ภารกิจส้มตำสามัญชน: วุ่นรักวุ่นรส
เสียงรถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ ดังลั่นหน้าตลาด “ไอ้แมน รีบ ๆ ดิ! ประกวดจะเริ่มอยู่แล้ว!” เอกตะโกนลาเพื่อนอย่างเร่งร้อน เขาหิ้วหาบไม้ไผ่เต็มไปด้วยตะกร้าผัก พริกสด มะนาว และใบตำลึง สายตาคนทั้งตลาดมองตามเป็นตาเดียว “เออ ไอ้เอก อย่าขี่เร็วนักดิ เดี๋ยวผักมันกระเด็น นี่ฉันแต่งตัวมาดีเลยนะ” แมนบ่นพลางจับผ้ากันเปื้อนสีชมพูที่ใส่กลับด้าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เอกชะลอก่อนแวะไปชี้ชวน “แมน เชื่อฉันเหอะ สูตรตำปังไฟลุกนี่ งานนี้แชมป์เป็นของพวกเราแน่” “ถ้าไม่ลืมเอาพริกมาอีกนะ!” แมนสวนกลับ เอกชะงักควานกระเป๋า “เอ้า เออ ลืมจริงว่ะ…พริกลืมไว้บ้านเจ๊ดา” ทั้งสองรีบขี่รถวกกลับไปบ้านเจ๊ดา
ถึงหน้าร้านเจ๊ดา พรรณสาวขายข้าวเหนียวยืนรอส่ายหัว “พวกเธอจะมาประกวดหรือจะมาซวย?” เอกยิ้มแห้ง ๆ “ซวยน้อย ๆ ขอได้มั้น…พวกพี่เคยเห็นสูตรของฉันมั้ย? ส้มตำไฟลุก!” เจ๊ดาหัวเราะ “เอ็งจะทำครัวลุกเหรอ?” แมนแอบขำก่อนหยิบพริกได้ เผลอหยิบถุงข้าวเหนียวมากองใหญ่แทน พรรณสบถ “นั่นมันข้าวร้านพี่!”
พวกเขากลับไปที่ลานประกวด ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก “เฮ้ย ๆ นี่มันทีมส้มตำไซเบอร์ปะวะ?” ใครสักคนตะโกน มีพี่โป้งแชมป์โกยปีที่แล้วเดินมาทัก “เอก เอาอะไรมาสู้สูตรลับของพี่?” เอกทำหน้ามั่นใจ “ของพี่นี่เมื่อวาน ของผมน่ะวันนี้!” แมนกระซิบ “แล้วพริกอยู่ไหน?” เอกตกใจ หยิบออกจากถุง อ้าว! “นี่มัน…ข้าว!”
พรรณวิ่งตามจี้มาติด ๆ “เอาข้าวมาคืน!” กลายเป็นฉากวิ่งไล่จับกลางสนามประกวด เด็ก ๆ หัวเราะ ผู้ใหญ่บ่นพึมพำ “ปีนี้ฉาวอีกละ” แมนกลอกตา “เริ่มยังไม่ได้เลย!”
ระหว่างหาอาสาสมัครเพิ่ม เอกโทรหา “โอม” เพื่อนเนิร์ดขี้แพ้ไม่ค่อยชอบออกนอกบ้าน “ช่วยมาตำส้มตำให้หน่อย” “แต่ฉันแพ้พริก…” “นายแค่มานั่งนับมะเขือพอ” หลังจากลังเล โอมตกลงมาด้วยเสื้อกันฝุ่นเหมือนจะวิ่งมาหลบสารพิษ
โอมวางข้าวทับพริก แมนกระซิบ “นายมาทำไมเนี่ย?” “เอกบอกจะเลี้ยงข้าวเย็น” เอกรีบย้ำ “มีตั้งใจจะชนะจริง อย่าป่วน” โอมเลื่อนแว่น “ไม่ป่วน แต่ไม่ช่วย การส้มตำเป็นเรื่องซับซ้อน”
เริ่มลงมือ เอกอ่านสูตรจากโพยยับ ๆ “ใส่มะละกอ! ใส่พริกห้ายี่สิบเม็ด!” แมนขมวดคิ้ว “มันจะกินได้มั้ย?” โอมเสนอ “ในชั้นเรียนเคมี ใส่เยอะมันเปลี่ยนค่า PH” เอกไม่ฟัง หว่านพริกแห้งไปแบบมั่ว ๆ
เวลาเดิน ผู้เข้าแข่งขันกลุ่มอื่นสังเกต บางคนเริ่มชะแง้ดู ทีมป้าแอ๋วข้าง ๆ กระซิบ “ตำซะเผ็ดนรกแตก” เอกมั่นใจ “นี่แหละลายเซ็น!” แมนมองตาม “นายมั่นขนาดนี้ เอาเถอะนะ…” พรรณเสนอใส่น้ำตาล เอกปฏิเสธ “จะหวานไป เดี๋ยวขาดไฟลุก!”
ระหว่างตั้งเตาถ่าน เอกมือแฉลบเตาหกน้ำปลาใส่รองเท้าโอม “เฮ้ย!!” โอมร้อง พื้นเปียก เอกขำ “โชคดี น้ำปลาเป็นเครื่องรางคนชนะ” แมนเงียบไปพักนึงก่อนซัด “หรือบ่งบอกคนซุ่มซ่าม!”
เสียงกรรมการเริ่มเทสชิ้นงานทีมต่างๆ จุดที่ทีมเอกต้องปรุงโชว์เบื้องหน้า เอกเริ่มประหม่าแต่กลบด้วยท่าทางมั่นใจ แมนตำมะละกอแต่มือดันวางสากผิดด้าน “เอ้อ แมน! สากอีกด้าน!” ฝ่ายโอม นั่งถอดความเครียดนับเมล็ดมะเขือไม่ครบ
เมื่อถึงคิว “ทีมส้มตำไฟลุก!” กรรมการพยักหน้า “เอ้า ตำโชว์เลย” เอกหันไปพรรณ “มือเก๋า เอ็งช่วยขูดมะละกอ” พรรณมัวคุยกับแฟนเก่าในไลน์ ส่งพฤติกรรมผิด ๆ จนขูดแตงกวาลงไปแทน
ซีนตึง แมนเห็นกลิ่นไม่ใช่ รีบถาม “เฮ้ เดี๋ยวนี่ไม่ใช่…” เอกตะโกน “ใช่แล้ว! ความลับคือแตงกวา เพิ่มเบสโน้ต!” เสียงกรรมการพึม “แตงกวา?” บรรยากาศเงียบ ก่อนมีคนข้างหลังปรบมือเพราะคิดว่าเป็นนวัตกรรมใหม่
แต่โอมกระซิบ “ค่า PH ตกแล้ว…” น้ำส้มตำเปลี่ยนสีจากส้มเป็นเขียว พรรณดึงมือถือขึ้นถ่ายลงโซเชียลทันที “#ส้มตำเขียวปีศาจ” เอกยิ้มหัวเราะแห้ง ๆ “เอาน่า ทุกการค้นพบเริ่มจากความผิดพลาด”
กรรมการชิม คำแรก ทุกคนลุ้น กรรมการนิ่ง “เอ่อ…อันนี้…” หยุด แมนถามซ้อน “เผ็ดไปหรือเปล่า?” กรรมการเช็ดเหงื่อ “…ไม่ชัดว่าเป็นส้มตำหรือแตงกวาดอง” ฮือฮาทั้งลาน ประกาศเสียงกองประกวด “คะแนนสร้างสรรค์สูงสุด!”
สถานการณ์ยุ่ง แมนมานั่งทบทวน “เราจะได้รางวัลไหม?” เอกยักไหล่ “รางวัลขำขันปีนี้ไง” โอมเผยรอยยิ้มมุมปาก “ข้าวฉันยังอยู่มั้ย?” พรรณหอบข้าวเหนียวกลับร้านก่อน เธอแอบหยิบแตงกวาอีกลูกติดมือกลับบ้านด้วย
ต่อมา เย็นวันงาน เอกนั่งไถโทรศัพท์ในห้องครัว เพื่อน ๆ มานั่งหยอก “ยอดไลค์เพจนวัตกรรมส้มตำขึ้นว่ะ เอก นายทำคนทั้งตลาดงง” เอกอมยิ้ม “งงอย่างสร้างสรรค์ดีกว่างมหัวผิดไปวัน ๆ นะ” โอมพยักหน้า “ถ้าจะทดลองอีก…ฉันขอนั่งไกล ๆ กับพริก”
แมนลูบหัวตัวเอง “ปีหน้าขอเป็นกรรมการดีกว่า” พรรณกลับมาหัวเราะ “รอบนี้ข้าวรอด ของกินไม่รอด” ทุกคนหัวเราะด้วยมิตรภาพใหม่ ๆ
ขณะที่บรรยากาศคลี่คลาย เอกหันไปหยิบสากตำส้มตำ แล้วพูดทิ้งท้าย “เอาจริง ๆ เราเป็นทีมเดียวในตลาดที่ไม่ได้ทะเลาะกันเลยนะ มีแต่ป่วนกับฮา” โอมเงียบ แล้วยิ้ม “ปีหน้า ขอให้มีสูตรแค่หนึ่งเดียว…แล้วอย่าลืมเอาพริก!” ทุกคนหัวเราะลั่นห้องครัว เสียงสากตกดังป้าบกลายเป็นมุกส่งท้ายเล็ก ๆ อีกครั้ง