ปฏิบัติการ (ไม่) ลับ: เพื่อนซี้ ห้อง 5/3
เสียงระฆังโรงเรียนดังทะลุซอกตึก ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงโต๊ะเรียนหลังห้องชั้น ม.5/3 ที่เต็มไปด้วยหนังสือปึกหนา แฟ้มสีสด และขนมกล่องเล็ก ๆ กระจายกันจนเหมือนฐานทัพลับ เหมยนั่งยันศอก มองจ้องสมุดรายงานตรงหน้าอย่างท้าทาย ดวงตาเป็นประกายมุ่งมั่นเหมือนกำลังจะชนะสงครามโลก แม้ในใจไม่ได้มีสมรภูมิใดนอกจากห้องประชุมคณะกรรมการนักเรียนที่เธอยังไม่เคยได้เข้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แก เหมย ดูนี่สิ…” พิณ เพื่อนร่วมโต๊ะสาวผมหน้าม้า ใส่แว่นกลมโต จับสมุดปกชมพูขึ้นเปิดช้า ๆ บนหน้าที่มีลายวาดดินสอเป็นรูปการ์ตูนผู้ชายยืนคู่กับเปียโน จังหวะนั้นเอง เหมยก็โยนปากกาลง หันมาสนใจทันที
“เอ๊ะ ๆ ๆ อะไรอะเพื่อน รอยัง? ไม่ใช่เลขสถิติใช่ปะ? ฉันขยาดแล้วนะ!” เหมยตีหน้าขึง แต่สายตามีแววขี้เล่น
พิณกลอกตา ถอนหายใจยาว “ใช่ที่ไหนอะ รูปนี้ฉันวาดให้…เอ่อ” สีหน้าขรึมขึ้นเล็กน้อย
“ให้ใคร?! ละ… ละ… อ๋า! อย่าบอกนะ มีความลับกับฉัน!” เหมยยื่นหน้า พยายามอ่านชื่อลูกศรที่เขียนเล็กจิ๋วใต้ภาพ
พิณเบะปาก “ไม่มีหรอก! ฉันก็แค่วาดเอาเล่น ๆ อะ แล้วแกจะสนใจทำไมเนี่ย ทุกทีจับจ้องแต่เรื่องนายจิรัฐ ประธานนักเรียนคนเก่า หน้าตึงอย่างเดียวเลย”
เหมยคิ้วกระตุก ใจกระพือ “นี่ พิณ! ฉันไม่ได้ชอบเขา เขามันต้นเหตุให้ฉันไม่ได้เป็นประธานต่างหาก! อย่าแซว ฉันแค่…จะเอาชนะเอง” เธอพูดพลางเชิดคาง แต่เสียงเบาบางตอนท้าย
เสียงฝีเท้าใครบางคนดังมาแต่ไกล ทั้งคู่หันขวับ เจอลัน เพื่อนร่วมห้องจอมขี้เกียจ หัวฟู ชอบหาวกลางเวลาเรียน ยืนยิ้มตาปรือหน้าโต๊ะ
ลันหาวเสียงดัง “พวกแกทำไมจริงจังแต่เช้าฟะ? ฉันนึกว่าขนมหมด” ลันคว้าโดรายากิจากโต๊ะตนเองทันที
พิณเหลือบมองเหมย แอบขำ “ขนมมีขาดกับเขาด้วย?”
เหมยมองลันเหมือนจะจับผิด อยากย่นคิ้วแต่กลัวหน้าตัวเองจะเหมือนผ้าขี้ริ้ว “ลัน! ช่วยอะไรฉันหน่อย”
ลันพยักหน้าหลวม ๆ เหมือนรับพรหมลิขิต “ว่ามาสิ นายประธาน…เอ้ย นางว่าที่ประธานนักเรียน”
เหมยลุกขึ้น กอดอก “ฟังนะ พิณน่ะ มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนมาก เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มจากอะไร เธอต้องการเพื่อนช่วย แล้วยิ่งกว่านั้น เธอต้องการ… รัก!”
พิณร้อง “เดี๋ยว! ใครบอก?!!”
ลันมองหน้าพิณ สลับกับเหมย พลางทำท่าเข้าใจโลก “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ฉันก็ว่า ท่าทางแกชอบวาดคนซ้ำ ๆ ไม่เหนื่อยเหรอ สู้ไปสารภาพข้างต้นไม่ดีกว่าเหรอวะ”
พิณจะอ้าปากเถียง แต่ปากค้างกับท่าทางมั่นใจของเหมยจนเถียงไม่ทัน ส่วนเหมยยึดโอกาสนี้ไว้เป็นชัย “แกรู้มั้ย ถ้าฉันทำให้พิณสมหวังในรักได้ ฉัน…ฉันคิดว่าโอกาสได้เสียงโหวตเป็นประธาน ต้องพุ่งกระฉูด เพราะกรรมการฯชอบเด็กกิจกรรม รักเพื่อน แกเข้าใจใช่มะ!”
ลันหัวเราะออกมาเบา ๆ “แล้วถ้าพังละ…ฉันควรเผ่นไหม”
เหมยไหวไหล่ “ไม่มีทาง! ฉันวางแผนหมดละ วันพรุ่งนี้ เดี๋ยวแกสองคนช่วยฉันตั้ง ‘ปฏิบัติการปิ๊งรัก’ ซะเลย ยังไงก็ต้องสำเร็จ!”
พิณถอนใจ ทิ้งตัวลงเก้าอี้พลางส่ายหน้าช้า ๆ สองมือยกขึ้นปิดหน้า “ฉันแค่อยากวาดรูปเอง ไม่ได้อยากมีปฏิบัติการอะไรสักหน่อย…”
เสียงเหมยกระซิบอย่างกับสายลับ “ไว้ใจฉัน เดี๋ยวจัดให้หมด ถ้าไม่ปังให้ตบหัวได้เลย เอ้ย…แค่เปรียบเทียบนะ!”
ลันเติมเต็มด้วยเสียง “ถ้าปัง ขอขนมโต๊ะเธอฟรีหนึ่งอาทิตย์เลยนะ เอานี่เป็นเดิมพัน!”
พิณจ้องหน้าเพื่อนไม่แน่ใจ “สรุปใครได้อะไรแน่? แล้วตกลงฉันต้องบอกใครว่าอะไร…หรือยังไม่ต้องพูดอะไรเลย?”
เหมยยิ้มฟันขาว “เดี๋ยวจัดเอง เธอเงียบไว้แค่นั้น! งานเราเอง”
รุ่งเช้า วันใหม่เตรียมเปิดฉากวุ่นวายทันทีเมื่อเหมยลากพิณและลันประชุมลับใต้ต้นมะขามหลังโรงเรียน แม้จะมีเสียงนักเรียนซ้อมเชียร์กีฬาดังอยู่ไกล ๆ
เหมยขมวดคิ้ว “ดังนี้ เราต้องรู้ก่อนว่าคนที่พิณแอบชอบคือใคร! เคยเห็นเขาหรือยัง?”
พิณหน้าแดง “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ แค่ชอบดูเขาเล่นเปียโนเพราะดีเท่านั้นเอง…”
ลันผิวปาก “แกนี่โรแมนติกซ่อนรูป เหมย ฉันว่าน่าจะเป็นพี่เต้ยห้องดนตรีมั้ง ฉันเคยเห็นพิณชะเง้อระหว่างพักเที่ยงบ่อย ๆ”
เหมยจดอะไรลงสมุดเชิงนักสืบ “โอเค เป้าหมายคือ ‘เต้ย’ ห้องดนตรี ชั้นเดียวกับเรา มีความสามารถสูง ตำแหน่งหัวหน้าวง!”
พิณจะค้าน แต่เหมยไม่ฟัง รีบเขียนต่อ “ขั้นต่อไป ต้องสร้างสถานการณ์บังเอิญเจอกันโดยธรรมชาติที่สุด!”
ลันยักคิ้ว “ธรรมชาติของเหมย หรือธรรมชาติของมนุษย์?”
เหมยไม่สนใจ เอาแผน ‘เดินชน’ ที่เขียนไว้ในกระดาษขึ้นมา “ฟังนะ ใครเดินชนพิณแล้วแฟ้มหล่น เต้ยจะรีบช่วยแน่!”
พิณถอนใจลึก ซ่อนมือข้างหลังอย่างกลัวแฟ้มหล่นจริง “แกรู้ไหม ถ้าฉันหน้าแตกจะเลิกพูดกับแกตลอดชีวิต!”
เย็นวันนั้น เหมยแอบซุ่มหลังเสาซุ้มดอกไม้ เตรียมนับเวลาอย่างจริงจัง ลันจับแฟ้มแน่นรอจังหวะสัญญาณ ส่วนพิณยืนนิ่ง หน้าแดงใกล้ระเบิด เมื่อเต้ยเดินผ่านมา แผนทุกอย่างดูจะเข้าท่า จนลันสะกิด “ตอนนี้แหละ!”
แต่จังหวะที่ควรเดินชน ลันก้าวขาผิด รับแรงสับสนจนเซไปชนครูฝ่ายวินัยแทน แฟ้มพิณเลยกระเด็นเข้าเท้าครูป้าอย่างงาม!
ครูหันมองขวับ “นี่ นักเรียน ทำอะไรซุ่มซ่าม! ของใคร?!”
พิณแหวกฝูงชนกระซิบกับเหมยเสียงเบา “บอกแล้วว่าไม่ใช่แผนดี!”
เหมยหน้าเหวอ แต่พยายามตั้งหลัก “ใจเย็น ชั้นมีแผนสอง”
วันต่อมา เหมยและลันวางแผนใหม่ คราวนี้เป็นโปรเจกต์ ‘ขโมยรองเท้า’ โดยอ้างว่ารองเท้าพิณหาย แล้วขอให้เต้ยช่วยตามหารอบโรงเรียน
แต่เรื่องพลิก! พิณดันลืมรองเท้าห้องศิลป์จริง ๆ ครูศิลป์ดันเอามาตั้งโชว์หน้าห้อง ว่าเป็นผลงานศิลปะปริศนา นักเรียนและครูพากันตีความ แถมตั้งชื่อให้ว่า ‘โชคชะตาแห่งเท้า’
พิณเขินจะแย่ “นี่ฉันต้องเขียน statement ศิลปะประกอบรองเท้าตัวเองมั้ยเนี่ย…”
เหมยขำกลั้น “เธอน่าจะเขียนว่า ‘ขั้นตอนความรักผ่านรองเท้า’ นะ!”
ลันโพล่ง “ถ้าตั้งชื่อผิด ครูจะว่า ‘รองเท้าขาดรัก’ หรือเปล่า?”
พิณยิ้มแหย “ขอให้พรุ่งนี้ไม่มีใครมาขอเซ็นต์วาดรองเท้า”
ด้วยแผนล้มเหลวติดต่อกัน เหมยไม่ยอมแพ้ ตั้งใจแน่วแน่จะดันเพื่อนจนได้ คู่กับวางเป้าหมายแฝงคือต้องให้พิณดูโดดเด่นในสายตาเต้ย
ระหว่างพักกลางวัน พิณตัดสินใจลองพูดกับเต้ยเอง แต่ดันออกเสียงผิดจาก “พี่เต้ยคะ อยากถามวิธีจับคอร์ดเพลง” กลายเป็น “พี่เต้ยคะ อยากถามวิธีจับขนมปัง” เต้ยมองกระพริบตา แล้วบอกว่า “น้องลองไปถามร้านข้างโรงเรียนดูไหม?”
พิณหันกลับมาเหมยหน้าแดงก่ำ เหมยกลั้นหัวเราะสุดแรง
แผนต่อไปของเหมยคือ พาเพื่อนไปร่วมกิจกรรมตอนเย็น อ้างว่า “เต้ยจะมาซ้อมดนตรี” แต่กลับเป็นวันครูดนตรี กลุ่มคุณครูรุ่นใหญ่เดินออกมาทัก “อ้าว สายวาดรูปมาเล่นขิมเหรอ?”
พิณสบตาเหมยอย่างขมขื่น “ทุกอย่างที่แกคิดมันไม่อาศัยตรรกะเลยเหรอ”
เหมยเชิดหน้า “ใส่ใจที่ความตั้งใจดิเพื่อน!”
วันต่อมา นักเรียนทั้งห้องถูกขอให้ส่งรูปกิจกรรมไปขึ้นบอร์ด เหมยผุดไอเดียจะเอารูปที่พิณแอบวาด เต้ยกับเปียโนไปวางไว้หน้าห้องดนตรี หวังให้เจ้าของภาพได้รู้ตัว
แผนเกือบจะราบรื่นจนลันรีบร้อนเดินไปติดเองแบบไม่ดู นำรูปพิณไปติดหน้าห้องสมุดแทน คุณบรรณารักษ์จึงประกาศว่า “นักเรียนท่านใด วาดอาจารย์ประจำห้องสมุดกับเปียโน โปรดมาพบที่เคาน์เตอร์” ห้องกลายเป็นเสียงหัวเราะและสงสัยกันยกห้อง
พิณกระซิบ “ตอนนี้ฉันว่าทุกคนเข้าใจว่าฉันชอบครูสมรแล้วมั้ง!”
เหมยพยายามปลอบ “ไม่เป็นไร ๆ พลาดรอบนี้ รอบหน้าดีกว่า!” ทั้งที่ในใจอยากมุดดินหนี
ทางด้านลันเริ่มลังเล “ฉันว่าสงสารพิณแฮะ ถ้าเราเอาเวลาไปติวคณิตให้พิณแทนจะง่ายกว่ามั้ยวะ?”
เหมยยังดื้อ “ไม่ได้! แกรู้มั้ย ใคร ๆ ก็ต้องเคยพลาดมาก่อน จะฝึกความกล้าให้เพื่อน! ถ้าไม่สำเร็จ ฉันจะ… โอเค ฉันจะไม่ลงสมัครประธานนักเรียน! ได้มะ!”
พิณยิ้มบาง ๆ “ถ้าไม่สำเร็จ ฉันจะกลายเป็นตำนาน เรื่องเศร้าที่สุดของชมรมศิลป์ไง…”
เหตุการณ์เริ่มบานปลาย พิณโดนลือไปทั่วว่าเป็นเด็กพิเศษ ที่มีพรสวรรค์ในการวาดรูปครูสมร ทำให้กลายเป็นขวัญใจห้องสมุดแบบงง ๆ ส่วนเต้ยเองก็มองพิณแปลก ๆ ทุกครั้งเจอหน้า
วันหนึ่งเต้ยเดินมาหาเอง “น้องพิณ…คือเรื่องภาพวาด เล่าให้พี่ฟังได้มั้ย จริง ๆ แล้วตั้งใจจะสื่อว่าอะไร”
พิณหน้าแดงก่ำ เสียงแหบ “คือ…ฉันชอบเปียโนค่ะ”
เต้ยหัวเราะเบา ๆ “ดีใจนะที่ยังไม่มีใครแอบวาดขนมปังคู่เปียโนเพิ่ม”
เหมยมองจากไกล ๆ เห็นเพื่อนเจอเต้ยแล้ว หน้าแป้นแล้นจะกรูเข้าไป แต่ลันดึงไว้ “เดี๋ยว ๆ ให้เขาคุยกันเอง!”
ในที่สุด ความจริงก็เริ่มคลี่คลาย เต้ยเอ่ยขอโทษที่นึกว่าพิณตั้งใจล้อครูสมร และบอกว่าจะช่วยติวเปียโนให้จริง ๆ เสียงลือเรื่องครูสมรจึงซาไป พิณลอบถอนหายใจโล่งอก
เหมยถึงกับนั่งกุมขมับวันต่อมา “ฉันรู้สึกผิดแปลก ๆ ที่ทำให้เกือบทุกอย่างเละไปหมดนะ”
พิณยิ้มอ่อน “แต่เพราะแก ฉันได้กล้าพูดกับเต้ยจริง ๆ… แล้วก็ รู้สึกว่าชีวิตแค่ได้เพื่อนซี้วุ่นวายในทุกมุมก็โคตรสนุกละ”
ลันยื่นขนมให้พิณ “นี่ ขนมเดิมพัน ฉันยอมแพ้!”
เหมยรับขนมจากลัน ขมวดคิ้ว “ฉันพูดจริงเรื่องให้เธอตบหัวตอนแผนล้มไหม…”
พิณหัวเราะออกมา แต่ไม่กล้าตบ อ้อมกอดเพื่อนแน่นแทน “คราวหน้า ขอเป็นแผน ‘ไม่’ มีปฏิบัติการนะ!”
เหมยเงียบสักพัก ก่อนเอ่ยขึ้น “ว่าแต่…ใครอยากสมัครประธานนักเรียนกับฉันไหม?”
ลันตอบ “ขอเป็นฝ่ายซื้อขนมดีกว่า”
สามเพื่อนหัวเราะกลมกลืนในแสงเย็นปลายวัน หนึ่งในพวกเขาค่อย ๆ ซึมซับว่าความวุ่นวายบางทีมันก็ทำให้ชีวิตโรงเรียนสนุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ระฆังเย็นดังขับไล่ความวุ่นวายประจำวัน เหลือแต่รอยยิ้มจริงใจในกลุ่มเพื่อนซี้ที่ยังไม่มีวันจบสิ้น เสียงขนมดังกรุบกรอบเป็นฉากจบแสนฟีลกู๊ดของวันนั้น
“วันไหนวุ่นวายกว่านี้ บอกล่วงหน้าด้วยนะ จะได้เอาขนมมาเยอะ ๆ” ลันทิ้งมุกแบบคนกินจุนำปิดท้าย ความวุ่นวายหน้าใหม่คงรอพวกเขาอยู่ในวันถัดไป…