ชมรม(ไม่)ลับแลกเปลี่ยนความซวย
สายลมร้อนแรกของเทอมเปิดเทอมปลิวว่อนพาเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วปะปนบ่นประจำห้องม.4/2 กันต์ หนุ่มน้อยมั่นใจกล้าเชื่อว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ มานั่งพิงกระดานบันทึกโต๊ะท้ายห้อง เพื่อนบางคนแซวกัน บางคนส่งสายตาว่างเหมือนสมองลอยล่องขึ้นไปสู่วันหยุดในฝัน ลิ้ม เพื่อนร่างบางริมหน้าต่างหยิบชีทซ้อมข้อสอบมี่รอยดินสอเขี่ยเล่น ก่อนปริศนาแรกจะทะลุดังมาก่อนใคร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กันต์! สองเท้าเดินซุ่มซ่ามไปไหน เดี๋ยวสายนะแก” ลิ้มไม่เงยหน้าแต่รู้สึกได้ว่ากันต์กำลังจะซวยตั้งแต่เปิดเทอม
กันต์เอี้ยวคออย่างไม่ยี่หระ “มีแต่คนทักซวยๆ ต่อให้ซวยยังไง ฉันเชื่อว่าวันนี้ต้องมีเซอร์ไพรส์!”
เสียงหัวเราะกรุบหนึ่งดังที่ถังขยะหน้าประตู “เซอร์ไพรส์เหรอ ไม่แน่แกอาจจะได้ซวยแบบพรีเมี่ยม” ป๋อม เพื่อนผู้ดูจริงจังแต่สายตาขี้กลัวเดินเข้ามา มือถือของเขาโชว์นาฬิกาเข็มกลัดหลุดตอนโบกมือไปมา
ทันใดนั้น สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น: โรงเรียนมีเสียงกริ่งเรียกประชุมด่วน ทุกคนจะต้องไปโรงอาหารพร้อมกัน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รอยยิ้มของกันต์ผสมความกลัวในแววตา “หรือว่าที่ฉันพูดจะกลายเป็นจริง?”
โรงอาหารแน่นขนัด เสียงปัดจาน เสียงครูพูดผ่านไมค์แว่ว ๆ ผ่านเสียงโวยวาย ครูปานตาแว่นคม เดินมาหากลุ่มกันต์ “นักเรียน ตรงนี้! มีใครกล้าที่จะช่วยงานโรงเรียนไหมพวกเราต้องการอาสาสมัครงานสำคัญ”
ลิ้มเบ้หน้า “งานดีนี่ ช่างเหมาะกับคนบ้าพลังแถว ๆ นี้” กันต์เลยถูกตบบ่าแบบไม่ถามก่อนเพราะมั่นใจนัก
กันต์ตอบเร็ว “ผม! ผมอยากลองครับ” เสียงข้าง ๆ กระซิบตัดทันที “คิดดีแล้วเหรอแก อาจจะเป็นกับดักใหญ่ซะเปล่า” ป๋อมทำหน้าหวาด ๆ
ไม่ถึงสิบนาที กันต์กับเพื่อนอีกสามคนจึงเริ่ม ‘ชมรมลับแลกเปลี่ยนความซวย’ โดยไม่ได้ตั้งใจ ประกอบด้วย กันต์ ผู้นำมั่นใจแต่ดวงพัง ลิ้ม สายคิดมากอยากให้รอด ป๋อม ขี้กลัวที่ทำอะไรผิดจังหวะตลอด และ เอิร์ธ เด็กใหม่จอมเงียบแต่เจ้าความคิดประหลาด
ครูปานเชิดหนังสือแฟ้มขึ้น “อันที่จริง โรงเรียนเราต้องการให้ชมรมใหม่ช่วยหาแผนงานประหยัดน้ำช่วงแล้ง ให้คิดเองเตรียมนำเสนอสาธารณะ แปลกใหม่ได้ทุกอย่าง แต่ต้องปลอดภัยพอ”
เอิร์ธยกมือแบบไม่มองหน้าเพื่อน “ถ้ามีแผนแล้วฉันจะได้ไม่ต้องคุยเยอะ ขอปิดจ๊อบให้ไว” ลิ้มสวน “ยังไม่เริ่มก็อยากปิดจ๊อบละ…หวังสูงดีนะเพื่อน”
กันต์หัวเราะกว้าง คำพูดมั่นใจไม่เปลี่ยน “เรื่องนี้ ไว้ใจฉัน! สไตล์กันต์ ๆ ต้องได้ชัวร์ เดี๋ยวคิดเอง” ความเงียบปะปนเสียงแอบถอนหายใจทั่ววง
เย็นวันนั้น ชมรมซวยก็ประชุมสายฟ้าแลบในห้องสมุด เอิร์ธกับลิ้มกำลังเถียงระหว่าง “เอาถังใส่ใต้ถุน” กับ “สร้างบ่อรับน้ำฝนข้างห้องน้ำ” ป๋อมจดอะไรมั่ว ๆ อยู่ในสมุด พร้อมตั้งสเตตัสในกลุ่มไลน์ว่า “ชีวิตซับซ้อนเหมือนสมุดยับ”
“ลิ้ม แกจะสร้างบ่อในเขตสนามฟุตบอล เดี๋ยวน้ำไหลมายังห้องพยาบาลอีกมั้ย?” ป๋อมถามอย่างคิดมาก
“แกจะกลัวอะไรกับน้ำในสนามฟุต มันไหลเข้าพยาบาลก็แค่เพิ่มงานให้พยาบาล…” เอิร์ธโพล่งออกมาเป็นเส้นตรง
กันต์เริ่มจับปากกาวาดแผน “ฟังนะ ฉันมีทางออกสุดจี๊ด เราใช้โอ่งมังกรวางทุกจุดที่รางน้ำไหล แล้วทำป้ายเตือน ‘น้ำโชคดี’ ถ้าหมดก็เติมน้ำใหม่เข้าไป!”
ป๋อมตากระพริบ “สรุปเรากำลังทำบ่อโชคดีหรือประหยัดน้ำกันแน่?”
“มันก็ประหยัดไง…แบบมีสไตล์ ไง” กันต์ยังขายฝัน
แผนการจึงเริ่มขึ้น ทุกคนต่างเหนื่อยกับการรวบรวมโอ่ง ใครที่ยืมโอ่งบ้านเพื่อนมาแล้วลืมนัด ก็ต้องพายเรือ (จริง ๆ คือเข็นรถเข็นโยกโอ่ง) ท่ามกลางสายตางงของเพื่อน ๆ ในโรงเรียน
ต่อมาอุปสรรคเล็ก ๆ ก็ลุกลาม กลุ่มป๋อมสังเกตเห็นว่ามีคนเข้าใจผิดว่า ‘น้ำโชคดี’ เป็นน้ำมนต์พิเศษ โอ่งแรกที่วางหน้าตึกกลายเป็นจุดเสี่ยงแทงหวยครู มีเด็กชายเล็กมาอธิษฐานขอให้สอบผ่าน หรือลุ้นให้ทีมบอลโรงเรียนชนะ
ลิ้มเดินเข้ามา “กันต์ นี่แผนประหยัดน้ำหรือเปิดธุรกิจใหม่?”
กันต์ขำกลบเกลื่อน “อย่างน้อยก็ดึงคนมาใช้น้ำเท่าที่จำเป็นไหม?”
“แต่แก…วันนี้โอ่งมันหายไปสองใบ ครูฝ่ายตึกย่องมาเอากลับบ้านเอง เพราะเข้าใจว่าเราแจกฟรี!” ป๋อมฟ้องอย่างขี้เกียจพูดซ้ำ
เด็กในชมรมเริ่มรู้สึกว่าความสนุกกลายเป็นซวย ตอนเย็นวันต่อมา เอิร์ธเสนอ “เราสร้างแผนสอง ใส่ป้ายภาษาอังกฤษไปเลย ‘LUCKY WATER – UNDRINKABLE’ คนอ่านไม่ออกก็ต้องปรึกษาเรา”
กันต์เห็นด้วยเพราะดูเหมือนเท่ ปรากฏว่า แผนถัดไปนำไปสู่ความพังยิ่งกว่า: ป้ายสัญลักษณ์กลายเป็นจุดรวมสายตาครูภาษาอังกฤษ ที่ดันอ่านออกแต่ตีความผิด ว่าทีมชมรมต้องการเปิดกิจกรรมการประกวดเขียนนิทานภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์
อีกวันเดียวกัน ครูฝ่ายกิจกรรมประกาศผ่านเสียงตามสาย “วันศุกร์นี้ ชมรม ‘แลกเปลี่ยนความซวย’ ได้รับเชิญเป็นทีมหลักของงานประกวดนิทานภาษาอังกฤษ!” ทั้งห้องเรียนแข็งแรงกว่าเดิม เพราะไม่มีใครในชมรมคิดเป็นภาษาอังกฤษติดกันเกินห้านาที ลิ้มหยิบชีทภาษาอังกฤษตัวเองโยนทิ้ง ท่ามกลางเสียงขำของกันต์
เมื่อทุกอย่างเริ่มบานปลายพีค ชมรมต้องซ้อมนิทาน “The Mysterious Lucky Water” กันต์เป็นนักเล่านิทาน ลิ้มต้องแต่งร่ายยาวเอาใจครู ป๋อมขอลางานเพราะ “หนูเป็นคนขี้เขิน” เอิร์ธเงียบแต่ตั้งหน้าท่องคำศัพท์ด้วยสำเนียงแปลก ๆ
วันจริง สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิด ทีมชมรมเล่นนิทานสดบนเวที แต่กลับเนื้อเรื่องเป็น ‘โอ่งวิเศษที่สร้างซวยต่อเนื่อง’ กันต์ประดิษฐ์ภาษาอังกฤษมั่ว ๆ ลิ้มแปลประโยคไม่ตรงความหมาย ป๋อมตกใจเล่าเรื่องถึง “water of luck but also bad luck” ครูทุกคนฟังไปงงไป นักเรียนเงียบกริบอยู่สามวินาทีก่อนจะขำจนเสียงดังทั้งหอประชุม
หลังลงจากเวที ลิ้มถอนใจ “ซวยมั้ยล่ะ บอกละว่าแผนง่าย ๆ สุดท้ายเละเหมือนกัน” ป๋อมยิ้มเขิน “แต่แก…อย่างน้อยทุกคนก็หัวเราะนะ ดูคึกคักเลย”
กันต์นิ่งคิดสักพัก “บางที แผนที่ดูพัง ๆ ของพวกเราอาจจะทำให้ใครบางคนรู้สึกวันธรรมดาสนุกก็ได้”
เอิร์ธเติม “ปีหน้าใครจะหาโชคดีจากโอ่ง แต่อย่าลืมเอาน้ำไปเติมบ้างล่ะ เดี๋ยวซวยของจริง!”
ตัดภาพสุดท้าย: ชมรมลับฯ ชะโงกหน้ามองโอ่งเปล่าที่ตึกเรียน เติมน้ำยิ้มกว้าง พูดพร้อมกัน “ถึงจะซวยบ้าง แต่ก็ซวยแบบมีเพื่อน!”
เสียงกริ่งดังอีกครั้ง พร้อมเสียงครูวิ่งตามมา “พวกเธอ! ใครเป็นคนเอาโอ่งโรงเรียนไปเขียนคำแปลก ๆ แบบนั้น อย่าเพิ่งกลับบ้านนะ เดี๋ยวคุยกัน!” เพื่อน ๆ แต่ละคนหัวเราะแสบหน้า ตบไหล่กันและกันเดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้ม ซวยระดับนี้ก็ยังดีกว่าซวยคนเดียว