คืนใต้ทะเลสาปร้าง
เสียงฝนตกกระหน่ำซู่บนหลังคาบ้านไม้เก่าๆ ของหมู่บ้านริมทะเลสาบร้าง เสียงดังแผ่วๆ เจือกลิ่นเปียกชื้นและไม้ผุ ธาราในวัยยี่สิบห้าผลักประตูบานกรอบขาวเก่าเข้ามาอย่างลังเล ตากวาดมองทะลุม่านลูกไม้สีหม่นไปยังเวิ้งน้ำสีดำที่ไกลออกไป เบื้องหลังม่านฝนเส้นหนา เขาสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้งก่อนจะเดินลึกเข้ามาในบ้าน แบบที่ไม่ได้มานานนับสิบปี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!สายลมเย็นพัดมาตามรอยแยกพื้นไม้ ธาราคลำหาดอกไม้ธูปเทียนที่วางเตรียมไว้บนโต๊ะกลางบ้าน รอยยิ้มขมขื่นปรากฏเล็กๆ ขณะเอื้อมมือหยิบกรอบรูปพ่อขึ้นมาตั้งหน้าตั้งตา ภาพถ่ายพ่อในวัยห้าสิบห้าหน้าตาขึงขัง เส้นผมแซมสีเงินชัดเจนแม้แสงจากหลอดไฟดวงเดียวจะสลัว
“กลับมาตอนไหนวะธารา?” เสียงทุ้มๆ ของน้ำใจ—น้องสาววัยยี่สิบสอง—ดังขึ้น ธาราสะดุ้งเล็กน้อยก่อนฝืนหัวเราะ “ไม่อยากมาเลยจริงๆ” น้ำใจชะโงกหน้ามอง “ก็เรื่องมันจำเป็น พ่อเราตายกลางฝน ไปเจอที่ริมน้ำกับใครก็ไม่รู้นั่นไง” เธอหยุดอึดใจ ซ่อนความวิตกไว้ใต้เสียงขำ
ธาราเงียบ ไม่ตอบ เขาเดินไปเปิดหน้าต่างให้ลมเข้ามาเต็มๆ กลิ่นดินและมอสต์ตีจมูก “แล้วแม่ล่ะ” ธาราถาม น้ำใจกลอกตามองบน “ขึ้นไปนอนกับยายบนชั้นสอง เห็นว่าไม่อยากลงมาเจอใคร ก็เข้าใจนะ ผีบ้านผีเรายังขวัญกระเจิง” เธอประชดเสียงเรียบ แต่แววตาเปล่งแสงมัวหม่น
เหนือบ้าน ลมฝนหวีดโหยรอบทะเลสาบ ด้านนอกม่านฝน ธารายืนเงียบขณะจ้องมองเงาดำวาบๆ ริมริมสนเก่า เขาขมวดคิ้ว เห็นอะไรแว้บผ่าน รูปร่างเล็กๆ คล้ายเด็กผู้หญิงผมยาวในชุดเก่าๆ ยืนตรงขอบน้ำพอดี เขากระพริบตาแรงอีกครั้ง มันก็หายไป เหลือเพียงเสียงฝนกระจาย
“เฮ้ย ธารา เป็นไร” น้ำใจเขย่าตัวเบาๆ “เหมือนเห็นเด็ก…”
“เด็กอะไร อะไรไม่มีใคร กลางฝนแบบนี้น่ะ” น้ำใจลดเสียงไว้แผ่วๆ ก่อนจะหันกลับไปเตรียมของ ไฟในห้องวูบ กระชากบรรยากาศเงียบวาบ
เสียงบ้านไม้แตกร้าวกระแอมอย่างเหนื่อยล้า ธาราเดินไปที่ห้องเก็บของ ทิ้งไว้แต่เงาลางๆ หลังประตู หยิบกล่องลังขึ้นมาเปิด รูปถ่ายครอบครัวสมัยยังเด็กๆ กระจายเต็มกล่อง มีภาพหนึ่ง—ภาพเด็กหญิงผมบ๊อบยืนตรงหน้าทะเลสาบ จ้องมาที่กล้องด้วยแววตาเศร้า เหมือนจะร้องไห้ ภาพนั้นไม่ใช่เขา ไม่ใช่น้ำใจ ธาราขมวดคิ้ว ยื่นไปคว้ารูปออกมาตรวจดูใกล้ๆ
เสียงไม้ลั่นกรอบกราวอีกครั้ง ทีนี้แว่วเสียงสะอื้นเบาๆ แทรกมาจากห้องโถง ธาราขนลุกซู่ ลังเลสักพักก่อนจะปิดฝาลัง คว้ารูปใบนั้นแน่น รีบเดินกลับออกมา น้ำใจกำลังจัดผ้าขาวและของไหว้เตรียมงานศพ “ทำไรหอบ รูปใครน่ะ?” เธอถาม สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ธาราวางรูปบนโต๊ะ ยิ้มเจื่อน “ไม่รู้…เด็กบ้านไหน”
ฟ้าแลบวาบผ่านหน้าต่าง เงาของเด็กหญิงในรูปปรากฏด้านหลังครู่หนึ่ง ร่างเธอเปียกปอน ใบหน้าจมในเงามืด เจือคราบน้ำตา ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไร ลมพัดแรงจนหน้าต่างกระแทกปิดดังโครม ธาราใจเต้นรัว เขาจำได้แล้ว เงานั้นคือเด็กที่เคยเห็นแวบๆ ตอนเด็กๆ แต่ไม่มีใครยืนยันว่าเธออยู่จริง
“เสียงอะไรน่ะ?” น้ำใจหันมองรอบห้อง ดวงตาหรี่ลง “ช่างมันเถอะ รีบจัดของเถอะ พรุ่งนี้มีพระมาเช้า เดี๋ยวแม่จะว่าเอาอีก”
ธารานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ มองฝนหยดไหลรินบนกระจก ลมหายใจสั้นลง “นายคิดถึงพ่อมั้ย?” น้ำใจถามเสียงเบา ธาราไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง “คิด…แต่มันก็จบแล้วนี่”
น้ำใจหยิบผ้าขาวขึ้นมากอดแนบอก “ฉันกลัว…กลัวเราจะไม่มีวันเหมือนเดิม กลัวจะมีคนแปลกๆ ตามมาอีก” เธอหลบตา ธาราขยับปากเหมือนจะพูดบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ ลมหายใจอัดอั้นอยู่ในอก
ไฟในบ้านดับวูบ ทั้งสองสะดุ้ง เครื่องเสียงวิทยุเก่าที่หัวมุมบ้านส่งเสียงแทรกซ่าเอง ราวกับความทรงจำที่เลือนลาง ธาราลุกขึ้น คว้ากระเป๋าไฟฉายแล้วเดินออกไปยังเฉลียงหน้าบ้าน น้ำใจรีบคว้าแขน “จะไปไหน?”
“ขอออกไปดูอะไรหน่อย” ธารากลืนคำที่ปาก น้ำใจลังเลแต่ตามมา
เส้นทางริมทะเลสาบสลัวหมอง ธาราเดินนำไฟฉายส่องไปตามโขดหิน โคลนเปียกชื้นทำให้การเดินยากลำบาก เงาร่างสองคนสะท้อนในเงาน้ำขลุกขลิก ประสานเสียงฝนโปรยพิกล เดินไปไม่ไกลเสียงน้ำสาดแรงผิดปกติทำให้ทั้งสองหยุดกึก ธาราหันขวับ ไฟฉายส่องไปเห็น…รอยเท้าเด็กเปียกน้ำ บนดินเปียกเรียงราย
น้ำใจจ้องตาโต “เด็ก…” เธอสั่น “นาย…ไม่เชื่อเรื่องผีใช่มั้ย?”
ธารากระซิบ “ฉันไม่แน่ใจแล้ว” วิญญาณของอดีตตามล่า ไม่ใช่แต่เขาแต่ทุกคนในตระกูลนี้
บนผิวน้ำแว่วเสียงกรีดร้องบางเบา ทว่าไม่ใช่เสียงคนมีชีวิต แต่น้ำในทะเลสาบนิ่งสงัดเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ธาราตัดสินใจกลับเข้าไปในบ้านพร้อมน้องสาว ฟ้าเปรี้ยงอีกครั้งกระทบใจทั้งสองคนที่ยังไม่นอน
รุ่งเช้า ทะเลสาบสงบลวงตา ท้องฟ้าสลัว ธาราเดินลงมายังห้องนั่งเล่น แม่กับยายยังคงนอนนิ่งบนเตียงไม้ น้ำใจนั่งกอดเข่าข้างเตาไฟ “เมื่อคืนฝันแปลก” เธอกระซิบ “เห็นเด็กคนนั้น…เธออยู่ในน้ำ ร้องไห้แขนขาวซีด อยากให้ใครช่วย”
ธาราวางมือลงบนหัวน้ำใจ “นายต้องเข้มแข็งหน่อยนะ เราอาจต้องหาคำตอบ ทำไมเด็กคนนั้นถึงยังไม่ไปไหน”
ขณะเตรียมพิธีสวดคืนแรก พระแก่เดินนำด้วยแสงเทียน พลันเทียนริมหน้าต่างดับลง เสียงร้องงึมงำดังไกล “มีบางอย่าง อยากบอกนะโยม…ในที่นี่มีจิตเก่าที่ยังค้างคา” พระพูดเสียงนุ่ม ธาราขนลุกซู่ แววตาวับวาวของเขาไล่ไปตามกรอบภาพตรงมุมบ้าน ทำให้ธารากลืนก้อนบางอย่างลงคอไม่ลง
ทุกคืนหลังสวดศพ ธาราเริ่มฝันร้าย อีกครั้งเห็นเด็กหญิงในชุดเดิมเธอเดินมาหาเขา “ช่วยฉัน…ฉันหนาว ฉันหิว” เสียงเด็กดังแผ่ว ธาราพยายามถามชื่อ แต่เสียงเธอหายวับพร้อมกระแสน้ำเย็นเฉียบรัดข้อเท้าในฝัน
น้ำใจก็ตื่นขึ้นกลางดึกกรีดร้องออกมา “พอที! ฉันกลัว ฉันไม่อยากเห็นผี!” ทุกคนในบ้านพากันตื่น แม่วิ่งมากอดลูก “ลูกเอ๊ย ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร” แม่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำใจร้องไห้สะอึกสะอื้น “แม่เห็นใช่มั้ยคะ เด็กที่อยู่ในรูป เด็กข้างทะเลสาบ” แม่ส่ายหัวแต่หมองน้ำตา เธอปกปิดบางสิ่งไว้ในอก ธาราหันไปสบตาแม่ ความเงียบกัดกินใจครู่หนึ่ง
วันถัดมา ธาราเดินลงทะเลสาบอีกครั้ง จุดที่พ่อตายคืนฝน ธาราลงไปนั่งเงียบ เขาเอาภาพเด็กหญิงออกมาดู พลันเห็นอักษรจางๆ ข้างหลังภาพ ‘รายา 2526’
เสียงไม้ลั่นกรอบกราวดังมาจากกลางน้ำ เงาเด็กหญิงในชุดเดิมค่อยๆ ปรากฏจากหมอกเช้า เธอยืนริมโขดหิน นัยน์ตาว่างเปล่า น้ำตาไหล ธารากลืนน้ำลาย รีบขยับลุกขึ้น “รายา เธอคือใคร…?” เงาเด็กกล่าวแต่ถ้อยคำพร่ามัวขาดตอน ใบหน้าเศร้าสุดในโลก ก่อนจะหายลับในหมอก
ธารากลับบ้าน ในห้องโถง แม่กับยายเงียบไม่ยอมพูดจา ธาราโพล่งขึ้น “แม่ ใครคือรายา?”
แม่เงียบอึดใจ ยายปาดน้ำตา “…ลูกไม่ได้จำ แต่รายาเป็นเพื่อนเล่นพี่ตอนเด็กๆ เพื่อนบ้านเรานั่นแหละ วันหนึ่ง…จมน้ำตาย เหมือนอุบัติเหตุ ไม่นานหลังจากนั้นเราก็ไม่มีใครพูดถึง”
น้ำใจตกใจ “แล้ว…พ่อเกี่ยวอะไร?”
แม่หัวเราะฝืด “แม่ก็ไม่รู้ แต่หลังจากนั้นพ่อก็เริ่มเสียสติ…ชอบไปริมทะเลสาบคนเดียว พูดถึงเด็กผู้หญิง…เราคิดว่าเขาคิดถึงลูกเพื่อนบ้าน”
ธาราเดินออกจากห้อง รู้สึกเยียบเย็น เขาหวนคิดถึงอดีต คืนนั้นเขาจำได้เลือนราง—เขาเห็นรายาจมน้ำ แต่เขากลัว ไม่กล้าว่ายลงไปช่วย เขาจำหน้ารายาได้แม่น เขาคือคนที่เห็นเหตุการณ์วันนั้น
ธาราหายใจแรง ซุกหน้าลงในมือ น้ำใจยืนอยู่ข้างๆ มือสั่น “นายไม่ได้ผิด มันคืออุบัติเหตุ…”
“แต่…ถ้าเราช่วยเธอได้ เธออาจยังอยู่” ธาราสะอื้นเสียงสั่น น้ำใจเงียบนานก่อนพูดช้าๆ “นายต้องปล่อยวางบ้างนะ พ่อก็แบกมันทั้งชีวิต”
คืนนั้น ฝนตกหนัก ธารานอนพลิกไปมาบนฟูกเก่า ความฝันย้อนกลับ เห็นรายายืนข้างเตียง เธอชี้นิ้วไปทางริมทะเลสาบ “มาส่งฉันหน่อย…”
ธาราลุกขึ้น ก้าวออกนอกบ้านกลางสายฝน น้ำใจวิ่งตาม “อย่าไปคนเดียว!” แต่ธาราไม่หยุด เงารายานำหน้า เดินตามเธอสู่ริมน้ำ สายน้ำสาดกระหน่ำ ธาราก้มกราบพื้นดิน “ขอโทษ…ฉันขอโทษ” ร่างรายานั่งลงข้างๆ เอื้อมมือแตะไหล่เขานุ่มนวล เย็นเฉียบ แล้วค่อยๆ เลือนหายไปกับน้ำในสายฝน
รุ่งเช้า ธาราลืมตาในบ้าน แสงแดดใหม่ส่องเข้ามาจากหน้าต่าง น้ำใจนั่งข้างๆ เขายื่นมือมาจับ “นายโอเคไหม” ธาราพยักหน้าเหมือนยกภูเขาออกจากอก แม่กับยายลงมาร่วมวงทุกคนต่างเงียบ
หญิงสูงวัยพูดเบาๆ “ต่อไปเรามาเริ่มต้นใหม่เนอะ” ธารายิ้มฝืน น้ำใจบีบมือพี่แน่น โลกภายนอกยังชื้นแฉะ แต่ในบ้านอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย—ราวกับมีบางอย่างได้รับการปลดปล่อย และเรื่องราวของคืนใต้ทะเลสาป อาจเหลือเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงอีก…แต่ทำให้ทุกคนเปลี่ยนไปตลอดกาล