รักในวันสุดท้าย
แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมาจากท้องฟ้าในช่วงเช้า เดือนมีนาคม ในสนามเด็กเล่นโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เสียงหัวเราะของเด็กนักเรียนดังขึ้นรอบตัว ขณะที่น้องชายของภัทร ยืนอยู่ข้างๆ เขาเงยหน้ามองพี่ชายของตนด้วยสายตาอิจฉา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมพี่ถึงสามารถสนุกกับชีวิตแบบนี้ได้” เขาถามเสียงเบา กดความรู้สึกที่หล่อหลอมมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ภัทรหันไปมองเขา สายตาเต็มไปด้วยความเข้าใจ “พี่ก็แค่ไม่คิดว่าความฝันจะเป็นสิ่งที่ต้องกลัว พี่จะไม่ให้แม่ต้องเสียใจ” คำพูดของเขาอดไม่ได้ที่จะคารมณ์ผิดหวัง
เสียงระฆังดังขึ้น และพวกเขาก้าวเข้าสู่ห้องเรียน ภัทรที่ไม่สามารถตั้งใจเรียนได้ หยิบกระดาษมาเขียนข้อความให้แม่ ก่อนจะขาดที่ตกลงใจว่าวันนี้จะต้องไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลหลังเลิกเรียน
เมื่อเสียงรอบด้านเบาลง ภัทรรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่พิเศษกว่าที่อื่น แม่เขาที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย แต่กลับยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสให้กำลังใจพวกเขา
ที่โรงพยาบาล แสงไฟนีออนที่เหนือศีรษะสร้างบรรยากาศให้ดูเย็นชา แม่ของเขานอนอยู่บนเตียง มีเครื่องช่วยหายใจเรียงอยู่รอบตัว ภัทรเดินเข้าไปอย่างช้าๆ พยายามควบคุมอารมณ์เอาไว้
“แม่ครับ วันนี้พี่เอาของขวัญมาให้” เขาพูดเสียงสั่น
“เจนมาบอกว่าเขากำลังรอแนะนำหนังดาวเดือนอยู่” แม่ยิ้มออกมาแม้จะมีอาการป่วย
ในระหว่างที่พวกเขานั่งพูดคุยกัน ภัทรแอบมองนาฬิกา เขารู้ว่าต้องรีบออกไปนำเสนอข้อมูลโปรเจกต์ในชั้นเรียน แต่ใจของเขากลับลอยไปไกลกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เขารู้ว่าแม่เขาต้องการเวลา
ยามเย็น พอถึงบ้านเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งยื่นช่อดอกไม้ให้เขา “พี่ชายคะ นี่เพื่อเป็นกำลังใจให้แม่” เขาพยักหน้า รับรู้ถึงความห่วงใยที่มีจากเพื่อน
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน เขาพบว่าเริ่มมีความรู้สึกที่มากกว่าความเป็นเพื่อนกับเพื่อนคนนี้ “ขอบคุณนะ” เขาพูดพร้อมรู้ตัวว่าหัวใจเขาเต้นแรงขึ้น
วันต่อมา ภัทรใช้เวลาทุกนาทีที่เหลือร่วมกับแม่ แม้ว่าจะมีเพียงการนั่งฟังแม่เล่าเรื่องเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันมีค่า
“แม่บอกเสมอว่า ใครจะมองแตกต่างก็ไม่สำคัญ แค่ทำในสิ่งที่เห็นค่า” แม่บอกและจูบหน้าผากเขา ขณะที่ภัทรรู้สึกน้ำตาเริ่มรื้นในตา
วันนั้นภัทรรู้สึกเหมือนเวลาได้หยุดลง และทุกนาทีที่ใช้ร่วมกันกลับมีค่าไม่น่าเชื่อ
ในช่วงบ่าย แม่หยิบอัลบั้มที่เก็บภาพความทรงจำมาเปิดให้ดู ภัทรยิ้มขำออกมา ขณะที่แม่เล่าเรื่องตอนเขาเด็ก ๆ
เสียงเฮฮาในห้องเกือบหายไป เมื่อแบกรับความจริงที่ว่า อาจจะไม่มีโอกาสนี้อีกแล้ว
ต่อมาคืนเดียวกัน แม่เริ่มอ่อนแรงลงและกลับต้องนอนตลอดทั้งวัน หัวใจของภัทรรู้สึกเหมือนจะขาดเมื่อเขารู้ว่าอาจเป็นคืนสุดท้ายของแม่นี้
เขาพยายามที่จะร้องไห้ แต่สุดท้ายต้องทนกลั้นน้ำตาไว้ในใจ ทั้งหมดที่เขาอยากทำคือการเป็นลูกที่ดีที่สุดในช่วงเวลาสุดท้าย
ช่วงกลางคืน แม่บอกกับเขาเบาๆ แปร่งเสียง “พี่ต้องลืมแม่ พี่ต้องไปตามความฝันให้ได้”
เมื่อเช้าของวันถัดมา แม่ของเขาไม่มีลมหายใจอีกต่อไป ภัทรพาทุกคนไปร่วมงานศพ รู้สึกเหมือนชีวิตของเขามาเต้นรอบวังวน
ในคืนงานศพ พอเสียงผู้คนเริ่มเงียบ ภัทรนั่งอยู่คนเดียวที่สนามหญ้าหน้าบ้าน คำพูดของแม่ยังคงวนเวียนในหัวใจว่า “พี่ต้องทำในสิ่งที่เห็นค่า” เขามองไปที่ดวงดาวประกายที่ฟ้า เขาเริ่มเข้าใจว่าชีวิตคือการเดินต่อไป แม้ไม่มีแม่อยู่เคียงข้าง
การเดินทางของเขาอาจมีแค่ความเศร้าแต่ก็เป็นหนทางที่จะเปิดกว้างสู่อนาคต”}}]} {