ฤดูฝนในปลายทางฝัน
เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นลั่นย่านอโศก เพชรยืนริมหน้าต่างชั้น 22 ของตึกสูง มองเม็ดฝนโปรยลงมาจนถนนรถติดเหมือนร่างกายโดนพันธนาการ กลิ่นกาแฟเย็นเจือจางอยู่ข้างมือขวา ขณะที่มือซ้ายกำแผ่นรายงานโครงการแบบแน่น ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงประตูถูกผลักเข้ามาแรง ต้นที่ถือโน้ตบุ๊กพร้อมแฟ้มเอกสารในมือเดินเข้ามาโดยไม่เคาะประตู เขายืนมองเพชรอย่างไม่ยี่หระ สายตาคมและนิ่งผิดวิสัยมนุษย์ปกติ “ขอโทษ ผมขอเวลาคุยด้วยได้ไหม?”
เพชรวางแก้วกาแฟกับโต๊ะแล้วพยักหน้าเชิงไม่เต็มใจ เธอถอนหายใจยาว รออีกฝ่ายเริ่มก่อน ต้นเดินไปวางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างแรง แผ่นกระดาษกระเด็นออกมาเล็กน้อย
“โปรเจกต์นี้มันมีปัญหา ผมว่าผมแจ้งคุณไปแล้วว่าดาต้าซัพพลายเชนไม่ตรง KPI” ต้นเอ่ยโดยพยายามควบคุมอารมณ์ ความตรึงเครียดในห้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว “แล้วคุณ?”
“แล้วนายล่ะ เคยฟังใครมั่งไหม?” เพชรถอนใจอีกครั้งแต่เสียงแข็ง เธอหยิบกระดาษหนึ่งแผ่นในแฟ้มขึ้นโชว์ “ฉันตรวจ 3 รอบ ซัพพลายเชนที่นายบอกมันเป็นข้อมูลช่วงปีที่แล้ว ลองย้อนเช็ควันดูสิ”
ต้นนิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนเม้มปากแน่น เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าผิด “คุณก็พูดตรงเกินไป,” เขาวางโน้ตบุ๊กลง หยิบสมุดจดบันทึกขึ้นมาแล้วเงียบมองฝนด้านนอก ทิ้งความเงียบไว้ในห้องชั่วขณะหนึ่ง
เพชรเหลียวมองไปนอกหน้าต่าง แล้วเสียงฝนกลบความรู้สึกอึดอัด “ถ้าไม่มีอะไรเพิ่ม ฉันต้องปิดงานอีกโครงการ”
ต้นลุกจะออกแต่หยุดกลางทางเหมือนลังเลจะพูดอะไรต่อ สุดท้ายเลือกเดินออกไปโดยไม่มีคำลา
ค่ำวันนั้น ฝนหยุดตก เพชรเดินออกจากออฟฟิศพร้อมร่มสีฟ้าอ่อน เธอเดินไปที่ป้ายรถเมล์ ถนนลื่นและสว่างด้วยไฟรถยนต์ สายฝนทิ้งกลิ่นสดชื่นไว้บนพื้น เธอรู้สึกใจเย็นลงอย่างบอกไม่ถูก
“เพชร!” เสียงเรียกดังขึ้นด้านหลังเธอหันไปเจอต้นในสูทเปียกนิด ๆ จากละอองฝน เขาวิ่งมาพร้อมสีหน้าสับสน “เมื่อกี้ผมหยาบคาย ขอโทษนะ”
หญิงสาวหันหน้าหลบไปฝั่งถนน “เรื่องงานคือเรื่องงาน นายไม่ต้องมาขอโทษก็ได้” ว่าแล้วเธอก็หยุด เงียบไปชั่วครู่ “แต่…ขอบใจนะที่พูด”
“จะกลับยังไง เดี๋ยวผมไปส่ง” ต้นถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“ไม่เป็นไร ฉันเดินทางเองถนัดแล้ว”
“คุณดูเหนื่อย” เขาดูเหมือนอยากพูดต่อ แต่ไม่พูด เพียงยิ้มให้เธอนิดหนึ่งก่อนกล่าวลาแล้วเดินหายไปกับแสงไฟถนน
รุ่งเช้าในออฟฟิศ เพชรนั่งอยู่ในห้องประชุมพร้อมเอกสารชุดใหม่ เธอจ้องหน้าจอคอมฯ ด้วยความตั้งใจ แต่จิตใจกลับล่องลอยไปหาฝนเมื่อคืน เสียงแจ้งเตือนอีเมล์ดังขึ้น เป็นข้อความจากต้น ให้ข้อมูลซัพพลายเชนที่ถูกต้อง เขียนปิดท้ายว่าขอโทษอีกครั้ง บรรทัดสุดท้าย เขียนว่า “ขอบคุณที่เก่งและตรงเป็นเพชร”
เพชรยิ้มมุมปากเล็ก ๆ พลางถอนหายใจ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน มุมปากข้างหนึ่งของเธอกระตุกขึ้นเมื่อคิดถึงประโยคนั้น
ในออฟฟิศเดียวกัน เวลาผ่านเลยไปต่างฝ่ายต่างทำงาน ต้นกับเพชรถูกบังคับให้ทำโปรเจกต์ร่วมกันจากเจ้านาย ช่วงแรกเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เถียงกันแทบทุกหัวข้อ ทั้งเรื่องกลยุทธ์ การประสานงาน จนเพื่อนร่วมงานเห็นยังแอบถอนหายใจ
“คุณทำแบบนี้อีกแล้ว ทำไมต้องรีบสรุป?” ต้นถามขึ้นขณะดูเอกสาร
“เพราะเวลามันบีบ จำเป็นต้องตัดสินใจตอนนี้!” เพชรสวนเสียงเฉียบขาด
“แต่การรีบตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลครบคือความผิดพลาด ซึ่งมันคืออาการเดียวกับ…” ต้นหยุดกระทันหัน พูดแล้วนึกถึงอดีตตัวเอง พลันก้มหน้าเงียบ
ปัจจุบันเริ่มเผยอดีต ต้นเคยตัดสินใจเรื่องสำคัญผิดพลาดในบริษัทก่อนหน้า ยังมีปมติดใจอยู่ ส่วนเพชรเคยเชื่อใจผิดกับอดีตแฟนและเสียโอกาสงานใหญ่ ช่วงที่ทั้งสองต้องประสานงานกัน หน่อมแน้มและแข็งกร้าวผสมกันแบบไม่มีใครยอมใคร
วันหนึ่ง หัวข้อประชุมใหญ่ เพชรกับต้นต้องพรีเซนต์ด้วยกัน แต่เกิดข้อผิดพลาดในไฟล์ต้นฉบับ มินิบอร์ดเกิดเสียงฮือฮาทันที เพชรหน้าเสียตกใจ หันมามองต้นที่นิ่งเฉย โอกาสเดียวคือต้องช่วยกันแก้ไขทันที
ทั้งคู่วิ่งออกจากห้องประชุม พร้อมไฟล์กระจายเต็มโต๊ะทำงาน เพชรเริ่มสั่น มือเย็น ต้นจ้องหน้าเพชรแล้วจับมือเบา ๆ “ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเราดึงไฟล์สำรองขึ้นมาได้”
เพชรหลบตา ลมหายใจสั้นขึ้น เธอยอมรับเสียงสั่น “ฉันแพนิกตลอดเวลาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า”
“ผมด้วย” ต้นตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่เงียบและหัวเราะเบา ๆ ใกล้กัน จู่ ๆ ความเงียบพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น บรรยากาศเย็นลงเมื่อฝนเริ่มเทลงมากลางวัน
ค่ำนั้น เพชรหยุดงานดึก ต้นรออยู่หน้าตึกด้วยร่มอันเดิม เขาส่งกล่องอาหารง่าย ๆ มาให้ “กินข้าวหน่อย เดี๋ยวมื้อดึกจะหิว”
“นายทำเองเหรอ?” เพชรถามพลางรับกล่อง พยายามไม่สบตา
“ก็นิดหน่อย…ฝีมือไม่ดีหรอก” ต้นตอบเขิน ๆ
“ขอบใจ” เพชรเอ่ย ก่อนจะยื่นกล่องคืนให้ต้น “จะกินด้วยกันมะ?”
บทสนทนาสั้นๆ เปลี่ยนความสัมพันธ์ไปทีละน้อย เพื่อนร่วมงานเริ่มสังเกต เห็นทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันบ้างในเวลาที่เหลือ
ต่อมาทั้งคู่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อตรวจงานไซท์ พวกเขานั่งรถไฟด้วยกันครั้งแรก ต้นเลือกที่นั่งฝั่งริมหน้าต่างเพื่อให้เพชรได้ถ่ายรูปวิว เมฆครึ้มคลุมท้องฟ้า พวกเขาร่วมกันลุยฝน สำรวจพื้นที่แต่ละจุด แลกเปลี่ยนความคิดและแซวกันเป็นระยะ
“นายกลัวฟ้าผ่าไหม?” เพชรถามเบา ๆ ระหว่างเดินตากฝน
“กลัว…แต่ถ้ามีคนเดินด้วย ก็กลายเป็นเรื่องตลก” ต้นตอบพลางส่งสายตาขี้เล่นกลับ
เมื่อความไว้ใจเริ่มเติบโต เพชรเริ่มเปิดใจเล่าเรื่องในอดีต ว่าเธอเคยโดนแฟนเก่าหลอกให้ลาออกจากงานใหญ่ เพราะหวังผลประโยชน์ ต้นนิ่งฟังพร้อมประสานสายตา แววเศร้าปรากฏในดวงตาเขาเองเช่นกัน
“ฉันกลัวจะตัดสินใจผิดอีก” เสียงเธอสั่น
“ผมก็…กลัวจะเป็นต้นเหตุให้ใครล้มเหลวเหมือนกัน” ต้นรับเบาๆ
“มันว่ายากมั้ย ถ้าจะเชื่อใจใหม่อีกครั้ง?”
ต้นไม่ตอบ แต่ค่อย ๆ สอดมือเข้าหาเธอบนโต๊ะโดยไม่พูดอะไร เพชรปล่อยให้มืออุ่นของเขาสัมผัสข้างฝ่ามือตัวเองเบา ๆ
แต่เมื่อกลับมาบริษัท โปรเจกต์วิกฤต ธุรกิจได้รับผลกระทบ ท่ามกลางข่าวลือเรื่องปรับโครงสร้าง เพชรได้รับข้อเสนอจากบริษัทต่างประเทศตามฝันเก่า ขณะเดียวกันต้นกำลังโดนหัวหน้าเล่นงานเรื่องสถาปัตยกรรมข้อมูล
“ผมต้องขอโทษอีกแล้ว” ต้นพูดขณะนั่งหลังเลิกงานด้วยท่าทางอ่อนล้า
เพชรเงียบ ไม่รู้จะพูดยังไงดี เธออยากยื่นมือช่วยแต่กลัวล้ำเส้น ต้นดูเหมือนเหนื่อยมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“นายแน่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นี่มันใช่ชีวิตที่ต้องการจริง ๆ หรือเปล่า?” เธอถามเสียงเบา ๆ กายสะท้อนกับแสงไฟในห้องโล่ง
ต้นนิ่งไปนาน ตาแดงก่ำ “ไม่รู้เหมือนกัน บางทีผมแค่อยากให้พ่อแม่เห็นว่าผมสำเร็จเสียที”
“แต่ความสำเร็จแบบฝืนใจตัวเองสุดท้ายจะเหลือแค่ความว่างเปล่า”
ช่วงเวลานั้นอึดอัด เงียบ ฝนโปรยลงมาอีกครั้ง เพชรตัดสินใจเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ต้นนั่งนิ่งลำพัง
หลังจากนั้นทั้งสองห่างกันไป เพชรลางานบ่อยขึ้นเพื่อเตรียมย้ายไปต่างประเทศ เวลาที่เคยเดินไปกินข้าวหรือแซวกันกลายเป็นอดีต ต้นพยายามติวงานหนัก ไม่กล้าเอ่ยปากรั้งเธอไว้
คืนหนึ่ง ต้นเห็นเพชรนั่งบนระเบียงสำนักงานคนเดียว ปล่อยหยาดน้ำตาไหลริน เธอหยุดชั่วครู่ก่อนเอ่ยออกมาว่า “เคยคิดบ้างมั้ย ว่าถ้าเราไม่เจอกันตั้งแต่แรก ทุกอย่างคงง่ายกว่านี้”
ต้นนั่งลงข้างเธออย่างเงียบ ๆ มือทั้งสองประสานกันอย่างไม่รู้ตัว “แต่ผมไม่อยากให้มันง่ายไปกว่านี้ถ้าไม่มีคุณ”
ความเงียบห่อหุ้มทั้งคู่ เสียงฝนตกกระทบระเบียงเป็นจังหวะ
“จะไปจริง ๆ เหรอ?” เขาถามเสียงสั้น
“ก็…ยังไม่แน่ใจ”
“ถ้าคุณอยู่ ผมจะกล้าฝันอะไรใหม่ ๆ มั้ย”
ไม่มีคำตอบ มีแต่สายตาที่เชื่อมถึงกัน เพชรวิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำปล่อยให้ต้นนั่งเงียบ ๆ ลำพัง
วันสุดท้ายของโปรเจกต์ เพชรมานั่งรอหัวหน้าในห้องประชุม ต้นเดินเข้ามาช้า ๆ ด้วยสีหน้าหนักใจ “ถ้าผมแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ บริษัทจะปลดผมออก”
“ฉันเชื่อว่านายเอาอยู่ นายไม่ได้คนเดียวแล้วไง”
ในห้องประชุมไม่มีใครนอกจากแสงไฟแผ่วลอดผ่านผ้าม่าน ต้นชะงักมองเธอ “ขอบคุณที่ยังเชื่อในตัวผมนะ”
ทั้งสองจับมือกันแน่นก่อนเดินเข้าไป present อย่างมั่นใจ แม้ไม่ราบรื่นแต่ทีมผู้บริหารรับข้อเสนอ ทั้งคู่โล่งใจ พวกเขาออกมายืนหน้าต่างริมตึก มองฝนที่ตกพรำอีกรอบ พูดคุยเงียบ ๆ
“คิดอะไรอยู่?”
“ฉันอาจไม่ไปแล้ว”
ต้นหันขวับอย่างตกใจ “จริงเหรอ?”
“ไม่รู้…แต่อยากอยู่ เพราะอยากเห็นนายสู้กับฝันของตัวเองบ้าง”
ต้นนิ่งเงียบ มองมือเพชรที่วางบนราวหน้าต่าง ก่อนเอื้อมมือไปจับอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะ…ขอโอกาสใหม่ให้ตัวเอง ให้ฉัน ให้เราด้วย”
เสียงฝนกลายเป็นดนตรีสุดท้ายของความกลัวและอดีต เพชรกับต้นยืนอยู่ข้างกันอย่างเงียบงันในออฟฟิศที่เงียบสงบ ฤดูฝนใหม่กำลังเริ่มต้น ทั้งคู่หันมายิ้มให้กันเบา ๆ ต่างคนต่างกลัวแต่เลือกจะอยู่ในความสัมพันธ์ที่เติบโตแบบไร้คำมั่นสัญญา แต่เต็มไปด้วยความหวังในวันข้างหน้า