ชมรม(ลับ)รับจ้างสุดป่วน
เช้าวันใหม่ที่โรงเรียนศราวุฒิวิทยา ทันทีที่เสียงกริ่งดัง เด็กชายคนหนึ่งวิ่งตะโกนลากกระเป๋าเป้เข้าสู่โรงอาหาร ‘เต้’ เด็กชายหน้าใสทรงผมแหวกข้าง ผู้เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าตัวเองเกิดมาเพื่อสร้างตำนาน ไม่ว่าใครจะไม่เชื่อ เขาเชื่อเสมอ ตัวเต้ยืนบนโต๊ะอาหาร พยายามตะโกนประกาศไอเดียกับเพื่อนๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฟังนะ! โรงเรียนเราขาดความสามัคคี! เราต้องการชมรมที่รวมพลังบวก! ชมรมรับจ้างทำอะไรก็ได้! ใครมีปัญหาอะไรก็มาหาเรา!” เต้พูดพลางยิ้ม กวาดตามอง ไม่มีใครสนใจ นอกจาก ‘ปั้น’ เพื่อนสนิทที่มัวแต่จดอะไรในสมุด กับ ‘บัว’ เด็กหญิงขรึมที่มักสวนคำพูดเต้ตลอด และ ‘ต้น’ เด็กเงียบติดมือถือ
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ เต้รู้สึกว่างานนี้ต้องใช้พลังใจ “เอ้า! ไฟล์ประวัติส่วนตัว! เอามา! ใครกล้าเข้าชมรมกับเราบ้าง!” ไม่มีใครยกมือ ทุกสายตาเห็นเป็นเรื่องตลก ปั้นพึมพำเบา ๆ “เต้ เอาจริงใช่มั้ย ชมรมนี้จะทำอะไรบ้าง? ตั้งแต่แจกโบรชัวร์หน้าโรงเรียนยันจับแมวขึ้นต้นไม้เรอะ…”
เต้กอดอกเชิดหน้า “มองบวกไว้! ทุกปัญหาคือโอกาส! เดี๋ยวชมรมเราจะดังเป็นพลุแตกในไม่ช้า!” บัวขมวดคิ้ว เบื่อแต่แอบขำในใจ “ฉันเข้าใจนะ ว่าชีวิตเต้ยิ่งวาดยิ่งหลุดแผน…”
เสียงครูฝ่ายกิจกรรมเดินผ่านมา เห็นเต้บนโต๊ะ “เต้ลงมาด้วยครับ โรงอาหารไม่ใช่ห้องประชุม!” เต้ยิ้มส่งสายตาเชิญชวนให้ครูเข้าใจ ไม่สำเร็จ ถูกลากลงมาต่อหน้าทุกคน
วันต่อมา กลุ่มเต้ 4 คนมารวมตัวหลังโรงเรียน เริ่มประชุมลับ เต้แจกสมุดจดชื่อชมรม ชื่อ: ‘ชมรม(ลับ)รับจ้างสุดป่วน’ โดยมีสมาชิกแค่ 4 คน เต้วางแผน “ก่อนอื่น ต้องมีภารกิจอะไรก็รับทั้งนั้น! ช่วยเพื่อน หารายได้ ดังกระฉ่อนแบบชมรมในตำนาน!” ปั้นถอนใจ เคยไหลไปตามเต้ตลอดแต่ไม่เคยมั่นใจ บัวไม่พูดอะไร แค่จ้อง แล้วพึมพำ “ชมรมทาส…” ต้นไม่เงยหน้าจากมือถือ
ภารกิจแรกมาถึงเร็วเกินคาด เด็กชายม.1 วิ่งมาหาแบบหายใจติดขัด “ช่วยผมหาแมวหน่อย! แมวหายไปใต้ถุนโรงเรียน!” เต้ตอบรับอย่างมั่นใจ “ภารกิจแรกของเรา! ทุกคน ลงมือ!”
ตันเริ่มสำรวจใต้ถุน คนอื่นช่วยกันร้องเรียกแมว แต่บัวบอกว่าเงียบ ๆ แมวจะกลัว เต้ไม่ฟัง ตะโกนชื่อแมวเสียงดัง สุดท้ายแมววิ่งกระเจิดกระเจิงไปอีกทาง ต้นหยิบขนมล่อแมวแต่ดันโดนมดเขี้ยว ต้นโดดผงะล้มหลัง ส่วนปั้นดันหัวไปชนเสาของใต้ถุนเพราะมัวแต่มองสมุดจด โกลาหลจบด้วยการที่แมววิ่งเข้ามาซบกับบัวเพราะบัวนั่งนิ่งอยู่คนเดียว
เจ้าของแมวตื่นเต้นขอบคุณทุกคน แต่จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ครูบอกให้ผมฝากถามว่าทำไมพี่ๆไปปีนโต๊ะเรียนมั่วซั่วเมื่อวาน…” เต้มองหน้าเพื่อน พยักหน้า “งานทุกงานคือโอกาส!”
ข่าวลือชมรมใหม่เริ่มแพร่ไปทั่ว ทุกคนมองว่านี่คือชมรมประหลาด วันต่อมาเด็กหญิงอีกคนเดินมาหา “พี่ๆช่วยลบกระดานห้องวิทยาศาสตร์ให้หน่อย ครูบอกใครลบได้หมดนี่ จะกินข้าวกลางวันฟรี!” เต้มั่นใจสะบัด ปั้นไปตาม บัวหรี่ตามองปลายกระดาน เต้ใช้แขนอันแข็งขันลบฟึบเดียว กลายเป็นฝุ่นลอยคลุ้ง ห้องทั้งห้องฟุ้งเหมือนมีหมอก คนนั่งมองงง ครูเวรผ่านมาเห็นต้องรุมช่วย ทำความสะอาดกันชุลมุนจนเสร็จเต้ถูกดุแทนเป็นรางวัล
ผ่านไปแต่ละวัน งานแปลก ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ กลุ่มเต้เริ่มรับงานตั้งแต่หาคีมหนีบกระดาษ ช่วยทำโมเดลโครงงาน ไปจนถึงสวดขอพรต้นไม้โรงเรียน บางงานไม่มีตรรกะ ปั้นสงสัยทุกครั้ง “นี่เราทำอะไรกันแน่?”
เหตุการณ์สนุกเข้าโหมดวุ่นหนักขึ้น เมื่อรุ่นพี่ปีสุดท้ายเดินหน้าขรึมมาขอให้ชมรมเต้ช่วยตามล่า ‘ลายเซ็นต์ครูใหญ่’ เพื่อเอาไปใช้ส่งกิจกรรม นักเรียนโรงเรียนนี้รู้ดีว่าครูใหญ่เป็นคนลึกลับ ปรางค์เสียงเบาลงทันที “เราจะโดนคดีข้อหาบุกห้องครูมั้ยเนี่ย”
เต้ฮึบ เสนอแผน “แค่หยิบลายเซ็นต์เอง! เราจะแยกทีม เต้กับต้นไปห้องพักครู ส่วนบัวกับปั้นไปขออนุญาต์ครูพละเบี่ยงเบนความสนใจ” ต้นส่ายหน้าแต่ไป ปั้นเตรียมพูดขออนุญาตแต่ลืมซ้อมประโยค กระอักกระอ่วนกลายเป็นขอเข้าห้องน้ำเฉย ๆ ส่วนบัวแค่ยืนจ้องด้วยความนิ่ง ครูพละงง ปล่อยเด็กเงียบทั้งสองลอยออกไปอย่างไม่เข้าใจ
ฝั่งเต้กับต้นแอบเดินไปหน้าห้องครูใหญ่ เต้เก็บอาการตื่นเต้นแต่ต้นสะกิด “กล้องตรงนั้นเห็นนะ” เต้เริ่มลังเลแต่กลับพูดเสียงดังจนคนทั้งห้องได้ยิน ครูใหญ่เดินออกมายิ้ม เต้รีบแต่งเรื่องให้ออกเป็นการขอลายเซ็นต์ช่วยงาน กลายเป็นเข้าใจผิดว่าทั้งกลุ่มจะบริจาคเงินครูใหญ่ยิ้มยินดีจับไม้จับมือมือ เต้เหวอแต่เริ่มแก้สถานการณ์ด้วยการปั้นคำพูด พลาดพูดว่าใจจริงอยากเป็นคนใหญ่คนโตเหมือนครูใหญ่”
ข่าวฉาว ‘ชมรม(ลับ)มีแผนบริจาคเงินให้โรงเรียน’ กระจายทั่วทันที ทั้งที่กลุ่มเต้ไม่เคยพูดเรื่องเงินเดียว บัวแค่มองเต้รู้สึกปลง ต้นกล่าวกับทุกคนเบา ๆ “ทุกอย่างที่เราทำมันบาน…บานเร็วมาก” ปั้นถอนหายใจรับกรรม ปรากฏว่ามีทั้งเพื่อนนักเรียนมาขอให้ช่วยรับภารกิจ และครูบางคนเข้ามาสอบถามว่า ‘เอาเงินจากไหน’ เป็นเรื่องวุ่นใหญ่ประจำโรงเรียนในสัปดาห์นั้น
ด้วยความเข้าใจผิดนี้ ทุกฝ่ายเริ่มคาดหวังยอดเงินบริจาคหลักหมื่น เต้เริ่มเครียดแต่ไม่ยอมรับ บัวเสนอตรง ๆ “บอกความจริงไม่ได้เหรอ” แต่เต้ไม่กล้า ปั้นพยายามช่วยคิดแผนแต่พลอยกังวล ส่วนต้นเฉย ๆ นั่งเล่นมือถืออ่านข่าวชมรม ยังแซว “เราดังแล้ว เต้ คนชอบความวุ่นวาย”
ปัญหาบานปลายสุดขีด โรงเรียนจัดพิธีเปิดตัวชมรม(ลับ)และเงินบริจาค เต้กับเพื่อนเครียดหนัก แต่ไปต่อแล้วหยุดไม่ได้ พ่อแม่มาร่วมงานทั้งที่ไม่เข้าใจอะไร เต้พยายามจะบอกความจริงบนเวที แต่โดนเพื่อนโรงเรียนเชียร์ ต่อด้วยครูใหญ่เชิญมอบรางวัล ‘ชมรมจิตอาสาดีเด่น’ เต้ลังเลใจ น้ำตาแทบไหลเพราะความกดดัน
กลางงานต้นก็พูดขึ้นว่า “ตอนนี้มีแค่ 20 บาทในกระปุก เอาไงต่อดี” ทุกคนอึ้งแล้วเงียบชั่วครู่ บัวพูดเบา ๆ “พูดความจริงมั้ย? หรือจะไปขายขนมโตเกียวระดมทุน”
จังหวะสำคัญ เต้เดินขึ้นเวที ลังเล พูดออกมาแบบติดขัดแต่จริงใจ “ผม…เอ่อ…ขอโทษครับ การเข้าใจผิดทั้งหมดเพราะพวกผมสื่อสารผิดเอง พวกเราอยากช่วยทุกคน แต่เราไม่ได้จะบริจาคเงิน หรือเป็นฮีโร่ครับ” ห้องเงียบกริบก่อนมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ตามด้วยครูใหญ่เดินมาหยอก “ถ้างั้นขอ 20 บาทนั่นไปซื้อขนมโตเกียวพรุ่งนี้ได้มั้ย”
บรรยากาศคลายความเครียด ทุกคนยิ้ม เต้หน้าแดงแต่โล่ง ปั้น บัว ต้น หัวเราะกับปัญหาที่ก่อไว้ เพื่อนโรงเรียนต่างสวมกอดแซวกันใหญ่ ชมรมกลายเป็นที่รักของโรงเรียนโดยไม่ต้องพยายามมาก และในที่สุด ชมรมรับจ้างสุดป่วนเปลี่ยนภารกิจใหม่ “คราวหน้าทำอะไร ช่วยอ่านโจทย์ให้เข้าใจก่อนนะ” ทุกคนพยักหน้าแบบกลั้นขำ พร้อมเริ่มต้นภารกิจใหม่แบบไม่ซีเรียส แต่โกลาหลกว่าเดิม
เสียงประตูห้องชมรมเปิดออก เพื่อน ๆ คนใหม่แวะเวียนเข้ามาเตรียมลุยงานวุ่น ๆ กันอีกครั้งอย่างอบอุ่นและป่วนฮาไปพร้อม ๆ กัน