เงาในหอป่า
เสียงฝนโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสีหอพักหญิงในมหาวิทยาลัยเงียบสงัดกลางป่า “แพรว” เด็กสาวปีหนึ่งก้าวลงจากรถสองแถวช่วงเย็นด้วยสีหน้ากังวล มือกุมกระเป๋าแน่น ถอนหายใจยาวขณะหันไปมองป้ายไม้เก่าซึ่งตัวอักษรซีดจางว่า “หอชมพูป่า” เธอไม่รู้ว่าตัวเองถูกจับสลากมาอยู่หอแห่งนี้เพราะอะไร ทั้งที่เลือกหอดีๆ ในตัวเมืองไว้หมดแล้ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แพรว เดี๋ยว!” เสียง “ตา” เพื่อนใหม่จากคณะเดียวกันวิ่งตามมา ภาพเด็กสาวผิวคล้ำ ผมหยิกคลุมหน้ากางร่มสีแดงสดเดินมาตีคู่ “เราเลือกหอนี้เหรอ”
แพรวส่ายหน้า “เราก็ไม่รู้…แต่คงต้องอยู่แหละ พ่อแม่คงไม่ให้ย้ายอีก” เธอเหลียวมองอาคารสองชั้นเก่าคร่ำตามซอกไม้ใบ เงาต้นไม้ทอดยาวกดดันประสาทให้รู้สึกคล้ายกำลังถูกจ้องมอง
เสียงรองเท้าย่ำบนบันไดไม้เก่า “พวกเธอใช่ไหม ที่เพิ่งขึ้นปีหนึ่ง” เสียงแหลมของ “ป้าอร” แม่บ้านหอพักดังขึ้น ป้าอรผอมสูง ผมรวบตึงจนหน้าดูตึงเครียด “ที่นี่อย่าออกไปเดินเล่นดึกๆ เข้าใจไหม”
แพรวกับตามองหน้ากันเงียบ ๆ ก่อนจะพยักหน้า ป้าอรส่งกุญแจห้อง ห้อง 208 ชั้นสอง “อย่าเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ตอนค่ำเด็ดขาด เข้าใจนะ” น้ำเสียงป้าอรแน่นขนัดด้วยบางอย่างที่แพรวไม่เข้าใจ
ค่ำวันนั้น แพรวกับตาเก็บข้าวของในห้องเล็ก ๆ ที่มีเพียงเตียงสองเตียงกับหน้าต่างบานไม้ที่เปิดรับกลิ่นดินเปียกฝน เสียงหรีดหริ่งนอกหน้าต่างดังแทรกเข้ามา มืดค่ำเร็วผิดปกติ
“แก…ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินข้างนอกมั้ย” ตากระซิบขณะเช็ดผม เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ช้า ๆ คล้ายลากบางอย่างผ่านระเบียงไม้
แพรวตั้งใจฟัง แต่เสียงนั้นขาดหายไป เธอส่ายหัว “คงป้าอรแหละ อย่าคิดมาก” แต่แววตาเธอเองก็สั่นคลอนด้วยความไม่แน่ใจ
คืนแรกผ่านไปอย่างอึดอัด แม้จะเพลียจากการย้ายหอ แพรวก็หลับไม่สนิท ภาพฝันลาง ๆ เห็นเงาคนในเงามืดหน้าห้อง เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาอะไร
เช้าตรู่วันต่อมา เพื่อนร่วมหอ “พี่เนย” ปีสามหน้าตาอ่อนโยน ทักมากลางโถง “เมื่อคืนหลับสบายมั้ย…” เสียงพี่เนยแปลก ๆ คล้ายแฝงความเป็นห่วงบางอย่าง “ถ้ามีอะไรแปลก ๆ เห็นอะไร อย่าไปสนใจนะ”
แพรวขมวดคิ้ว “พี่หมายความว่าไงคะ?” พี่เนยเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มฝืน ๆ “ที่นี่เคยเกิดอะไรขึ้นเยอะ แต่ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าไม่ไปยุ่งกับมัน มันก็ไม่ยุ่งกับเรา”
ตากอดอก มองรอบ ๆ “แล้วเสียงเมื่อคืน…”
พี่เนยทำทีเป็นไม่ได้ยิน “เอาเป็นว่า อย่าเดินคนเดียวตอนกลางคืนดีกว่า”
ช่วงบ่าย แพรวกับตาเข้าไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดชั้นล่าง มุมหนึ่งของหอพักบรรยากาศทึบทึม ห้องมีโต๊ะไม้เก่าหลายตัว ที่กำแพงติดภาพถ่ายหมู่สมัยเก่า ฝุ่นจับเต็ม ในภาพเด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนหลายคนยืนเรียงกัน แต่คนหนึ่งในรูปหน้าซีดผิดปกติ ริมฝีปากคล้ำเหมือนขยับจะพูดอะไรสักอย่าง
“ทำไมหน้านี้มันดูแปลก ๆ” ตากระซิบ มือแตะกรอบรูป
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่ว ๆ ดังขึ้น “อย่ามอง อย่าพูดถึง…” แพรวสะดุ้ง รีบหันกลับไป ไม่มีใครนอกจากตา
คืนนั้น หลังจากอาบน้ำ แพรวกำลังจะนอนแต่พลันสังเกตฟองน้ำในแก้วบนโต๊ะสั่นเบา ๆ เหมือนมีแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง เสียงประตูไม้หน้าห้องดังเอี๊ยดช้า ๆ เหมือนมีคนเปิดเข้ามา ทั้งที่ประตูล็อกสนิท
แพรวหลับตาแน่น หัวใจเต้นแรง ได้ยินเสียงฝีเท้าลากผ่านปลายเตียง เงามืดเคลื่อนผ่านผนัง เธอไม่กล้าลืมตา กระทั่งเสียงนั้นหายไป
รุ่งเช้า ตาบอกว่าเธอฝันร้าย เห็นผู้หญิงผมยาวยืนอยู่ปลายเตียง “แก…เมื่อคืนเหมือนมีคนมายืนมองเราเลย”
แพรวไม่กล้าพูดถึงเสียงที่ได้ยิน เธอเลือกจะเงียบ ซ่อนความกลัวไว้ข้างใน
บ่ายวันนั้น ป้าอรเดินมาหา สีหน้าเคร่งเครียด “เมื่อคืนพวกเธอเปิดหน้าต่างรึเปล่า” แพรวส่ายหน้าทันที ป้าอรจ้องตาเงียบ ๆ ก่อนพูดเสียงเบา “อย่าเปิด…ถ้าไม่อยากโดนเรียก”
แพรวกลืนน้ำลาย เสียง “เรียก” ที่ป้าอรพูดทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่น แม้แดดจะสาดเข้ามาในห้อง
เสียงเคาะประตูห้องเบา ๆ ดังขึ้นในคืนถัดมา เคาะสามที หยุด แล้วตามด้วยเสียงเล็บขูดไม้ “แก…ได้ยินมั้ย” ตาเสียงสั่น
แพรวเดินไปแนบหูฟัง เงียบ…แต่แล้วเสียงกระซิบแว่วมา “แพรว…ออกมา…” เสียงผู้หญิงเบาราวลมหายใจ
แพรวถอยกลับ เห็นเงาผ่านช่องหน้าต่างไม้บานเล็ก “เห็นอะไรมั้ย” เธอกระซิบถามตา
ตาสบตาแพรวนิ่ง “ไม่มีอะไร…แต่เรารู้สึกเหมือนถูกจ้องอยู่ตลอดเวลา”
วันต่อมาในห้องเรียน แพรวเริ่มเห็นเงามืดวูบผ่านกระจกหน้าต่าง เหมือนบางอย่างเดินตามมา เธอสับสน ไม่แน่ใจว่าเป็นภาพหลอนหรือความจริง
พี่เนยเข้ามากระซิบ “เธอเริ่มเห็นแล้วใช่ไหม…”
แพรวเม้มปาก “พี่หมายถึงอะไร”
พี่เนยหลบตา “ฉันก็เคยเห็น…แต่ไม่มีใครเชื่อ” เงียบไปนาน ก่อนจะพูดต่อ “มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอหายตัวไปจากที่นี่เมื่อหลายปีก่อน…ไม่มีใครหาเจอ”
“มันเกี่ยวอะไรกับเรา?”
พี่เนยหัวเราะฝืด ๆ “มันเลือกคน…คนที่เขาเรียก”
คืนนั้น เสียงฝีเท้าลากผ่านระเบียงกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าทุกคืน เสียงกระซิบ “ออกมา…ช่วยฉัน…”
แพรวลังเลจะเปิดประตู แต่ตาจับแขนไว้แน่น “อย่าเปิด!”
แพรวสั่น “มันจะไปไหมถ้าเราไม่สนใจ”
ตาส่ายหน้า “ไม่มีใครรู้…” เสียงฝีเท้าหายไปท่ามกลางความเงียบงัน
วันต่อมา แพรวเริ่มค้นข้อมูลเกี่ยวกับหอชมพูป่าในห้องสมุดมหาวิทยาลัย พบข่าวเก่าเลือนรางว่ามีเด็กหญิงปีหนึ่งหายตัวไปช่วงหน้าฝนเมื่อห้าปีก่อน ชื่อ “กิ๊บ” แต่ไม่มีใครเจอร่าง พบแค่ซากตุ๊กตาเก่าใต้ต้นไม้หลังหอพัก
แพรวบอกตา “เคยมีเด็กหายไปที่นี่ ตำนานว่าถ้าได้ยินเสียงเรียกแปลว่าเธอกำลังจะถูกเลือก”
ตาหน้าเสีย “แล้วเราจะทำยังไง”
แพรวนิ่ง “ต้องหาวิธีจบมันให้ได้…”
คืนนั้น ตาเริ่มพูดละเมอ “แพรว…ออกมาสิ…ไปกับฉัน…” เสียงแปลกไม่เหมือนเสียงของตา เสียงเย็นยะเยือก แพรวรีบลุกขึ้นจับตัวเพื่อน เพื่อนตัวเย็นเฉียบ ตาเบิกตาโพลงร้องไห้ “เราฝันเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอขอให้ช่วย! แต่มีบางอย่างลากเธอกลับไปในป่า…”
วันถัดมา พี่เนยนำแพรวกับตาไปยังชายป่า “มีบางอย่างในป่า…มันเป็นที่ที่เด็กคนนั้นหายไป ไม่มีใครกล้าเข้า”
แพรวยืนมองต้นไม้สูงใหญ่ที่เงาแผ่คลุมพื้นดิน “ถ้ามีอะไรอยู่ที่นี่จริง…เราต้องเจอมัน”
พี่เนยลังเล “ฉันไม่ไปด้วยนะ…ขอโทษ”
แพรวสูดลมหายใจ ดึงมือตาเดินลึกเข้าไปในป่าหลังหอพัก เสียงฝีเท้าบนใบไม้แห้งดังชัดขึ้นทุกก้าว อากาศเย็นผิดปกติแม้แดดยังแรง
ตาเดินช้า ๆ พึมพำเบา ๆ “ได้ยินเสียง…เขาเรียกเรา…”
แพรวเริ่มเห็นเงาลาง ๆ ระหว่างต้นไม้ เงาเด็กผู้หญิงผมยาวในชุดนักเรียนยืนหันหลังให้ พริบตาเดียวเงานั้นเลือนหาย
ทันใด เสียงกระซิบรอบทิศทาง “ช่วยฉัน…อย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่…”
แพรวใจเต้นแรง “กิ๊บเหรอ…ถ้าเธออยู่ที่นี่ ช่วยบอกว่าเราต้องทำยังไง!”
เงียบ…แต่เงาเด็กค่อย ๆ ปรากฏ โผล่มาใกล้ขึ้นทีละน้อย แพรวกับตายืนแข็งทื่อ เงานั้นชี้มือลงดินใต้ต้นไม้ใหญ่ พื้นดินมีรอยขุดเล็ก ๆ
แพรวลงมือขุดด้วยมือเปล่า มือสัมผัสบางอย่างแข็ง ๆ — กล่องเหล็กเก่าเปิดยาก เมื่อเปิดออก พบสมุดบันทึกเก่า ๆ ข้างในจารึกถ้อยคำว่า “อย่าลืมฉัน…”
ตาอ่านสมุดบันทึกพลางน้ำตาไหล “ในนี้เขียนว่ากิ๊บถูกขัง ไม่ให้ใครเจอ…มีคนในหอช่วยปกปิดเรื่องนี้” เงานั้นเข้าใกล้ขึ้นจนได้กลิ่นดินเปียกสด ๆ
เสียงกระซิบใกล้หูแพรว “ขอบคุณ…แต่เธอจะไม่ไปจากที่นี่”
แพรววิ่งหนี แต่ขาเหมือนถูกตรึง เงานั้นล้อมรอบ ทั้งสองถูกบังคับให้มองสิ่งที่อยู่ใต้ดิน — เศษเสื้อผ้าเด็ก…กับกล่องจดหมายอีกใบจารึกคำขู่ว่า “ใครก็ตามที่รู้ จะถูกเรียกแทน…”
ตาสะอึกสะอื้น “เรา…เราต้องหนี!”
เสียงเงาเด็กดังขึ้น “ช่วยฉัน…หรือจะอยู่กับฉันตลอดไป”
แพรวจำใจพูด “เราจะบอกความจริง…เราจะไม่ปล่อยให้เธอถูกลืม”
ทันใดนั้น เงาทั้งหมดจางไป ทิ้งไว้แค่เสียงลมหายใจเหน็บหนาว กำแพงความเงียบปกคลุมทั่วป่า
ทั้งสองคนกลับมาที่หอพักในสภาพอิดโรย ป้าอรเห็นสมุดบันทึกในมือแพรว สีหน้าซีดเผือดทันที “พวกเธอ…ไปยุ่งกับมันทำไม”
แพรวบอก “กิ๊บไม่ควรถูกลืม…ต้องมีใครรู้ความจริง”
ป้าอรน้ำตาคลอเบ้า “ฉัน…ฉันเป็นคนขังเธอไว้เอง ฉันกลัว…กลัวถูกไล่ออก กลัวเรื่องแดง”
ตาโกรธแค้น “แล้วตอนนี้ล่ะ…ถ้ายังไม่ยอมรับผิด เธอจะกลับมาอีก”
คืนนั้น ทั้งหอพักเงียบงัน เสียงกระซิบ “ขอบคุณ…” ดังก้องในความมืด ก่อนเงานั้นจะสลายไป
หลังจากเหตุการณ์นั้น แพรวกับตาย้ายออกจากหอ ไม่เคยกลับมาอีก แต่ทุกคืนฝนตก เมื่อเสียงหรีดหริ่งเริ่มเงียบ ทั้งสองยังได้ยินเสียงกระซิบเรียกชื่อพวกเธอจากป่าไกล ๆ เสมอ
และในหอชมพูป่า ห้อง 208 ยังไม่มีใครกล้าเข้า…