัดเจนขึ้น พลอยทยอยเก็บของ เตรียมย้ายเมือง กวินแสร้งทำงานหนักขึ้น หลายครั้งนั่งในออฟฟิศดึก ๆ เพื่อจะได้เงียบ ๆ เหมือนคืนที่ฝนตกวันนั้น
คืนนั้นพลอยเดินเข้ามา เธอนั่งลงใกล้ ๆ ไม่พูดอะไร เพียงแค่มองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกัน กวินถามเสียงสั่น “กลัวมั้ย?”
“กลัวมาก…แต่การหนีความกลัวคงไม่ช่วยอะไรใช่มั้ย?” เธอถามกลับเบา ๆ
เขานิ่ง “อยากอยู่ที่นี่ต่อมั้ย?”
เธอลังเล “อยาก…แต่ก็รู้ดีว่านี่ถึงเวลาของเราแล้ว”
เขาพยักหน้าช้า ๆ สายตาขมขื่น “นึกว่าจะได้ไปปีนเขาด้วยกันสักที…”
“เดี๋ยวรอให้ลงตัว เมื่อไหร่เราจะไปปีนเขากันนะ”
วันสุดท้ายของการทำงาน เต็มไปด้วยดอกไม้และคำอวยพร พลอยโผกอดเพื่อนร่วมงานทีละคน แต่เมื่อถึงกวิน เธอยืนนิ่งไม่เอื้อมมือไปกอด สบตาเขาเงียบ ๆ นานกว่าที่ควร เธอยิ้มให้บาง ๆ แล้วเดินออกไปจากประตู
หลายเดือนผ่านไป กวินยังจมอยู่กับกิจวัตรเดิม กลายเป็นคนเงียบ พูดน้อยลงจนเพื่อนร่วมงานสังเกต เขาเก็บค่ำคืนฝนตกไว้ในใจเหมือนผู้แพ้ที่ยังรอปาฏิหาริย์
ฤดูฝนวนกลับมาอีกครั้ง ในเย็นวันหนึ่ง กวินเดินกลับบ้านท่ามกลางสายฝนเช่นเดิม แว่วเสียงแมวใต้ตึกทำให้เขาหลุดหัวเราะโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พลอยโทรมา น้ำเสียงสั่นนิด ๆ “นาย…อยากปีนเขาวันเสาร์นี้ด้วยกันไหม?”
กวินนิ่งไปสักพัก ก่อนพูดว่า “ยังกลัวเหมือนเดิม แต่อยากลองดู…”
เสียงฝนตกหนักลงอีกครั้ง กวินมองออกนอกหน้าต่าง เห็นแสงจันทร์จาง ๆ สะท้อนหยดน้ำฝน เขาเดินออกจากตึกด้วยรอยยิ้มใหม่เล็ก ๆ ข้างใน
และในที่สุด เหนือภูเขาที่รายล้อมด้วยเมฆฝน กวินและพลอยยืนด้วยกันบนยอดดอย ลมหายใจติดฝนคลุ้งอากาศ ความกลัว ความลังเล และความผิดหวังในอดีต เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจียมตัวและมือที่ตัดสินใจวางไว้ข้างกันอย่างสัตย์จริง ในที่สุดพวกเขาก็กล้าพอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแสงจันทร์กลางสายฝน