เงาในหอ 336
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางลากดังเอี๊ยดไปตามพื้นกระเบื้องลายเก่าในโถงหอพักหญิงใจกลางกรุงเทพฯ ใต้แสงไฟสีส้มหม่น นิศา นักศึกษาปีสามใบหน้าซีดขาวหยุดยืนหอบอยู่หน้าประตูไม้เก่า เลข 336 สลักบนป้ายทองเก่า ๆ สะท้อนแสงริบหรี่ เธอมองมือที่สั่นเล็กน้อยขณะสอดกุญแจเข้าไปในรูกุญแจ บรรยากาศในโถงว่างเปล่าดังเย็นเยียบ ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงหัวใจเธอเต้นตุบ ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อผลักประตูเข้าไป กลิ่นอับโชยออกมาปะทะจมูก ห้องเล็กแคบและฝุ่นจับตามขอบหน้าต่าง ผ้าม่านสีเทาปลิวไหวตามลมเย็นจากช่องหน้าต่าง เธอเพียงถอนหายใจเบา ๆ “อย่างน้อยก็มีที่อยู่…” นิศาพึมพำ เธอเริ่มขนของเข้าไปจัดเรียงในห้องโดยไม่ทันสังเกตเงาดำเคลื่อนไหวแว็บหนึ่งข้างประตู
นิศาล้มตัวลงบนเตียงเก่า ๆ ในคืนแรก เสียงหัวใจยังไม่ยอมสงบ เธอมองเพดานว่างเปล่าที่มีรอยแตกลายงา ก่อนที่เสียง ‘ก็อก…ก็อก…ก็อก’ จะดังเบา ๆ จากกำแพงด้านข้าง เงียบไปหนึ่งช่วง แล้วดังขึ้นอีก ‘ก็อก…ก็อก…’ เธอขยับตัวนั่งหลังชัน พยายามมองหาที่มาของเสียงแต่พบเพียงความว่างเปล่าในห้องเล็ก เธอหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ กลบเสียงประหลาดด้วยเพลงเบา ๆ
เช้าวันต่อมา นิศาเดินสวนกับหญิงสาวผิวขาวซีดคนหนึ่งที่โถงทางเดิน หญิงคนนั้นหันมามองจ้องตานิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนเดินผ่านไป “คนนั้นอยู่ห้องอะไรนะ…” นิศาพึมพำ แล้วสะดุ้งเมื่อหญิงสาวอีกคนชื่อฟ้าเดินเข้ามาทัก “เพิ่งย้ายมาเหรอ ห้อง 336 ใช่มั้ย ระวังนะ ห้องนั้นแปลก ๆ” ฟ้ากระซิบเสียงเบา พลางเหลือบตาไปยังประตูห้องนิศา
นิศาพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน “แปลกยังไง? หมายถึง…ผีเหรอ?”
ฟ้าเบือนหน้าหนี “เปล่าหรอก แค่…มันเงียบเกินไปน่ะ กลางคืนเหมือนจะมีเสียงแปลก ๆ”
กลางคืนนั้น นิศาตื่นขึ้นเพราะเสียง ‘ก็อก…ก็อก…ก็อก’ ดังขึ้นอีก คราวนี้ดังจากกำแพงหัวเตียง เธอลุกขึ้นคว้ากระเป๋าไฟฉายส่องดูรอบห้อง ไม่มีอะไรผิดปกติ เพียงแค่เงาของตัวเธอเองทอดยาวบนกำแพง เธอเอื้อมมือแตะผนังเบา ๆ เย็นเฉียบจนขนลุก เธอหันกลับเตรียมจะนอนต่อ แต่อีกแว็บหนึ่งเหมือนเห็นเงาดำคล้ายผู้หญิงยืนอยู่ข้างประตู ก่อนมันจะจางหายไปกับความมืด
เช้าวันรุ่งขึ้น นิศาตื่นขึ้นมาด้วยอาการไม่ค่อยสดใสนัก เธอเดินไปหน้ากระจกในห้องน้ำรวม เห็นใต้ตาคล้ำจาง ๆ หญิงสาวอีกคนที่ชื่อรุ้งยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรมั้ย?”
นิศาส่ายหน้า “ก็…มีเสียงเคาะกำแพงนิดหน่อย แกอยู่ห้องติดกันเหรอ?”
รุ้งตอบเสียงแผ่ว “ใช่…ขอโทษนะ คือ…ฉันนอนไม่ค่อยหลับ เลยเดินไปเดินมา อาจเผลอทำเสียงดัง”
นิศายิ้มจาง ๆ “ไม่เป็นไรหรอก ฉันเองก็หลับไม่ค่อยสนิท”
เวลาผ่านไป ในแต่ละคืนเสียงเคาะยังคงดังมาเป็นระยะ แต่ดูเหมือนจะย้ายตำแหน่งไปเรื่อย ๆ บางคืนดังจากเพดาน บางคืนจากกำแพงข้างหน้าต่าง บางคืนเหมือนดังมาจากใต้เตียง นิศาพยายามไม่ใส่ใจแต่ในใจเริ่มหวาดระแวงมากขึ้นทุกที
คืนหนึ่ง เธอได้ยินเสียงเหมือนใครซักคนเดินลากเท้าเบา ๆ อยู่ตรงโถงหน้าห้อง เสียงหยุดอยู่หน้าประตูเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเงียบหายไป นิศาเดินไปแนบหูฟังประตู ได้ยินเสียงหายใจแผ่ว ๆ อยู่ข้างนอก แต่เมื่อเปิดออกไปกลับว่างเปล่า
วันต่อมา นิศานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ล็อบบี้หอพัก ฟ้าเข้ามานั่งข้าง ๆ อย่างลังเล “เมื่อคืน…แกได้ยินเสียงคนเดินมั้ย?” ฟ้าถามเสียงเบา
นิศากระซิบตอบ “ได้ยิน แต่มันเหมือนเสียงหายใจด้วย ฟ้ามีอะไรปิดบังฉันรึเปล่า?”
ฟ้านิ่งไป “คือ…ฉันเคยอยู่ห้องนั้นมาก่อน ก่อนจะขอย้ายออก ฉันฝันถึงเงาดำคลานไปตามกำแพงทุกคืน…” เธอเสียงสั่น “แล้วก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้อยู่ใต้เตียง”
นิศามองฟ้าด้วยสายตาหวาดหวั่น “แล้ว…เหตุผลที่ฟ้าย้ายออกจริง ๆ คืออะไร?”
ฟ้าเงียบไปนาน “ฉันกลัวตัวเอง กลัวว่าฉันจะเริ่มเห็นเงานั้นชัดขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนมันจะ…เข้ามาใกล้ตัวฉันทุกคืน”
นิศาเริ่มสังเกตว่าแต่ละคืนที่เธอนอนอยู่ในห้อง 336 เงาดำตรงมุมห้องจะขยับเข้าใกล้มากขึ้น เธอเริ่มฝันเห็นภาพหญิงสาวผมยาวนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ในเงามืด เสียงสะอื้นแผ่วเบาเหมือนอยู่ในห้องเดียวกัน เธอตื่นขึ้นมากลางดึก พบว่าข้างเตียงของตัวเองมีรอยชื้นรูปมือเลอะบนพื้น
วันหนึ่ง ระหว่างที่นิศาถือถุงอาหารขึ้นลิฟต์ เธอเจอหญิงสาวผิวขาวซีดคนเดิมยืนอยู่ด้านใน หญิงคนนั้นไม่พูดอะไรเลยจ้องหน้าเธอเหมือนกำลังพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่มีเสียง นิศารู้สึกหายใจไม่ออก รีบเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิด
คืนนั้น เสียงเคาะหายไป เปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบแผ่ว ๆ ราวกับมีใครกำลังคุยกันอยู่ในความมืด “ออกไป…ออกไป…” นิศาคลุมผ้าห่มแน่น ปิดหูแน่นแต่เสียงยังคงลอดเข้ามา
เธอเริ่มขาดสมาธิในคลาสเรียน มองเห็นเงาดำแวบไปแวบมาตามขอบกระจก แม้กระทั่งในเวลากลางวัน เธอเริ่มสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับห้อง 336 และพบว่ามีผู้หญิงหายตัวไปจากห้องนี้เมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ฟ้าพยายามชวนเธอย้ายออก แต่เธอปฏิเสธ “ฉันไม่มีที่ไป…ฉันต้องอยู่ที่นี่”
ความสัมพันธ์ของนิศากับฟ้าเริ่มตึงเครียดขึ้น ฟ้าเริ่มปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับความหลอนตามลำพัง ในห้อง เงาดำในมุมห้องขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เธอเริ่มได้ยินเสียงสะอื้นและเสียงกระซิบชัดเจนขึ้น “กลับมา…คืนของฉัน…ของฉัน…”
คืนหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมากลางดึก พบว่าประตูห้องเปิดแง้มอยู่ ลมเย็นพัดเข้ามา เสียงหัวเราะเบา ๆ แว่วดังจากในห้องน้ำรวม เธอเดินออกไปช้า ๆ ตามเสียงไปตามโถงทางเดิน มองเห็นเงาดำของผู้หญิงผมยาวนั่งอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ สะท้อนเงาตัวเองในกระจกกำลังจ้องตานิศา
นิศายืนนิ่งอยู่หน้าห้องน้ำ หัวใจเต้นรัว เงาดำในกระจกพูดเสียงเย็น “เธอเอาของฉันไป…เธอมันขโมย…”
นิศาสั่นสะท้าน น้ำตาคลอ “ฉันไม่ได้เอาอะไรของเธอ!”
เงาในกระจกหัวเราะแผ่ว “ของฉัน…ของฉัน…” ก่อนจะเลือนหายไปกับเงามืด
รุ่งเช้า เธอพบกระเป๋าเงินของตัวเองวางอยู่ในอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ ทั้งที่ตอนแรกหาเท่าไรก็ไม่เจอ
นิศาเริ่มสืบหาข้อมูลมากขึ้น เธอถามกับป้าแม่บ้านในหอ “ป้าคะ ห้อง 336 เคยเกิดอะไรขึ้นมั้ยคะ”
แม่บ้านมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ “พูดไม่ได้…เด็กคนนั้น…เขาหายไปแบบไม่มีร่องรอย ของบางอย่างยังอยู่ในห้องนั้น…”
นิศากลับห้อง ค้นหาทั่วห้องจนไปพบบันทึกเก่า ๆ ซุกอยู่ใต้พื้นเตียง มีข้อความลายมือสั่น ๆ “ฉันยังอยู่ที่นี่ คืนของฉัน…”
คืนนั้น เงาดำปรากฏเด่นชัดในมุมห้อง มันเคลื่อนตัวเข้ามาช้า ๆ เสียงร้องไห้สะท้อนก้องทั่วห้อง “ของฉัน…คืนมา…” นิศาสั่นเทา พึมพำ “ฉันไม่รู้ว่าของเธอคืออะไร!”
เสียงเคาะดังขึ้นรัว ๆ ทั่วห้อง เงาดำเคลื่อนมาถึงปลายเตียง มือผอมซีดยื่นออกมา นิศาถอยจนชิดกำแพง ร้องไห้ “ช่วยด้วย!”
ทันใดนั้น ประตูห้องเปิดออก ฟ้าวิ่งเข้ามา “นิศา! ออกไป!”
เงาดำหันไปมองฟ้า เสียงหัวเราะแหลมคมดังขึ้น “อีกคน…ขโมย…” ฟ้าผงะถอยหลัง แต่กลับยืนจ้องเงาดำอย่างดื้อดึง
ทันใดนั้น นิศานึกขึ้นได้ว่าตอนย้ายเข้ามาห้องนี้ เธอเก็บตุ้มหูเงินข้างเดียวไว้ได้จากใต้เตียงโดยไม่รู้เจ้าของ เธอคว้าออกมายื่นให้เงาดำ “นี่ของเธอใช่มั้ย!”
เงาดำหยุดนิ่ง มองตุ้มหูในมือ แล้วค่อย ๆ ยื่นมือมารับ เสียงร้องไห้หยุดลง เงาดำค่อย ๆ เลือนหายไปกับอากาศเย็นจัด เงาคลายตัวสู่มุมห้องจนเหลือเพียงความว่างเปล่า
ฟ้าหันมาหานิศา “จบแล้ว…ใช่มั้ย”
นิศาหายใจหอบ นั่งทรุดกับพื้น น้ำตาไหลพราก เธอพึมพำ “แต่ฉันยังกลัว…กลัวว่าเธอจะกลับมาอีก…”
ฟ้ากุมมือเธอแน่น “เราไม่ใช่ขโมย เราแค่คนที่หลงทาง”
คืนนั้นไม่มีเสียงเคาะอีกต่อไป แต่ในเงาความมืดตรงมุมห้อง ยังดูเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ตลอดเวลา
นิศาเก็บข้าวของออกจากหอในเช้าวันถัดมา เมื่อเธอหันกลับไปมองห้อง 336 อีกครั้ง หน้าต่างบานหนึ่งปิดเองช้า ๆ เงาดำปรากฏแวบหนึ่ง ก่อนจะหายไปในเงามืดอย่างเงียบเชียบ
เสียงหัวใจเธอยังเต้นรัวไม่หยุด ขณะที่เธอก้าวออกจากหอพักนั้น พร้อมความทรงจำที่ไม่มีวันลืม และความกลัวที่ไม่เคยจากไป