เงาแปลกในหอ 9
ฝนตกหนักในคืนเปิดเทอมใหม่ อาคารหอพัก 9 ของมหาวิทยาลัยถูกเม็ดฝนซัดจนเสียงดังเหมือนตะโกน รัตน์ นักศึกษาปีสองเพิ่งย้ายเข้ามาพร้อมกระเป๋าสะพายขาด ๆ เขาเดินฝ่าฝนเข้ามาในอาคาร ชายหนุ่มมองบันไดไม้เก่าที่ชื้นน้ำแล้วถอนหายใจ รู้ดีว่าตัวเองหนีอะไรไม่ได้อีกแล้ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงคนลากกระเป๋าอีกสองสามคนแว่วมา รัตน์หันไปมอง เห็นปราง นักศึกษาหญิงหน้าตาบึ้งตึงกับวี ผู้หญิงเงียบขรึมที่ไม่สบตาใคร ทั้งสามเลือกอยู่ห้องติดกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ฝนตกแบบนี้…นอนไม่หลับแน่” ปรางบ่นเสียงเบา รัตน์หัวเราะแห้ง ๆ ไม่กล้าตอบ วีแค่ยักไหล่แล้วเดินเข้าห้องตัวเองพร้อมเสียงปิดประตูดังปัง
เวลาเกือบเที่ยงคืน รัตน์นอนพลิกตัวไปมา เสียงฝนยังคงสาดใส่หน้าต่าง เขาเหลือบมองเพดาน เห็นเงาดำโยกไหวตามกิ่งไม้ด้านนอก รัตน์หลับตาแน่น พยายามคิดถึงบ้าน อยากหนีกลับบ้านแต่ไม่มีที่ไป
กลางดึก เขาตื่นเพราะเสียงกระซิบเบา ๆ แว่วจากทางเดินหน้าห้อง “อย่าออกไป…” รัตน์ขยับตัวอย่างหวาดระแวง พยายามฟัง แต่เสียงหายไป เหลือเพียงความเงียบและเสียงฝนกระทบหลังคา
เช้าวันรุ่งขึ้น ปรางเดินมาหาเขาที่หน้าห้อง “เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ไหม?” ปรางถาม รัตน์อึกอัก “แค่เสียงฝนมั้ง” แต่ในใจเขารู้ว่าได้ยินอะไรที่มากกว่านั้น
วีเดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่พูดอะไร สายตาเย็นชาของวีทำให้รัตน์รู้สึกเหมือนโดนกดดัน ปรางกระซิบ “วีไม่ค่อยสุงสิงกับใครเลย เหมือนกลัวอะไรอยู่ตลอด”
เมื่อถึงเวลาเรียน รัตน์พบว่าตัวเองเหม่อลอยตลอดเวลา สมาธิหลุดง่าย ๆ เพราะคืนก่อน รู้สึกเหมือนเงา ๆ จากเพดานในห้องยังตามเขามาถึงห้องเรียน ตกเย็นเขากลับหอพักเร็วกว่าปกติ หวังจะพักผ่อน
ระหว่างกำลังจะเข้าห้อง รัตน์เห็นวีเดินวนอยู่ตรงทางเดินชั้น 3 คนเดียว ในมือมีเทียนเล่มเล็ก ๆ รัตน์ลังเล เดินเข้าไปใกล้ “ทำอะไรอยู่เหรอวี” วีชะงัก หันหน้ามาแบบหวาดระแวง “อย่าไปยุ่งกับของที่ไม่ใช่ของตัวเอง” วีพูดจบก็รีบเดินกลับเข้าห้อง ปล่อยรัตน์ยืนงง
กลางดึกวันนั้น เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ชัดเจนกว่าเดิม “อย่าทำอย่างนั้น…จะไม่รอด” รัตน์ลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบห้อง เห็นเงาดำไหวอยู่ตรงประตูห้องน้ำ เขารวบรวมความกล้าเดินไปเปิดประตู แต่พบเพียงความว่างเปล่า
วันต่อมา ปรางเล่าให้รัตน์ฟังว่า เธอฝันเห็นผู้หญิงชุดขาวเดินวนอยู่ในหอพัก “แต่ฉันไม่อยากเชื่อว่าผีมีอยู่จริง” ปรางพูดเสียงสั่น รัตน์ฟังแล้วรู้สึกใจหาย วีไม่พูดอะไร แต่สีหน้าวีดูซีดเซียวผิดปกติ
เหตุการณ์แปลก ๆ เริ่มเกิดบ่อยขึ้น ไฟในห้องเปิดปิดเอง ของในห้องขยับที่ เงา ๆ บนผนังเหมือนมีชีวิต รัตน์กับปรางเริ่มหวาดวิตก ทั้งสองเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับหอพักนี้ในอินเทอร์เน็ต
พวกเขาพบโพสต์เก่า ๆ เล่าเรื่องคนหายไปในหอ 9 เมื่อห้าปีก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงข่าวลือเรื่องพิธีกรรมลับที่เคยเกิดขึ้นในหอพัก
กลางคืนหนึ่ง รัตน์ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินวนอยู่หน้าห้อง เขาแง้มประตูออกดู เห็นวีเดินผ่านไป วีเหมือนกำลังพูดกับใครบางคนที่ไม่มีตัวตน “หนูขอโทษ…อย่าตามหนูมาเลย” น้ำเสียงวีฟังแล้วหดหู่
เช้าวันถัดมา วีไม่ไปเรียน รัตน์กับปรางจึงไปเคาะประตูห้องวี ไม่มีเสียงตอบรับ ทั้งสองเปิดประตูเข้าไป พบวีขดตัวอยู่มุมห้อง วีพูดเสียงเบา “พวกเขาอยู่ที่นี่…เขาไม่ยอมไปไหน”
วีเริ่มเล่าให้ฟังถึงอดีต วีเคยเป็นนักเรียนที่อยู่ในหอ 9 มาก่อน แต่พ่อแม่บังคับให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นหลังเกิดเหตุเพื่อนหายไป ทว่าเพราะความรู้สึกผิด วีจึงกลับมาอีกครั้ง วีเชื่อว่าตนเองมีส่วนในพิธีกรรมลับคืนนั้น แม้ไม่เจตนา
เมื่อพวกเขาเริ่มเข้าใจว่าหอพักนี้อาจมีบางอย่างอยู่จริง รัตน์กับปรางจึงตัดสินใจช่วยวีค้นหาความจริง ทั้งสามแอบเดินตรวจสอบบริเวณห้องเก่า ๆ ที่ปิดตายไว้ตั้งแต่คืนนั้น
ในห้องที่ถูกปิด พวกเขาพบผนังเต็มไปด้วยอักษรขีดเขียนคล้ายข้อความขอความช่วยเหลือ และมีรอยเทียนหยดบนพื้น มุมห้องมีกล่องไม้เก่า ๆ วีลังเลก่อนจะเปิดกล่องนั้น ด้านในมีเทียน ขี้ผึ้ง และรูปถ่ายผู้หญิงคนหนึ่ง
รัตน์หยิบรูปขึ้นมาดู พบว่าเป็นรูปของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายวีมากเมื่อยังเด็ก ปรางชี้ให้ดูที่มุมรูป มีลายมือเขียนว่า “อย่าลืมสัญญา”
ขณะสำรวจอยู่นั้น เสียงกระซิบดังรอบห้อง “อย่าทิ้งเรา…กลับมา…” เงาดำทอดยาวเต็มกำแพง รัตน์กับปรางยืนเกร็ง ไม่กล้าขยับ วีทรุดตัวลงนั่ง น้ำตาไหลพราก “หนูขอโทษ หนูไม่ตั้งใจ”
เหตุการณ์เริ่มบานปลาย เมื่อความจริงค่อย ๆ เปิดเผยว่าวีเคยร่วมในพิธีกรรมผูกวิญญาณกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง หวังให้ใครบางคนอยู่กับพวกเธอตลอดไป แต่คืนนั้นเพื่อนคนหนึ่งกลับหายไปหลังพิธีกรรม วีปิดบังเรื่องนี้มาตลอด
ปรางเริ่มระแวงว่าวีอาจถูกผีเข้าสิง แต่รัตน์คิดว่าวีแค่รู้สึกผิด วีสารภาพทั้งน้ำตาว่าเธอพยายามช่วยเพื่อนแต่ทุกอย่างสายเกินไป วิญญาณที่ถูกผูกไว้ไม่ยอมไปไหน
คืนถัดมา เงาดำปรากฏรอบห้อง เดินวนอย่างไร้เสียง เสียงกระซิบดังขึ้น “สัญญาต้องรักษา อย่าลืมเรา” รัตน์ทนไม่ไหว ลุกขึ้นคว้ากล่องไม้จะเอาไปคืนที่เดิม แต่กล่องหนักผิดปกติ ฝาเปิดออกเอง รูปถ่ายหลุดร่วงลงพื้น
วีปล่อยโฮ “หยุดเถอะ ขอร้อง!” เงาดำรวมตัวกันเป็นร่างเลือนรางของหญิงสาวผมยาว เธอมองมาด้วยสายตาตัดพ้อ เงาสะท้อนในกระจกเผยภาพกลุ่มเด็กหญิงยืนล้อมกัน ทำท่าทางคล้ายประกอบพิธีบางอย่าง ทุกคนมีสีหน้าหวาดกลัว
ปรางพูดเสียงสั่น “เราต้องแก้พิธี…หรือเอาอะไรไปคืน” วีส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ไม่รู้…แต่หนูไม่อยากหนีอีกแล้ว”
ทั้งสามตัดสินใจนำกล่องไม้และของทุกอย่างที่พบไปวางไว้ที่เดิมในห้องปิดตาย เปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงเข้ามา วีพูดขอโทษออกมาดัง ๆ
ทันใดนั้น เสียงกระซิบเงียบลง เงาดำสลายไปราวกับละลายกับแสง รัตน์หายใจแรง ซบกำแพงด้วยความอ่อนล้า
รุ่งเช้า ฟ้าสว่าง รัตน์ตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกว่างเปล่า เหมือนมีบางอย่างจบลงแต่ไม่หมดไป ปรางยืนที่หน้าต่าง เธอพูดเบา ๆ ว่า “เราไม่มีวันลืมเรื่องนี้… ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” วีเดินออกมาจากห้องปิดตายอย่างเงียบ ๆ สายตายังเต็มไปด้วยความเศร้า
เวลาผ่านไป หอพัก 9 ยังคงเงียบสงัด ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์คืนนั้นอีก แต่ทุกค่ำคืนเมื่อฝนตกหนัก เงาแปลก ๆ บนเพดานและเสียงกระซิบยังคงวนเวียนไม่จางหาย