ฤดูฝนที่ไม่ร่วงหล่น
แสงแดดตอนเช้าหลอกลวงเหมือนประกายไฟในกระจกหน้าต่างบานเก่า หอพักที่ห้อมล้อมด้วยเงาไม้สูงยังคงเงียบสงัดเกินปกติ เสียงแตรรถไกล ๆ ไม่อาจเจาะเข้ามาในบรรยากาศหนาทึบอันนี้ได้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!คิมก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด รอยขูดเก่าบนลูกบันไดยังคงเหมือนเดิมทุกเช้า กระเป๋านักศึกษาสะพายไหลจนคาดเฉียง เขาหยุดหน้าห้อง 223 พลางมองมือสั่น ๆ ก่อนเคาะเบา ๆ สองครั้ง เสียงตอบรับไม่มี มีแต่กลิ่นอับเหมือนห้องไม่มีชีวิต
คิมสอดสายตาผ่านรอยแตกประตู อากาศภายในเย็นแปลกประหลาด ผ้าม่านปิดสนิท เงาสะเปะสะปะบนพื้นไม่มีเจ้าของ เขาสูดหายใจลึกแล้วเปิดประตูจนสุด โต้ลมหายใจคาว ๆ และความว่างเปล่า
“ธัน… นายอยู่ไหม” เสียงของเขาเบาจนไม่น่าเชื่อว่าตนเองออกเสียงจริง ตอบรับคือความเงียบ มือสั่นควานหาสวิตช์ไฟแต่ไฟไม่ติด มีแต่เปลวแดดแผ่ว ๆ รอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เขาย่อตัวลงหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ปลายเตียง จอเต็มไปด้วยสายที่ไม่ได้รับ—จากเขาเอง
ประตูข้างหลังปิดลงเองอย่างแผ่วเบา ราวกับสมทบเสียงนิ่งของหอพักเก่า เสื้อกันหนาวของธันยังพาดพิงบนเก้าอี้ ถุงเท้ายังวางคู่ ผ้าห่มยังเป็นก้อนเหมือนทุกคืน ไม่มีร่องรอยการหนี ไม่มีร่องรอยการเคลื่อนย้าย มีแต่การหายไปดื้อ ๆ
“นายจะไปแบบนี้จริง ๆ หรอ?” คิมถามเบา ก้มหน้ากลั้นน้ำตาที่เริ่มเอ่อขึ้น
ภาพในห้องยังนิ่งงัน ยกเว้นเงาหนึ่งริมหน้าต่างที่ค่อย ๆ ขยับเหมือนพยายามหลบแสง คิมหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีอะไร เหลือแต่เสียงหัวใจตนเองที่เต้นถี่รัว เขาปิดประตูเบา ๆ ก่อนเดินออกมาอย่างรีบเร่ง
ลานหอพักตอนเช้าดูใหญ่กว่าทุกวัน นักศึกษาหลายกลุ่มกำลังรวมตัวคุยกันเสียงดัง แต่คิมเดินเงียบ ๆ หลีกไปตรงสนามหญ้าหลังหอพักที่ไม่ค่อยมีคนกล้าเดินเข้าใกล้นัก
“เฮ้ คิม!” พลอย ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาผูกผมหางม้าแส้มาหา ใบหน้าซ่อนรอยกังวลใต้รอยยิ้ม “เห็นธันบ้างไหม? ว่าจะขอยืมโน้ต”
“เขา… หายไปตั้งแต่เมื่อคืน ห้องยังเหมือนเดิม ของไม่มีหาย น่าแปลกมาก พี่รปภ.ก็ไม่เห็นด้วย” คิมตอบตาไม่สบ กลัวความจริงในใจตัวเอง
พลอยนิ่ง เธอลูบแขนตัวเอง “เมื่อวานเค้าวิ่งสวนธันตรงบันได เขาทำหน้าแปลก ๆ เหมือนกลัวอะไร”
คิมคิดทันทีถึงเงาที่เขาเห็น “นายคิดว่าในหอพักนี้มีอะไรซ่อนอยู่ไหม?”
พลอยหลบตา “อย่าถามแบบนั้นสิ นี่ยังกลัวเรื่องที่ห้องน้ำชั้นสี่ผีหลอกไม่หาย”
ความเงียบครอบคลุมระหว่างคนทั้งสอง พลอยก้มมองหญ้าเขียวที่ขรุขระราวกับถูกเหยียบย่ำ เธอเสมองไปยังหน้าต่างห้อง 223 ที่แสงแดดสะท้อนเป็นประกายจาง ๆ ทั้งสองต่างรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติแต่ไม่มีใครกล้าพูด
“คืนนี้…ช่วยอยู่กับเราได้ไหม?” คิมเอ่ยพลางหลบตา “ถ้านายหายไปเหมือนธันอีกคน เค้า…ไม่รู้จะทำยังไง”
พลอยนิ่ง แล้วค่อย ๆ ยิ้มบาง “ได้สิ คืนนี้จะไม่ไปไหน”
พวกเขานั่งเงียบอยู่กลางลาน โดยไม่มีคำอธิบายว่ากำลังกลัวสิ่งใด ต่างได้ยินเสียงลมพัดเหนือยอดไม้ เสียงเล็ก ๆ จากหน้าต่างชั้นสองเหมือนเสียงร้องขอความช่วยเหลือเบาบางแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง
ยามค่ำคืน หอพักเก่ากลายเป็นเขาวงกตของร่มเงา คิมกับพลอยรวมกลุ่มกับพี่รหัส และ “บิ๊ก” รุ่นน้องนิ่งขรึมที่มักถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทุกคนนั่งรวมกันในห้องโถงกลางเงียบงัน ไฟสลัวกระทบผนังเผยรอยแตกร้าวราวตาข่ายใยแมงมุมสีดำ
“จะมีผีที่นี่จริงเหรอ?” บิ๊กลังเลแสร้งหัวเราะแต่เสียงสั่น
“บางอย่างน่ากลัวกว่าผี…” พี่รหัสกระซิบ ปรายตามองคิม “เช่น ความจริงที่ใคร ๆ ไม่กล้าเห็น”
พลอยหุบยิ้ม เธอมองตาคิมที่พยายามกลั้นความกลัว “เราควรกลับไปค้นห้องของธันอีกครั้ง ข้าวของเขายังอยู่หมด มันต้องมีอะไรที่เราหลงลืมหรือเปล่า?”
คิมนิ่งไป รู้สึกเหมือนทุกภาษาในคอถูกกลืน เขาพยายามข่มใจ “พวกนายทั้งสามไปกับเราเถอะ”
บรรยากาศอึดอัดอบอวนขณะพวกเขาก้าวไปที่ห้อง 223 อีกครั้ง ยิ่งใกล้ประตู ความหนักอึ้งยิ่งคืบคลาน
เสียงเปิดประตูกึกก้องไปทั้งชั้น ห้องมืดสนิทราวกับแสงเป็นสิ่งต้องห้าม พลอยเปิดไฟฉายจากมือถือ ส่องพบสมุดโน้ตเล่มหนึ่งใต้เตียง
คิมหยิบขึ้นมาอย่างลังเล เปิดหน้าสุดท้าย พบลายมือรีบเร่ง ‘อย่าไว้ใจเงาในกระจก’
เสียงวัตถุบางอย่างตกดังปังตรงห้องน้ำในห้อง ทุกคนสะดุ้งพลางหันหาแหล่งเสียง พลอยยกมือถือส่อง เลื่อนฝ่าเงาเข้าใกล้ประตู
น้ำหยดจากก๊อกเก่า ไหลเป็นจังหวะคงที่ ข้างอ่างล้างหน้ามีเส้นผมดำยาววางแปลกตา ปกติธันผมสั้น บิ๊กหยิบขึ้นมาดูอย่างลังเล หารอยเฉพาะบนผิวเส้น แล้วตกใจเผลอปล่อยร่วงพื้น
เสียงลมพัดวูบ ไฟในห้องวูบดับ คิมรีบคว้ามือพลอยไว้แน่น เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ดังไล่กันรอบห้อง พี่รหัสข่มขวัญ “อย่าแยกกันเด็ดขาด”
“แล้วถ้าสิ่งนั้นเข้ามา–” พลอยกระซิบ ฟังดูเหมือนน้ำตาไหล
เสียงบางอย่างวิ่งวนรอบห้อง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ทุกสายตาไหลตามเงาสะเปะสะปะบนผนังที่ดูเหมือนจะขยับเล็กน้อย
อยู่ ๆ เงาตรงมุมห้องเหมือนพองตัวขึ้นจนแตะฝ้าเปียกชื้น ทุกคนนิ่งงัน เหงื่อเย็นไหลแผ่นหลัง พี่รหัสหยิบไฟแช็กขึ้นจุด รัศมีเล็ก ๆ เผยใบหน้าตัวเองในกระจก เงาที่อยู่หลังกลับเด่นชัดกว่าความเป็นจริง
เสียงกระซิบแผ่วเบาในห้อง ‘กลับคืนมา…’
บิ๊กทนไม่ไหวเปิดประตูน้ำตาไหลพรวดออกนอกห้อง ทุกคนตามมา ต่างใจสั่นหายใจถี่หยุด ส่วนคิมกลับยืนอึ้ง ขาแข็ง เขาสบตาชนิดหนึ่งในกระจกตรงหน้า–มันไม่ใช่หน้าเขา เงาว่างเปล่าแทนที่ เงานั้นยิ้มอย่างโหยหา
‘นายกลัวอะไรที่สุด’ คำถามหนึ่งแผ่วเบามาจากภายในใจหรือกระจกเอง คิมรู้ดี: เขากลัวถูกทิ้ง ถูกลืม เหมือนธัน…
“เราไม่ใช่เงา เรา…” เขาพูดไม่จบ น้ำตาคลอ เสียงฝีเท้าคนในหอพักไกล ๆ ดังเหมือนเสียงคลื่น
ประตูห้อง 223 ปิดลงอีกครั้ง เงาในกระจกยังคงอยู่
คืนนั้นผ่านไปอย่างทรมาน คิมฝันร้ายทั้งคืน เหงื่อตก ม้วนตัวในผ้าห่ม วูบหนึ่งเขาเห็นฝ่ามือเย็นเฉียบจับข้อมือเขาไว้แน่นพยายามดึงเขาเข้าเงามืด เสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ ‘นายก็จะถูกลืมเหมือนกัน’
เช้าวันต่อมา หอพักเงียบกว่าทุกวัน คิมเดินหลบสายตาคนในลิฟต์ คนในหอพักดูหลีกเลี่ยงเขาโดยไม่รู้สาเหตุ สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่คือนาฬิกาข้อมือธันที่เขาพบวางบนประตูห้อง 223
“นายเห็นมันด้วยใช่ไหม?” พลอยโผล่มาตรงบันได เสียงแผ่ว
“เห็นอะไร?”
“สิ่งที่พาเราออกไปจากที่นี่ไม่ได้”
“เราไม่รู้ ว่านาย–” คิมสลด พลันเงาสะท้อนในกระจกหน้าลิฟต์โผล่ขึ้นเบื้องหลังเขาอีกครั้ง ครั้งนี้คล้ายใบหน้าธันที่พร่าเลือน
…(ต่อเนื่องอีก 4,000+ คำ)