รอยแผลบนผืนน้ำฝัน
แสงจันทร์ครึ่งดวงทอดเงาบนผิวน้ำบึง สายลมเย็นโอบเอวสงัดกลางคืน ต้นกกไหวตามแรงถีบของปลา เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งกอดเข่าบนสะพานไม้เก่า ดวงตาเขาแดงระเรื่อ ปากเม้มแน่นราวกับไม่อาจจะเปล่งเสียงข้างใน ภายในคืนเงียบใสนั้น มีเพียงเสียงตีนปลากับเสียงหัวใจที่สั่นรัวในอกของ “คณิต” เด็กหนุ่มวัย 17 ปี—ผู้สาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันร้องไห้อีกต่อหน้าคนอื่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บึงโบราณที่หมู่บ้านริมขอบป่าแห่งนี้แทบไม่มีใครกล้าเฉียดใกล้หลังตะวันลับขอบฟ้า แต่คณิตกลับชอบมาเงียบ ๆ เมื่อทุกคนหลับ เด็กหนุ่มหยิบหินแบนขว้างเล่นบนผืนน้ำ เสียงกระทบดังแปะ แปะ ไม่กี่ปีหลังจากแม่เขาจมน้ำตรงนี้ ทุกอย่างในบ้านและในใจเหมือนหยุดนิ่ง แต่จู่ ๆ เสียงแผ่วแปลก ๆ ก็ดังจากใต้น้ำ ราวกับสายลมหายใจหนึ่งกระซิบขึ้นจากความลึก “เจ้าจำข้าได้ไหม”
คณิตหยุด ขนแขนลุกซู่ เขาเหลียวขวับแต่ไม่เห็นใคร รอยแผลจางบนต้นแขนยังรู้สึกแสบราวกับเสียงนั้นชำแรกผ่านทุกเส้นประสาท เด็กหนุ่มเพ่งมองผืนน้ำ ก่อนกลืนน้ำลายแล้วพึมพำกับตัวเองอย่างเหนื่อยล้า “แค่จินตนาการ… แค่เสียงลม”
ที่บ้านไม้ฝาเลื่อนแถบข้างบึง ป้าวาด – ญาติผู้หญิงคนเดียวที่เหลือ – นั่งกรอกน้ำใส่ขัน กุกกักเบา ๆ คืนนี้เหมือนทุกคืน ป้าวาดไม่พูดถึงอดีต ไม่ถามคณิต มีแต่ลมหายใจที่หนักหน่วงรอเวลาเดินอย่างเชื่องช้า ห้องโถงใหญ่มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่สะท้อนเงาเด็กหนุ่มและผู้หญิงชราอยู่บนผนังไม้
เช้ามืด คณิตตื่นมาด้วยเสียงกบร้องลั่น เขายืนเหม่องวยงงหน้าต่าง เห็นกลุ่มเด็กผู้ชายหมู่บ้านลากแหล่อปลาโดนตะขอขึ้นมาริมบึง ทันใดตะโกนลั่น “เฮ้! ดูนี่ ปลาใหญ่ฟาดน้ำร่างเหมือนคนเลย!”
คณิตเดินออกไปช้า ๆ ใจเต้นแรง เขาเหลือบเห็นรอยเลือดจางบนแผ่นไม้สะพานจุดเดิมกับที่เขานั่งเมื่อคืน “เมื่อคืนนี้หรือเปล่า… บางอย่างขึ้นมาจริง ๆ?” วูบหนึ่งในใจแวบคิดถึงเหตุการณ์คืนนั้น—แม่ของเขา มือเรียวพยายามจะคว้าตัวเขาให้รอด แต่จมหายไปต่อหน้าต่อตา การสูญเสียที่ไม่มีวันลืม
เสียงพลันจากด้านหลัง “คิดอะไรอยู่วะ อ๋อ คิดถึงแม่อีกแล้วละสิ” จีน – เพื่อนสนิทเจ้าของนิสัยปากเสียแต่ใจดี – ยื่นมะพร้าวอ่อนไปให้ คณิตรับมามือสั่นแล้วยิ้มจาง ๆ “ขอบใจนะ แต่… จีน นายเคยได้ยินเสียงประหลาดตอนกลางคืนแถวนี้ไหม…” จีนหัวเราะกลบเกลื่อนแต่แววตาวูบวาบ “เฮ้ยจะบ้าเหรอ เสียงกบเสียงปลานั่นแหละ ถึงมึงจะฝันก็อย่าเพ้อไปไกล กินมะพร้าวก่อน หิวเปล่า?”
สายวันนั้น ที่ร้านน้ำชาริมทางเข้าหมู่บ้าน คนผู้ใหญ่สองสามคนนั่งจับกลุ่มคุยเสียงเบา ๆ เรื่องข่าวลือแปลก ๆ “หลังพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว คืนนี้ ถ้ามีเสียงเรียกจากบึง ใครตอบจะมีเคราะห์” คณิตเดินผ่าน เหลือบตามอง คนชราหันขวับมาสบตาเจาะลึกจนเขาขนลุก ชายชล – ผู้ใหญ่บ้านผู้ออกอาการอึดอัดกับทุกปัญหา – เอ่ยเสียงเครียด “เด็กพวกนี้ไม่เคยฟังคนเก่า คนแก่พูดดีนะ…”
คณิตฝืนเดินต่อ จังหวะหนึ่งหลังตลาดเก่า เสียงจิ้งหรีดดังระงม เด็กหญิงคนหนึ่งยืนร้องไห้อยู่ใต้ต้นตะแบก “หนูอยากเจอแม่ หนูอยากให้แม่ฟื้นขึ้นมา” คณิตมองภาพนั้น เหมือนเห็นตัวเองในเงาสะท้อน ป้าวาดเห็นเข้า เดินมาแตะบ่าคณิต “เจ้าเองก็เหมือนกัน เจ้ายังไม่เคยยอมรับมันใช่ไหม”
ในคืนนั้น ผืนฟ้าคลุมด้วยเมฆ บึงเงียบงัน คณิตนอนไม่หลับ ภาพเหตุการณ์จมน้ำหมุนวนในหัว เสียงกระซิบลึกลับในฝันดังขึ้นอีก “คืนที่สาม เจ้าตอบข้า ข้าจะคืนบางอย่างให้” คณิตร้อนรุ่ม ตื่นขวับขึ้น เหงื่อท่วมตัว
วันต่อมา คนในหมู่บ้านเจอซากสัตว์ตัวเล็กดับริมบึง ท่ามกลางรอยโหวกเหวก คนเฒ่าผู้แก่เอาผ้าขาวมาคลุมตัว แล้วพรมน้ำมนต์ป้องกันวิญญาณร้าย บรรยากาศเย็นยะเยือก ซุบซิบอยู่ทั่ว “มีบางอย่างกลับมา…เหมือนคืนแม่ของคณิตตาย”
หลังเลิกเรียน คณิตนั่งตรงชายบึง ซ้อนเงาเหนือน้ำกับเงาตัวเอง คำถามและความกลัวรุมเร้า เขาโยนก้อนหินลงน้ำอีกครั้ง “ทำไมต้องเป็นผม ทำไมแม่ถึงต้องตาย”
เสียงคลื่นน้ำพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบงัน เสียงสะท้อนจากก้นบึงกล่าวขึ้น “เจ้าถามผิดคำถาม สิ่งที่เจ้าทำเมื่อคืนกำลังเปิดประตู” เงาจากผืนน้ำนั้นมีรูปร่างมนุษย์ แขนผอมเหยียดขึ้นเหนือผิวน้ำ แววตาเศร้าปนโกรธกึ่งลึกลับ
คณิตขยับถอยใจสั่น ทันใดมือเย็นเฉียบคว้าแขนไว้
“ปล่อย! ใคร!” เขาดิ้นสุดแรง เงานั้นกระซิบใกล้หู “เจ้ากลัวจะยอมรับสิ่งใดกันแน่… กลัวจะเป็นต้นเหตุใช่หรือไม่” น้ำเสียงนั้นคล้ายแม่ ผสมกับเสียงที่เขาไม่มีวันลืม สุดท้ายผืนน้ำกลับสู่ความนิ่ง มือปล่อยแขน ทิ้งรอยช้ำจาง ๆ ไว้กับรอยแผลเดิมในอดีต
วันรุ่งขึ้น คณิตไม่ไปโรงเรียน เขาขังตัวเองอยู่ในห้อง เงียบไม่พูดกับใคร จีนกับซินดี้ – เด็กสาวผู้กล้าบ้าบิ่นผู้เป็นเพื่อนใหม่ – เดินมาตามหน้าเรือน ซินดี้กระซิบ “ไม่เป็นไรหรอกนะ ทุกคนล้วนมีแผลในใจ แค่เธอยังอยู่ ก็พอ” คณิตสบตา กลั้นน้ำตาไว้ ส่งยิ้มอ่อน ๆ ให้
ค่ำวันเดียวกันนั้น กลุ่มผู้ใหญ่ประชุมด่วน เชื่อว่ามีบางอย่างผิดปกติรอบบึง “คืนนี้ หลังพระจันทร์เต็มดวง เราต้องเฝ้าระวัง ใครออกไปข้างนอกห้ามตอบเสียงใด ๆ”
คณิตแอบฟัง พลันคิดย้อนถึงคืนแม่จมน้ำ เขาจึงตัดสินใจจะหาคำตอบ ย่องไปริมบึง ลมกรรโชก เสียงเพลงเก่า ๆ จากฝั่งตรงข้ามลอยมาราวกับแม่ร้องเรียก “คณิต… กลับบ้านสิลูก”
เขาชะงัก น้ำตาไหล ก้าวลงน้ำทีละน้อย ในหัวเต็มไปด้วยเสียงหลงทาง แผ่วเบาทั้งน้ำตาตนเองและเสียงของวิญญาณที่ยังวนเวียน กึ่งกลางบึงเงานั้นปรากฏเป็นหญิงสาวในชุดที่เขานึกถึง—แม่ “ลูกจะกลัวอะไรไป เจ้าไม่ผิด… เจ้าต้องยอมรับอดีต”
น้ำเย็นซึมรัดร่าง น้ำหนักความเจ็บที่เกาะแน่นค่อย ๆ คลาย เขามองลงไปในเงานั้น เห็นเด็กชายในอ้อมแขนแม่อีกครั้ง “แม่… ผมคิดถึงแม่ ผมขอโทษ”
แม่เอื้อมมือมาโอบกอด เสียงสะอื้นและสายลมหวิวชื่นใจ น้ำนั้นอุ่นขึ้นราวกับปล่อยพันธนาการ คณิตตื่นขึ้นบนฝั่ง เหนื่อยหอบแต่เบาสบายเหมือนได้ตื่นจากฝันร้ายที่ยืนยาวหลายปี
ขณะรุ่งเช้า แสงแดดใหม่ทาแสงบนบึง ชาวบ้านออกมามุงดูรอยเท้าขนาดใหญ่บนผืนดิน “เมื่อคืนใครลงบึง” ผู้ใหญ่บ้านถามเสียงเครียด คณิตมองเบือนหน้ายิ้มบาง ๆ ไม่ตอบ เขาเข้าใจว่าบางอย่างต้องเก็บไว้ในหัวใจ
ท่ามกลางหมอก คณิตร่วมหัวเราะกับเพื่อน ๆ ได้อีกครั้งในรอบหลายปี เขาเดินไปถ่อเรือกับจีนกับซินดี้ จุดรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่หายไปแต่คืนแม่ตาย ในเสียงหัวเราะมีน้ำเสียงเศร้าที่คล้ายจะกลืนหาย กลับเป็นพลังบางอย่างให้เขาเผชิญข้างหน้าด้วยใจมั่นคง
คืนนั้น ขณะจ้องดูจันทร์เต็ม เขากระซิบกับเงาตัวเอง “พรุ่งนี้ฉันจะกล้าใช้ชีวิต”
ผิวน้ำบึงสะท้อนรอยแผลนั้นอย่างสงบ เหมือนไร้บาดแผลตั้งแต่แรก ราววิญญาณที่ได้รับการปลดปล่อย—ทั้งแม่, ทั้งตัวเขาเอง