เมื่อสายฝนโปรยกลางใจ
เสียงฝนทิ้งตัวกระทบหลังคาชั้นล่างของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ เจนยืนอิงผนังใต้อาคาร มือกำแฟ้มเอกสารแน่น ดวงตากวาดมองหยดน้ำที่โชยเข้ามา เธอเพิ่งย้ายงาน—จากสายการผลิตโรงงานมาสู่โลกการตลาด ทุกอย่างใหม่และเครียด เธอต้องแสดงความสามารถภายใต้แววตาทุกข์ร้อนของหัวหน้า ภัทร ผู้ชายหน้าตานิ่ง เนี้ยบ ใจเย็นแต่เย็นชา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คุณเจน ส่งรายงานเมื่อไร?” ภัทรไม่เงยหน้า มือยังเลื่อนเมาส์พรวดเดียว
“อีกครึ่งชั่วโมงค่ะ” เจนเสียงเบา ใจเต้นแรง เธอละล้าละลัง กลัวสายตาทิ่มแทงบนใบหน้าคม
ภัทรมองปราด เอ่ยเสียงเรียบ “อย่าให้เกินห้านาที ถ้ามีปัญหา—บอกผม”
เจนนิ่งงัน คำพูดย้ำหนักราวจะบังคับ ชายคนนี้ดูจะไม่มี ‘วันดี’ กับอะไรทั้งนั้น
ในห้องประชุมเย็นเชียบ เจนพยายามปรับเสียงนำเสนอ อยู่ดี ๆ สไลด์ก็ขัดข้อง ภัทรขยับตัวเข้ามา ไม่พูดสักคำ จัดการสายต่อจอเงียบ ๆ มือเย็นวาบ เจอมองสบตาแล้วยิ่งประหม่า
“คุณต้องลงอัปเดตโดรฟเวอร์นะ ครั้งหน้าตรวจให้ดี” เขาพูดเบา ๆ แต่เฉียบขาด
“ค่ะ ขอโทษค่ะ” เจนกัดฟันยิ้ม ฝืนไม่ให้มือสั่น
วินาทีนั้น เธอรู้ว่าเธอจะไม่ยอมแพ้
เช้าวันต่อมา เสียงฝนกระหน่ำอีกครั้ง ถนนเปียกลื่น เจนเดินลุยฝ่าสลับร่มเล็ก ๆ เข้ามาพร้อมรองเท้าส้นสูงเปียกโชก เธอเผลอสะดุดที่ทางลาดชั้นล่าง ภัทรที่เดินสวนรีบคว้าข้อมือ
“ระวัง” เสียงเขาแทรกความเงียบ เสี้ยววินาทีที่เจนยิ้มวางใจ แต่ลดมือลงอย่างเก้อ ๆ ก่อนจะรีบขอบคุณแล้วเดินหนีขึ้นไป
“ทุกคนคะ โปรเจ็กต์นี้ฉันจะเป็นหัวหน้า” เจนประกาศต่อทีมใหม่ ท่ามกลางความลังเลของสมาชิกเก่า ภัทรเดินเข้ามาช้า ๆ สายตาเหมือนประเมินทุกอณู
“คิดว่าจะรอดไหม?” เสียงหนึ่งในทีมกระซิบ
“ฉันจะลองดู…” เจนพูดกับตัวเองหนักแน่น แม้ใจจะไม่ชัวร์
ตลอดสัปดาห์ งานหนักขึ้น แต่เจนแอบสังเกตว่า ภัทรไม่เคยตำหนิแบบเสียหาย เขามักเสนอวิธีให้ หรือไม่ก็เงียบแล้วลงมือช่วยเองในจุดเล็ก ๆ วันหนึ่งตอนค่ำ เธอย่องเข้าออฟฟิศ เอะใจไฟดวงเล็กยังสว่าง ภัทรนั่งก้มหน้า พิมพ์งานเหมือนคนล่องหน
“ทำงานดึกบ่อยน่ะค่ะ?” เจนถามกล้า ๆ กลัว ๆ
ภัทรชะงัก “ถ้าไม่ทันเดดไลน์ คงแย่…” สีหน้าหม่น “บางอย่างต้องรับผิดชอบเอง”
เงียบไปสักพัก เขาถาม “คุณกลัวผมเหรอ?”
เจนนิ่งไป หน้าแดง “…ไม่เชิง”
ภัทรยิ้มนิด ๆ เป็นครั้งแรก
วันฝนตกหนักอีกวันหนึ่ง เจนรีบช่วยลูกน้องเตรียมของขึ้นโชว์อีเวนต์ กล่องของล้มทับข้อเท้าเธอ เจ็บจนขยับไม่ไหว ภัทรโผล่มาจากไหนไม่รู้ โค้งลงข้าง ๆ
“เจ็บไหม?” เสียงนี้นุ่มกว่าทุกที มือหยิบสเปรย์พ่น ยื่นพลาสเตอร์ให้ “รักษาเองไหม หรือ…”
“ฉัน…ฝากคุณหน่อย” เจนพูดฝืด ๆ ใจเต้นแรง ภัทรทำแผลให้เธอเงียบ ๆ รอยยิ้มอ่อนโยนล่องลอยในแววตา
คืนนั้น เจนกลับบ้านดึก ภัทรขับรถผ่านหยุดหน้าบ้าน(!) ลงกระจกถามว่า “เดินไหวแน่ใช่ไหม?”
“ค่ะ ไหวค่ะ” เจนพยายามยิ้มทั้งที่ฝนซ่าเข้าใบหน้า
“มีอะไรติดต่อได้” ภัทรมองตรง สายตาแข็งกร้าวแต่แฝงห่วง
ผ่านไปพักใหญ่ โปรเจ็กต์สำคัญที่เจนรับผิดชอบใกล้เสร็จ แต่กลับเกิดปัญหาใหญ่—ลูกค้าไม่พอใจชิ้นงานแบบที่ส่ง ทีมพากันท้อ สายตาจับจ้องที่เจนรอคำตอบ เธอใจสั่น เครียดจนเกือบร้องไห้
ตอนพักกลางวัน ภัทรมานั่งตรงข้าม “ถ้าเหนื่อย ทำไมไม่ขอให้ช่วย?”
เจนกล้ำกลืนเสียง “กลัวถูกมองว่าไร้ความสามารถค่ะ”
ภัทรสบตาเธอนิ่ง “รู้ไหม ผมเองก็กลัวเหมือนกัน ต่างกันที่ผมไม่ยอมพูดออกมาเท่านั้น”
ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรกที่สายตาอบอุ่นแผ่ผ่านสายฝน
งานเดินต่อ เจนและภัทรมีโอกาสใกล้ชิดเวลาประชุมร่วมดึก ๆ บางทีกินข้าวเย็นด้วยกัน แม้แต่เรื่องไร้สาระ—ภัทรเริ่มพูดติดตลกบ้าง เจนสังเกตว่าภัทรฟังเธอมากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์มตลอด
วันหนึ่ง เจนหลุดพูดความฝันว่า “สักวันอยากเปิดร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ริมน้ำ แต่ที่บ้านอยากให้เป็นผู้บริหาร”
“แล้วถ้าเลือกไม่ได้?” ภัทรถามเสียงอ่อน
เจนส่ายหน้า “ยังไม่กล้าเลือกอะไรเลยค่ะ”
“เหมือนผม” ภัทรอมยิ้มเศร้า “ความกลัวบางทีไม่ใช่แค่เรื่องงาน”
วันหนึ่ง ขณะตรวจงาน เจนเห็นภาพครอบครัวเล็ก ๆ ของภัทรวางโต๊ะ ภาพหญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กชาย—ใบหน้าคลับคล้ายภัทร เธอเก็บความสงสัย จนคืนฝนตกอึมครึมหลังอีเวนต์ เธอเศร้าใจ ภัทรเหมือนจะพูดอะไรแต่เปลี่ยนใจ
“เรื่องครอบครัวผม…แฟนเก่าทิ้งลูกไว้” เสียงเขานุ่ม เจนใจหาย คำอธิบายไม่ได้พูดต่อ มีแต่เสียงฝน
“แล้ว…คุณดูแลเอง?”
ภัทรพยักหน้า “แม่ผมก็ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น”
เจนนิ่ง พอจะเข้าใจรอยเหงาในตานั้น
หลังจากนั้น เจนขอช่วยเรื่องลูกภัทรเล็ก ๆ น้อย ๆ พาไปซูเปอร์ เจอช่วงเวลาเบา ๆ กับภัทรและเด็กน้อย เธอเริ่มผูกพันอย่างไม่รู้ตัว ภัทรก็เปิดใจมากขึ้นโดยไม่ได้พูดตรง ๆ
แต่วันหนึ่ง มีโทรศัพท์จากแม่ภัทร เธอพูดเสียงเย็นชา “อย่ายุ่งกับบ้านเราอีก เจนไม่เหมาะกับภัทร”
เจนตะลึง มันแทงลึกอย่างรุนแรง เธอพยายามวางเฉย แต่แววตาภัทรเศร้ากว่าครั้งใด เจนถอยออกมาเองโดยไม่บอกลา ตัดการติดต่อ รำคาญตัวเองที่อ่อนแอ
ฝนยังตกต่อเนื่อง เจนขลุกตัวกับงาน เขียนแผนเปิดร้านเบเกอรี่ที่ฝันไว้ เธอลาออกจากบริษัทภัทรก่อนสิ้นเดือน จุดประกายใหม่จากความเสียใจ กลับใช้เวลากับครอบครัวและกับตัวเองมากขึ้น
ภัทรพยายามติดต่อ แต่เธอเลือกปิดใจ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ภัทรมายืนหน้าร้านเบเกอรี่ของเธอบนถนนเปียก ฝนพรำ เธอทำทีไม่เห็น แต่สุดท้ายก็ต้องเปิดประตู
“แค่จะมาบอกว่า ขอโทษ” ภัทรพูดเสียงแหบ “ที่ปล่อยเธอเผชิญทุกอย่างคนเดียว”
เจ็นเงียบ น้ำตาคลอ “ฉันเองก็ทิ้งคุณเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…”
ฝนปลายฤดูโปรยบาง ๆ กลิ่นกาแฟอ่อน ๆ ระหว่างพวกเขา เงียบอยู่นาน ต่างคนต่างทำใจจนกระทั่งภัทรพูด
“ผมไม่มีวันลืมอดีต แต่ไม่อาจเสียคุณอีก ถ้าคุณยังมีพื้นที่ให้ผม กับลูกอีกคน…”
ความเงียบนั้นยาวนาน เจนก้มหน้าหลบตา ก่อนจะเอื้อมจับมือเขาเบา ๆ
“ขอแค่ฝนวันใหม่ เราจะเริ่มใหม่ด้วยกันได้ไหม…”
รอยยิ้มแรกในสายฝนปรากฏขึ้นช้า ๆ เหมือนใจทั้งสองค่อย ๆ แห้งสนิท—พร้อมเปิดรับวันพรุ่งนี้