คืนใต้เงาจันทร์
เสียงคลื่นกระทบหินชายฝั่งอย่างเนิบช้า ความมืดเข้าโอบล้อมเรือสปีดโบ๊ทลำเล็ก ขณะที่ ‘ภาคิน’ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ หั่นผลไม้ให้เพื่อนด้วยมือสั่นเล็กน้อย เขาเหลือบมอง ‘เหมือนฝัน’ เพื่อนสาวที่ชอบทำตัวเป็นผู้นำ นั่งวาดลายทางลงในสมุด “ภาคิน อย่าเหม่อลอยสิ เดี๋ยวก็โดนมีดบาดอีก” เธอกระซิบและยิ้มเชิงหยอก ทั้งที่เสียงคลื่นดังกลบเกือบทุกอย่าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!‘อัสนี’ หนุ่มพูดน้อย ผมหยิกยุ่ง หันมามองภาคินอย่างไร้รอยยิ้ม “คืนนี้แปลก ๆ คือใครรู้สึกไหม” ‘ยูจีน’ เพื่อนอีกคนสนิทกับอัสนี ขำแห้ง “แกกลัวผีหรือเปล่าวะ” ไม่มีใครขำตาม กลับกลายเป็นความเงียบยาว ที่มีแต่เสียงเรือครูดกับทราย
เมื่อขึ้นถึงดินบนเกาะ โชนไฟฉายกระทบดอกหญ้า ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมาส่งพวกเขาและยืนยันว่า พรุ่งนี้เช้าเรืออีกลำจะรับ แต่คืนนี้ ต้องค้างที่กระท่อมกลางป่า เพิ่งสร้างใหม่สำหรับนักศึกษา-ภาคินกลืนน้ำลาย หญิงชราตาคมก็เตือนเสียงสั่น “อย่าออกจากกระท่อมถ้าพ้นเที่ยงคืน…แล้วก็อย่าหันกลับเวลามีเสียงแปลกๆ” ยูจีนหัวเราะสะบัด “เรื่องเล่าอีกละน้า”
ยามค่ำ แสงเทียนย่องในห้องไม้เก่า ภาคินจัดข้าวของพลางพยายามข่มความกังวล เหมือนฝันอ่านแผนที่ วางแผนเดินสำรวจตอนเช้า “เธอ… ไม่รู้สึกเลยเหรอว่ามันเย็นผิดปกติ?” อัสนีพึมพำ ไม่ค่อยสบตา กลิ่นยางไม้เก่าทำให้ทุกคนขนลุก ฝันเบาเสียง “ถ้ากลัวก็ขึ้นไปนอนข้างบนกับฉัน” ยูจีนยิ้มแต่แววตาว่างเปล่า “ขอข้างล่างดีกว่า บันไดมันเอี้ยว”
เสียงหอนยาวดังลอดหน้าต่าง อัสนีเดินไปดู อากาศเย็นฝาด ภาคินตามหลังในเงามืด “มองอะไร” “เหมือนได้กลิ่นควันไฟ เหมือน…อะไรบางอย่างกำลังเผา” อัสนีกระซิบ หัวใจทั้งสองเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ไม่กล้าขึ้นเสียง
ฝันลูบแขนตัวเอง เธอต้องเข้มแข็ง แต่อีกด้านของใจเหมือนจะร้าว ความทรงจำเรื่องพ่อที่จากไปกลางเกาะคล้าย ๆ กับนี้ ผุดกับจิตใจเสี้ยววินาทีจนต้องปัดไล่ ยูจีนพูดขัด “ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นคืนนี้ ฉันจะเป็นคนวิ่งไปบอกเรือเอง” ทุกคนเหลือบมองยูจีน ไม่มีใครเชื่อจริงจัง
ภาคินนั่งรื้อของ เขาหยิบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่ซ่อนลึกราวกับตั้งใจลืม มองแล้วเกิดรอยยิ้มจาง มันคือจดหมายขอโทษ เขายังไม่มีโอกาสยื่นให้ใครเลย
เสียงดังโป๊กจากข้างนอก ทุกคนสะดุ้ง ยูจีนกับอัสนีหยิบไฟฉายจะออกไป แต่ฝันดึงไว้ “อย่าเพิ่งสิ…มันอาจเป็นสัตว์ป่า” “หรืออาจเป็นอะไรที่เราไม่ควรเห็น” อัสนีเสริมเสียงแผ่ว
แสงไฟวาบผ่านกระจกแล้วดับวูบ เหมือนบางอย่างเคลื่อนไปเร็ว ๆ ฝันเริ่มหายใจแรง ยูจีนหัวเสีย “จะนอนคืนนี้ยังไงวะ!?” ฝันมองแต่ไม่ตอบ เธอคิดถึงคำเตือนของหญิงชรา…
เที่ยงคืน อากาศหนาวสะท้าน ภาคินออกไปนั่งตรงระเบียง กระดาษอยู่ในมือสั่น ยูจีนตามมาเงียบ ๆ “นอนไม่หลับ?” “กลัว… อะไรไม่รู้” ภาคินสารภาพ “แกกลัวตัวเองหรือเปล่า?” ยูจีนถาม น้ำเสียงจริงจัง ภาคินนิ่งไปนานก่อนส่ายหน้าและซ่อนน้ำตา
ตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าซุ่มซ่ามดังจากพุ่มไม้ ฝันตะโกนเรียกทั้งสองกลับข้างใน แต่ยูจีนกลับวิ่งตามเสียงไป อัสนีสบถแล้ววิ่งตาม ยูจีนหายไปในป่าทึบ ฝันวิ่งตามเสียงเพื่อน ไม่มีใครตามเป็นแถว ทุกคนต่างแยกกันกับความหวาดกลัวลึก ๆ ที่แตกต่างกันไป
อากาศเย็นจัด แสงจันทร์เหมือนมีหมอกคลุม ภาคินตามหาแต่เจอแค่รองเท้าทิ้งไว้ตรงโคนต้นไม้ ฝันสบถใส่ลม มองภาคินทั้งร้อนใจทั้งโกรธ “นายปล่อยให้เขาไปได้ไง!”
เสียงกรีดร้องดังจากข้างในป่า ฟังไม่ออกว่าเป็นยูจีนหรืออัสนี ภาคินลังเลอย่างหนัก น้ำตาสองหยดตกลงใบหญ้า เขายัดจดหมายคืนกระเป๋า “ถ้าไม่ตามไป เราจะเสียใครอีกก็ได้!” ฝันกัดฟันไปข้างหน้า
เสียงสวบสาบและลมหายใจแรงปะปนกันในหมู่ไม้เตี้ย อัสนีโผล่มาหอบรุนแรง “ยูจีนหายไปในหลุม มันลึกมาก…” เสียงสะอื้นปะปนเสียงลมหายใจ ทุกคนสับสนจนแยกทาง พวกเขาถกเถียงกันอย่างรุนแรง ฝันอยากกลับไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านทันที แต่ภาคินกลัวเสียยูจีนไปตลอดกาลจึงค้านเสียงแข็ง
ภาคินหน้าถอดสี “ฉัน…เคยตัดสินใจผิด” น้ำเสียงขมขื่น ฝันนิ่งไปก่อนเอื้อมผลักไหล่เบา ๆ “ถ้ากลัว ก็ไม่แปลกนะ” เพียงเท่านั้นน้ำตาภาคินก็ไหลอีกครั้ง เขายอมสารภาพถึงความผิดเดียวในชีวิต ที่ปล่อยน้องชายจมน้ำดับเมื่อหลายปีก่อน ทุกคนเงียบกริบจริง ๆ
วิ่งผ่านเถาวัลย์ ฝันถือไฟฉายนำหน้า เธอมีแผลกลางแขน แต่ไม่ยอมหยุด แต่ละคนต่างมีความลับ สีหน้าแต่ละคนสะสมทั้งความกลัว ความเสียใจ และสิ่งที่ยังไม่ได้พูด ทุกคนผลักดันกันด้วยภาระในใจ ยิ่งเดินลึก ยิ่งเหมือนป่าด้วยเสียงกระซิบประหลาด
ท้ายที่สุด เมื่อทุกคนยืนริมหลุมขนาดใหญ่ ไม่มีร่องรอยยูจีน อัสนีนั่งลงยกมือกุมหัวท้อแท้ ฝันกัดฟันร้องไห้น้ำตาไหลพราก ภาคินกลืนน้ำลายและชูจดหมาย “ฉันจะลงไปรับยูจีนเอง… ไม่ว่าต้องเจอกับอะไร” เสียงคนทั้งสามแตกต่างแต่ซับซ้อนในความเงียบ
อัสนีทัดทาน “แกไม่รู้จะเกิดอะไร นายกลัวความมืดไม่ใช่เหรอ” ภาคินกลั้นหายใจ “แต่ฉันกลัวเสียคนสำคัญมากกว่า”
ภาคินปีนลงไปในหลุมลึก เสียงฝีเท้าดังก้อง ทุกวินาทีที่มืดมิด เขานึกถึงน้องชายที่จากไป และรู้ตัวว่านี่คือโอกาสไถ่บาปให้ตัวเอง ฝันกับอัสนีนั่งรอใจระทึก
ในที่สุด มือข้างหนึ่งคว้ายูจีนที่หมดสติได้ ภาคินตะโกนบอกเพื่อนช่วยดึงเชือกพาขึ้นมา ยูจีนหายใจรวยริน ฝันร้องไห้ ยืนยันจะอยู่กับยูจีนจนกว่าเช้า
ฟ้าสาง เสียงเรือของชาวบ้านดังมาจากชายหาด ฝันแบกยูจีนบนไหล่กับภาคิน อัสนีเดินตามหลัง ทุกคนอ่อนล้าแต่สายตาต่างมีประกายเข้มขึ้น ลึก ๆ พวกเขารู้ว่าคืนนี้เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
ภาคินยื่นจดหมายขอโทษให้เพื่อน ๆ “ฉันอยากให้ทุกคนรู้… ฉันไม่ใช่คนเข้มแข็ง” ยูจีนหอบ “แต่แกก็กล้า… และนั่นแหละที่สำคัญ” เงียบยาวชั่วครู่ ไม่มีใครพูดอะไร แต่สายตาแต่ละคู่เต็มไปด้วยความหมาย
เมื่อกลับหมู่บ้าน หญิงชราพบพวกเขา ยิ้มเศร้า “คืนนี้…ต่างคนต่างได้เจอตัวเอง” ภาคินมองจันทร์บนฟ้ายามเช้า รอยยิ้มเล็ก ๆ แฝงอยู่มุมปาก แสงทาบหน้าแต่ละคน ความรู้สึกใหม่ปะปนระหว่างกลัวและวางใจ คืนใต้เงาจันทร์ผ่านไป ทิ้งรอยแผลและเยียวยาในหนึ่งเดียว