ฤดูฝนรินกลิ่นหัวใจ
เสียงฝนตกกระหน่ำซัดต้นไม้ริมทางหน้าคณะสถาปัตย์ เสียงสาดน้ำจากรถท่ามกลางแสงสีของกรุงเทพฯ คืนเปิดเทอมวันแรก ‘ฟ้า’ สะพายเป้ใบเก่า ค่าเดินทางเปียกชื้นเอกสารบางใบในมือทำให้หัวเราะขื่นขมกับตัวเอง พลางมองหามุมหลบฝนแบบคนไม่คุ้นที่ใหม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ชายหนุ่มผิวเข้ม นั่งรออยู่ตรงโต๊ะม้านั่งใต้หลังคา เหมือนอาคารสร้างไม่เสร็จดี ทุกอย่างทั้งเปียกทั้งเก่า ‘แมน’ เหลือบตามองหญิงแปลกหน้า เด็กปีหนึ่งที่ติดฝนอยู่หน้าตึก ฝืนใจเอ่ยเบา ๆ “จะนั่งก็เข้ามาได้ ฝนแรงกว่านี้อีกเยอะ”
ฟ้ายิ้มแหย เลือกนั่งห่างออก พึมพำ “ขอบคุณค่ะ” หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเช็คเส้นทางกลับหอ ไม่กล้าเงยมองรุ่นพี่ เสียงฝนทำให้ใจเต้นแรงอีกแบบที่ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกอบอุ่นเลย
แมนจัดแฟ้มงานที่เปียกน้ำ บ่นสุดเสียงเหมือนคุยกับตัวเอง “สเปคชีวิตจริงมันไม่เคยตรงกับภาพที่เราวาดไว้เลยเนอะ” เสียงนั้นลอดฝนมาหาฟ้าโดยไม่ตั้งใจ หญิงสาวชะงัก มองอีกคนที่เอาแต่มองสายฝนนิ่งเหมือนกำลังคิดถึงอดีต
ฟ้าอยากชวนคุย แต่กลัวรบกวนความเงียบ เลยได้แค่ขยับขาเตะน้ำใต้โต๊ะเบา ๆ กลิ่นหญ้าเปียกผสมฝุ่นฉุน ๆ ห้อมล้อมบรรยากาศแบบกรุงเทพฤดูฝน
รุ่นพี่ลุกขึ้นยืน กระชากเป้ขึ้นตามแรงอารมณ์ “ฝนมันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยเนอะ”
ฟ้ายิ้มขวยเขิน “อย่างนั้น เดินไปด้วยกันมั้ยคะ… หนูไปหอใกล้ ๆ นี้… เผื่อพี่เดินทางเดียวกัน”
แมนสบตามองนิ่งไปนาน ก่อนส่ายหัวช้า ๆ “พี่ต้องกลับไปเอางานอีกชิ้น… แต่… ฝนมันแรงจริง ๆ นั่นแหละ ดูแลตัวเองด้วยนะ” เขามองฟ้าอย่างแปลกใจในความกล้า ก่อนจะเดินฝ่าสายฝนออกไปท่ามกลางความเงียบ
วันต่อมาฟ้านั่งวาดแบบในคณะ โน้ตบุ๊กเปียกน้ำเมื่อวานยังซ่อมไม่เสร็จ เธอหงุดหงิดและรู้สึกเคว้ง แมนเดินผ่านมาพร้อมกลุ่มเพื่อน ได้ยินเสียงบ่นพึมพำถึงสายฝนกับชีวิต ‘คงเป็นวันของความซวย’ เธอสบตากับแมนแวบหนึ่ง ความอึดอัดถูกละลายด้วยรอยยิ้มจาง ๆ จากรุ่นพี่คนเดิม
เย็นวันนั้น ฟ้ามารอฝนหยุดตรงใต้ตึกอีกครั้ง คราวนี้แมนเข้ามาทักทายช้า ๆ “โน้ตบุ๊กโอเคหรือยัง”
ฟ้าเงยหน้ามอง กระซิบเบา ๆ “ยังเลย ไม่รู้จะส่งรายงานทันมั้ย” หญิงสาววางตัวขี้กลัวเหมือนปกติ
แมนขยับเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด ดูเหมือนเขาจะลังเลอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนตัดสินใจ “วันนี้… พี่มีโน้ตบุ๊กสำรองอยู่นะ ถ้าไม่รังเกียจ พยายามไม่ก่อปัญหาเหมือนฝนป่วน ๆ ก็ใช้ได้เลย”
ฟ้าตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ก็ยังดูไม่มั่นใจ “จะดีเหรอคะ… กลัว… เอ่อ… กลัวทำเสียอีก”
แมนหัวเราะ ไม่ได้ตอบในทันที เพียงแค่ส่งโน้ตบุ๊กให้และปล่อยให้ฟ้าตัดสินใจเอง บรรยากาศฝนพรำกับความนิ่งของสองคนไหลผ่านกลางสายลมเย็นจนเสียงหัวเราะรอบข้างหายไป
กลุ่มเพื่อนของแมนเห็นทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนแซวเสียงดังข้ามโต๊ะ ฟ้าก้มหน้าหลบความสนใจ แมนพูดเสียงเบา “อย่าไปคิดมาก พวกนั้นชอบล้อเลียน ยิ่งเรามีอะไรให้ดู พวกนั้นยิ่งแหย่”
ฟ้าปรับตัวกับชีวิตมหาลัยได้ยากกว่าที่คิด หลายครั้งเธอเลือกนั่งทำงานคนเดียวหลังเลิกเรียน จนแมนเริ่มเอะใจ เขาเดินเข้ามาหาในเย็นวันหนึ่ง ท่ามกลางเสียงฝนกระทบหลังคา “เหนื่อยมั้ย ทำไมถึงเหมือนอยากร้องไห้”
ฟ้าสะอึก ยิ้มจาง ๆ ทั้งที่แววตาน้ำตาคลอ “ที่บ้านไม่ค่อยสนับสนุนที่หนูเรียนสายนี้ อยากให้กลับไปช่วยธุรกิจ”
แมนพยักหน้าเข้าใจ มองฟ้าเหมือนจะเห็นภาพสะท้อนของตัวเอง “บ้านพี่ก็คล้าย ๆ กัน พี่ก็เคยยอมแพ้…แต่แค่ครั้งเดียว พี่ไม่อยากแพ้อีก”
ฟ้ามองแมนใกล้ ๆ รู้สึกถึงอ้อมแขนที่เข้าใจเธออย่างประหลาด เธอเก็บคำถามหนึ่งไว้ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา เพียงแค่นั่งฟังสายฝนด้วยกันในความเงียบที่สบายใจ
เวลาในรั้วมหาวิทยาลัยค่อย ๆ พาความใกล้ชิดเกิดขึ้นบ่อย ๆ ฟ้ากับแมนเริ่มเรียนรู้ท่าทีของกันและกัน เวลาฟ้าเข้าทีมกิจกรรม แมนคอยช่วยเหลือในเรื่องที่มีปัญหาโดยไม่เอิกเกริก แต่บางครั้งเมื่อฟ้าพยายามเข้าใกล้ แมนกลับปิดตัวไม่พูดเรื่องส่วนตัว
มีวันหนึ่ง ฟ้าลืมสมุดงานไว้ในห้องโถงกลางคืน เธอย้อนกลับไปเจอแมนที่นั่งออกแบบโครงสร้างตึกเพียงลำพัง แสงโคมไฟสลัว สะท้อนเงารถที่จอดวิ่งฝ่าฝน เสียงฝนภายนอกดูดกลืนเสียงอึดอัด
แมนเปิดเพลงเบา ๆ คล้ายเป็นพิธีกรรมส่วนตัว “เพราะดี… ชอบฟังเพลงเก่า ๆ ตอนทำงานเหรอคะ”
แมนหันไปยิ้มบาง ๆ “มันทำให้พี่ลืมสมัยก่อน… ลืมว่าครั้งนึงเคยผิดหวังมากขนาดไหน”
ฟ้าลังเลแต่เลือกถาม “ผิดหวังเรื่องอะไรเหรอคะ”
แมนชะงัก แววตาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย “ไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่… แค่ตอนนั้นคิดว่าถ้าตั้งใจแล้วต้องได้ แต่สุดท้ายไม่ได้เลยสักอย่าง เหมือนสร้างเมืองบนทรายแล้วโดนน้ำซัดไปหมด”
สายตาของฟ้าสั่นไหว เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบแปลก ๆ ก่อนฟ้าจะพูดเสียงแผ่ว “หนูก็กลัวล้มเหลวเหมือนกัน แต่ก็พยายามไม่ยอมแพ้เหมือนพี่”
ทั้งสองคนนั่งเงียบอยู่นาน จนฟ้าเก็บสมุดสำเร็จ ฝนซาไป ฟ้าขอตัวกลับก่อน ทั้งคู่เดินออกด้วยกันไปจนสุดลานจอดรถ ก่อนจะแยกทางพร้อมคำลาแผ่วเบา
หลังจากเหตุการณ์นั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนจะลึกซึ้งขึ้น แต่ก็ยังห่างกันเสมอในเรื่องราวที่ไม่กล้าพูด แมนยังคงช่วยเหลือฟ้า เธอมีรอยยิ้มสดใสขึ้นในแต่ละวัน แต่ยังรู้สึกถึงกำแพงบางอย่างที่หนักแน่นในใจของเขา
ช่วงสอบกลางภาค ฟ้าพบว่าแมนมีปัญหากับโปรเจกต์จบ เธอพยายามเสนอความช่วยเหลือแต่แมนปฏิเสธ “เรื่องของพี่มันไม่ง่ายแบบนั้น ไม่ใช่แค่อาจารย์ แต่เป็น… เรื่องที่ค้างไว้กับที่บ้านด้วย พ่อกับแม่อยากให้กลับไปช่วยกิจการ ไม่อยากให้เสียเวลาในทางที่ไม่มั่นคง”
ฟ้านิ่งไปนิด เธอมองเห็นความเศร้าในแววตาของเขาชัดขึ้น ก่อนจะพยายามให้กำลังใจ “บางที…แค่ต้องยอมรับว่าทุกอย่างควบคุมไม่ได้ทั้งหมด เราทำได้แค่ตั้งใจตัวเองที่มากที่สุด”
แมนเม้มปากนิ่ง ไม่รับกำลังใจนั้นทันที เขาเงียบไปหลายวัน ฟ้าไม่ได้พบหรือได้ข่าว แม้จะทักไปในแชทก็ได้แค่เครื่องหมายอ่านแล้ว ความห่างเหินที่ฟ้ารับรู้ครั้งนี้ทำให้เธอว้าวุ่นใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
วันหนึ่งขณะฝนตกหนัก ฟ้าวิ่งฝ่าสายฝนมาใต้ตึก พบแมนยืนอยู่ที่เดิม ดูเหนื่อยล้า เธอเดินเข้าหากันโดยไม่พูดอะไร ก่อนแมนจะพูดเสียงขรึม “พี่เคยคิดว่าจะไปทำงานไกล ๆ กลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว แล้ววันนึงก็เกิดคิดถึงบ้าน พี่กลัวตัวเองจะล้มเหลวอีก”
ฟ้าน้ำตาคลอ แต่พยายามยิ้ม “ถ้าหนูกลับบ้านไปตามที่ครอบครัวหวัง… ทุกอย่างมันก็จะจบแค่นั้นเหรอคะ”
แมนมองลึก ๆ เหมือนไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรดี เขานิ่งงันกับความกล้าที่ฟ้าแสดงออก เธอกลายเป็นคนเตือนเขาให้คิดกับอนาคตมากกว่ากลัวอดีต
ฤดูฝนกำลังจะหมด ฟ้าทำโปรเจกต์ใหญ่ใกล้เสร็จ แมนได้รับข่าวว่าต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิต ระหว่างงานที่ฝันสมัครไว้ไกลบ้าน กับธุรกิจของครอบครัวที่รออยู่
ทั้งสองห่างกันไปสักพัก ต่างคนต่างทบทวนชีวิต ฟ้าเฝ้ารอข่าวจากแมนโดยไม่กล้าทัก แมนก็ยังไม่กล้าใกล้เธอเพราะยังกลัวใจตัวเองเสมอ
คืนก่อนวันสอบสุดท้าย ฝนตกหนักอีกครั้ง ฟ้าเดินผ่านห้องสตูดิโอเห็นแมนยืนมองภาพแบบจำลองอาคารน้ำตาซึม เขาหันมาเห็นเธอ พลันน้ำเสียงสั่น “ฟ้า… พี่กลัวว่าถ้าเลือกตามฝัน พี่จะเสียใครไปอีก พี่มักตัดสินใจพลาดเสมอ”
ฟ้าเดินเข้าไปใกล้จนเกือบแตะมือเขา เธอกล้าพูดในสิ่งที่คิดมานาน “พลาดแค่ครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าต้องเสียทุกอย่างไปตลอดชีวิต ไม่ว่าเราจะเลือกอะไร… หนูก็อยู่ตรงนี้ ถ้าพี่ต้องการ”
เสียงฝนยังคงดัง พวกเขามองหน้ากัน เสียงเงียบขาดตอน แมนหลบตาก่อนจะเอ่ยเบาๆ “พี่… อยากให้เธออยู่ในชีวิตต่อไปนะ”
ฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา เช็ดหยาดน้ำฝนจากแขนเขาช้า ๆ “แค่ให้โอกาสตัวเอง… อย่ากลัวใจตัวเองอีกเลย”
ฤดูฝนจบลงพร้อมความกล้าหาญใหม่ในใจทั้งสองคน แมนเลือกทางที่ฝันไว้ แม้จะไกลจากครอบครัวแต่ก็เลือกติดต่อกลับบ้านมากขึ้น ฟ้าเองก็ยอมรับชะตาของตัวเองโดยไม่หนีอารมณ์กลัวอีกต่อไป
เวลาผ่านไป ทั้งสองเรียนจบ ยืนอยู่กลางลานมหาวิทยาลัยที่ฝนโปรยบาง ๆ ฟ้ามองแมนแล้วหัวเราะเบา ๆ “เรายังกลัวฝนอยู่มั้ยคะ”
แมนส่ายหัว ยิ้มจาง ๆ “กลัว…แต่ถ้ามีฟ้าอยู่ด้วยก็โอเค”
ทั้งคู่ยืนใต้ร่มเดียวกัน ท่ามกลางสายฝนรินที่เบาลง เหมือนกับหัวใจที่เบาบางกว่าที่เคย ฝนไม่ได้หยุดทันที… แต่หัวใจสองดวงไม่ได้หนาวเท่าเดิมอีกต่อไป