ระยะแห่งใจ
เสียงออดประตูห้องพักดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดาวชะเง้อมองผ่านช่องตาแมว เจอหน้าใสซื่อของบิวเพื่อนบ้านห้องตรงข้ามที่ชอบมาส่งเสียงเจื้อยแจ้วทุกค่ำคืน เขาตัดสินใจเปิดประตู พร้อมสีหน้านิ่งเฉยประจำตัว “มีอะไรหรือ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บิวยกสมุดการบ้านขึ้นสูง “จำได้มั้ยว่าวิชาเลือกอาจารย์ให้จับคู่ทำโปรเจกต์ ฉันไม่มีคู่ นายถ้ายังว่างช่วยฉันหน่อยได้มั้ย”
ดาวพ่นลมหายใจเบา ๆ “แต่ฉันยุ่ง…”
“ขอลองดูก่อนก็ได้มั้ย? แค่ร่วมคิดไอเดีย” บิวทำตาอ้อนจนดาวต้องเบนสายตา
ดาวลังเล “แค่เริ่มนะ”
พอบิวได้รับคำตอบ เธอแทบหอบลมหายใจ “นายใจดีเกินคาด งั้นเย็นนี้แวะห้องเรานะ ฉันทำขนมปังอบเอง!”
ดาวปิดประตูช้า ๆ พึมพำกับตัวเอง “ยุ่งยากแน่” มือแตะกระเป๋ารูปเครื่องบิน ฝันอยากบินไปเรียนต่อของเขาเริ่มหนักแน่นขึ้นหลังจากนี้
ค่ำวันนั้น ดาวถือสมุดข้ามห้อง ภายในห้องของบิวอบอุ่นและเต็มไปด้วยกระดาษสเก็ตภาพ ขนมปังหอมกรุ่นโดดเด่นบนโต๊ะ
“กินก่อนนะ เดี๋ยวคุยงาน” บิววางแก้วน้ำให้ ดาวระวังตัวนั่งลง มองภาพวาดที่ติดเต็มผนัง
“นายวาดใช่ไหม”
บิวยิ้ม “ใช่ ไม่กล้าบอกใครเท่าไหร่ จริง ๆ ฝันอยากเป็นอิลลัสเตรเตอร์ ไม่ใช่สถาปนิก” เธอพูดเร็วแล้วหยุด “อย่าหัวเราะนะ”
ดาวนิ่งไป “ก็ฉันฝันอยากบินเหมือนกัน…แต่แม่ไม่โอเค” ความเงียบซึมซับในห้อง คนทั้งสองไม่ได้สบตากันอีกหลายนาที
รุ่งขึ้นในห้องเรียน ดาวนั่งเงียบอ่านหนังสือคนเดียว บิวเดินเข้ามา วางกล่องนมลงข้างตัว
“ขอบอกเลย ฉันไม่ถนัดคิดโปรเจกต์แบบนี้”
“นายไม่ต้องทำทั้งหมดหรอก…” บิวเสียงอ่อย
“แต่เธอก็อยากจบใช่ไหม” ดาวมองหน้าจริงจัง
“ใช่…แต่บางทีฉันก็ไม่รู้ตัวเองจะเอายังไงต่อ”
ดาวละสายตาลง “เราสองคนเหมือนคนที่ต้องเจอทางแยกตลอดเวลา”
เวลาผ่านไป อาทิตย์ถัดมา ทั้งสองเริ่มทำโปรเจกต์ในห้องดาว บิวถือความสดใสมานั่งตรงข้าม ชวนคุยเรื่องไร้สาระ แต่ดาวใจลอยไปถึงทุนเรียนต่อต่างประเทศที่เขาเพิ่งได้จดหมายตอบรับ แต่ยังไม่กล้าบอกใคร
เสียงบิวขัดจังหวะ “นายคิดอะไรอยู่ หรือเบื่อฉัน”
ดาวรีบปฏิเสธ “เปล่าแค่…อยากมีสมาธิ”
บิวยิ้มบาง “งั้นฉันหยุดพูดแล้วนะ” เธอทำท่าเอามือปิดปาก ขำในลำคอ ดาวมองเธอสักพักแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้อยากเงียบใส่เธอหรอก”
“ฉันรู้ นายแค่อยากคิดมากกว่า…แต่บางที รู้สึกว่านายทำเหมือนตัวเองแปลกแยก”
ดาวกดดินสอกดแน่น “ฉันคงไม่เหมือนคนอื่น…” เสียงเงียบลง “ฉันเคยทำแม่เสียใจ เพราะเคยหนีไปสอบทุนเอง”
บิวเงียบลงเช่นกัน “ฉันเองก็…” เธอหยุด ก่อนเปลี่ยนเรื่อง “เรามาคิดงานกันดีกว่า”
บิวเริ่มชวนดาวออกไปดูตึกแถมมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้ไอเดียโปรเจกต์ บางวันเดินใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เงียบ บางวันเถียงเรื่องการจัดเหลี่ยมมุมหน้าต่าง
“นายหัวดื้อ!” บิวขมวดคิ้วยื่นแบบจำลองให้ดู
“เธอเองก็ไม่ยอมคิดอะไรนอกกรอบ!” ดาวเถียงกลับ
บิวกัดริมฝีปาก “คนเรามันไม่เหมือนกันซะทีเดียวหรอก”
ดาวหยุด เดินนำหน้าไปสองก้าว ก่อนหันกลับมา “แล้วเธอจะเลือกอะไร ในเมื่อเราเองก็ไม่ได้รู้ตัวเองทั้งหมด”
บิวถอนหายใจ “นายกลัวผิดหวังใช่ไหม”
“กลัวแม่ผิดหวัง…กลัวด้วยว่าความฝันมันจะผิด”
สายลมพัดผ่าน ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ปลิดใบ ดาวเดินกลับข้างบิว พร้อมแววตาตั้งใจ
หลายวันถัดมา โปรเจกต์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เต็มไปด้วยความลังเล ดาวเริ่มไม่แน่ใจว่าอยากเดินจากคอนโดนี้หรือเปล่า ทุกเช้าตื่นมาเห็นแสงไฟฝั่งตรงข้ามก็รู้สึกเหมือนบ้าน
และในคืนหนึ่งหลังพรีเซนต์โปรเจกต์รอบแรกผ่านไป เธอเคาะประตูห้องดาว “ฉันฝากงานไว้นะ” เธอยื่นกระดาษวาดแบบหนึ่งให้ มือสั่นน้อยๆ
“เรายังไม่จบกันง่ายๆหรอก…” ดาวรับกระดาษไป มองเห็นรอยมือวาดสั่นเป็นเส้นฟุ้ง
“นายจะไปต่อต่างประเทศจริงเหรอ” บิวถาม
ดาวนิ่ง “ยังไม่แน่ใจ…”
อีกหลายอาทิตย์ ดาวไม่พบกับบิวอีกเลย เขาได้ยินจากเพื่อนร่วมคณะว่าบิวขอลาพักเรียน เพราะแม่ของเธอเข้าโรงพยาบาล และเธอไม่ได้ส่งโปรเจกต์สุดท้าย
คืนหนึ่ง ดาวยืนริมระเบียง เห็นไฟจากห้องตรงข้ามดับมืด ทุกอย่างเงียบ เดินกลับเข้าห้องด้วยใจค้างคา
เช้าวันรุ่งขึ้น ดาวเดินผ่านกล่องจดหมายหน้าคอนโด พบกระดาษแผ่นหนึ่งสอดใต้ประตู “บางที…ฉันคงยังไม่กล้าพอจะฝัน ไม่ใช่เพราะไม่มีความฝัน แต่กลัวจะไม่ถูกรักเหมือนเดิม”
ดาวลังเล ก่อนวิ่งออกจากห้อง ตรงไปหาบิว ถึงหอพักโรงพยาบาล ในมือกำจดหมายตอบรับเรียนต่างประเทศบิดม้วน ดาวยืนหน้าห้อง เห็นบิวมองออกมาจากในห้องน้ำตาคลอเบ้า
“นายมาได้ไง…” บิวเสียงสั่น
“ก็เธอไม่ได้บอกว่าจะลาหายไป…” ดาวหัวเราะฝืด “จะให้ฉันอยู่นิ่งๆเหรอ”
ความเงียบปกคลุม ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อ ดาวยื่นกระดาษรับทุนให้บิว
“เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันดีไหม แม้จะอยู่คนละฟากฟ้าก็ตาม”
บิวกลั้นน้ำตา “แล้วถ้าวันนึงเรากลับมาพบกันเร็วกว่าที่คิดล่ะ”
ดาวยิ้ม “เพราะเราต่างเติบโตขึ้น…เราไม่ใช่คนเดิมแล้ว”
บิวจ้องตาดาว มือสั่น ยิ้มเศร้า “สัญญานะ ว่าเราจะไม่หยุดฝัน เพื่ออีกคน”
ดาวพยักหน้าช้าๆ “เราไม่หยุดหากัน แม้ระยะจะไกลแค่ไหน”
เสียงหัวเราะเบาบางและน้ำตาหน่วงๆของทั้งคู่คลอไปกับสายลมที่ผ่านช่องหน้าต่าง พวกเขาต่างรู้ว่า ถึงแม้กำแพงจะยังคั่นขวาง แต่ใจ…ไม่มีสิ่งใดกั้นระยะอีกแล้ว