เงาในห้องสมุดกลางคืน
แสงไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือศีรษะกระพริบวูบวาบ บรรยากาศห้องสมุดกลางคืนกดดันยิ่งกว่ากักขัง โชติเดินวนอยู่ข้างโต๊ะเคาน์เตอร์ พยายามซ่อนแรงสั่นที่มือขวา นิ้วเกี่ยวสายคล้องคีย์การ์ดเข้ากับกระเป๋าตัวเองอีกครั้ง ขณะที่ชนิดาเพ่งดูรายชื่อหนังสือยืมคืนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ สีหน้าซีดเซียวเห็นได้กับแสงสะท้อนจากจอที่กระทบแก้มเป็นแถบขาวบินไล่ไปถึงขมับ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"ฝากเฝ้าแป๊บ เดี๋ยวไปเอาหนังสือชั้นล่าง" ชนิดาเอ่ยเสียงเบา
"มันตีหนึ่งแล้วนะ…" โชติตอบทั้งที่ยังหันหลัง เหมือนไม่อยากสบตา
"ถ้าไม่เอาคืนอาจารย์สอบตกแน่" เธอย้ำเสียงแผ่วจนเกือบกลืนหาย เธอรีบลุก ก้าวข้ามเงาโต๊ะยาวไปทางบันไดไม้สีน้ำตาลแดง สายตาของเขาตามติดราวกับต้องการเตือนบางอย่างแต่ก็เงียบไว้
บนโซฟามุมห้อง เอิร์ธกำลังก้มหน้าจิ่มไอแพด สวมแว่นกรอบดำจนบดบังขอบตาล้า ข้างกายมีหมาเชาเชาสีน้ำตาลที่ไม่มีใครรู้ว่ามันลอบเข้าอาคารได้ยังไงกลิ้งตัว หาวเสียงดัง "แปลกว่ะ ทำไมคืนนี้บรรยากาศเหมือนมีใครซ่อนอยู่?" เขากระซิบกับฟ้า หญิงสาวที่กำลังคลี่กระดาษโน้ตเช็ครายชื่อนักศึกษา
"ความคิดไปเองหรือเปล่าเอิร์ธ…" ฟ้าย่นจมูก เอื้อมมือหยิบขนมปังวางบนโต๊ะข้าง ๆ ให้หมา หญิงสาวติดป้ายชื่อตัวเองว่า "ฟ้า – นิสิตปีสาม สาขาวรรณกรรม" บนอกเสื้อ
ชนิดาหอบหนังสือเดินกลับ ทันทีที่ก้าวขึ้นบันไดเธอชะงัก ใต้แสงสลัวหัวใจเต้นวูบ มีเงาเคลื่อนไหวปราดผ่านเพียงชั่ววินาที หายไปตรงมุมชั้นวารสาร เธอกำมือแน่น เสียงอะไรสักอย่างคล้ายลมหายใจ…
เธอเดินเร็วขึ้นเงียบ ๆ หนังสือในอ้อมแขนสั่นไหวอยู่ในอ้อมแขน เธอเหลียวมองซ้ำอีกครั้ง อาจแค่ความคิดไปเอง เธอคิดขณะเดินกลับสู่แสงไฟหน้าคอม
"กลับมาไวดีนี่" โชติพยายามยิ้มจาง ๆ เหลียวมองเบื้องหลังชนิดาอย่างกังวล
"คิดว่ามีคนเดินตาม แต่อาจแค่สายตาเราแย่…" ชนิดาวางหนังสือลง เริ่มต้นบันทึกเลขรหัสในระบบ
เสียงบางเบาดังลอดช่องแอร์สูงจากเพดาน หนึ่งในโน้ตบนโต๊ะหล่นลงพื้น เอิร์ธก้มเก็บ สายตาเขาสบกับข้อความ "ความลับในห้องสมุด…ไม่ควรถูกเปิดเผย" หลายตัวอักษรดูเหมือนจงใจเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ
"ใครแกล้งวะ ฟ้าใช่มั้ย" เอิร์ธหัวเราะแห้ง ๆ สบตาฟ้า พลางยกโน้ตขึ้นมาโชว์
"เขียนตอนไหน ไม่ใช่ของชั้นนะ" ฟ้าสีหน้าสับสน มือเย็นจนต้องลูบแขนตัวเอง
"เลิกเล่นอะไรน่ากลัว ๆ สักที!" ชนิดาปราดเสียง เธอกางจดหมายดูถี่ถ้วน แล้วชะงักนิ่งเมื่อมุมลายมือนั้นคุ้นผิดปกติ เธอสบตาโชติท่ามกลางแสงสลัว
ทันใดนั้น ไฟช็อตวูบ มืดสนิท เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นขึ้นพร้อมกันสี่เรือน ความเงียบชั่วขณะบีบเสียวยิ่งกว่าเสียงหัวเราะเอิร์ธเมื่อสักครู่ ทุกสายตาสบกันโดยไร้คำพูด ก่อนจะหันขวับไปยังแหล่งกำเนิดเสียง — ประตูห้องสมุดกำลังปิดเองช้า ๆ อัตโนมัติ สายตาทุกคู่จับจ้อง เหมือนกำลังถูกใครบางคนดูอยู่กลางความมืด
เอิร์ธก้าวมาเก็บโน้ตฉบับนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อ ยืนจ้องประตูที่ปิดสนิท "ไฟดับเหรอ?" เสียงร้าวรานของเขาสั่นเล็กน้อย
"โทรศัพท์…" ฟ้าหยิบมือถือกดส่องแฟลช เจอเพียงหน้าต่างเงาสะท้อนผืนดำ ต้องหันหลบตา
"ลองรีสตาร์ทเบรกเกอร์ดูไหม" โชติแนะ ทั้งที่ไม่อยากเดินไปทางนั้นเลย เอิร์ธพยักหน้า หญิงสาวทั้งสองเดินตามหลังอย่างระมัดระวัง หมาเชาเชาคลอเคลียใส่ขา ทุกก้าวเหมือนช้าลง อากาศแน่นหนัก มีกลิ่นอับบาง ๆ ปนฝุ่นของหนังสือเก่า
ขณะที่ชนิดาบิดเบรกเกอร์ไฟใต้บันได แสงจ้ากะพริบขึ้นอีกครั้ง พวกเขาโล่งใจชั่ววูบ ประตูยังคงปิดล็อก หมายเลขดิจิทัลสีแดงกะพริบบ่งบอกว่า ประตูตั้งโค้ดใหม่ สัญญาณเน็ตมือถือก็ไม่มีใครเชื่อมต่อได้
"ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น…" ฟ้าเอ่ยเสียงสั่น
"ใครตั้งโค้ด?" โชติลูบคอตัวเองอย่างหนักใจ ตอบเสียงเรียบ "ไม่รู้ นอกจากคนดูแลกับ…อีกคน"
เอิร์ธขยับตัวหยิบโน้ตขึ้นอ่านอีกหน "ความลับในห้องสมุด…ไม่ควรถูกเปิดเผย" เขาเบนสายตาหานาฬิกา ลมหายใจฝืดคอ "ใครซ่อนอะไรไว้กันแน่"
ตลอดระยะคืนที่ยาวนาน พวกเขาตั้งโต๊ะประชุมกลางไฟฉาย หัวข้อคือ “ใครในนี้กับเงานั้น เกี่ยวกันรึเปล่า?” โต๊ะไม้สะท้อนแสงเงาใบหน้าคร่ำเครียด ชนิดานั่งกอดอก สลับจ้องกับโชติที่ดูวิตกไม่แพ้กัน ฟ้าเอามือกอดเข่า มองสลับทุกคนเหมือนกำลังลังเลบางอย่าง
"ถ้าไม่มีใครยอมเปิดปาก คืนนี้ไม่มีใครออกไปได้แน่" เอิร์ธเสียงหนักแน่นจนน่าประหลาดใจ ใคร ๆ คาดว่าเพื่อนที่ขี้ขลาดที่สุดจะกลัวจนตัวสั่น ไม่ใช่ดื้อดึงอย่างนี้
"ฉัน…" โชติดูอยากพูดอะไรแต่นิ่งงันไป เขามองตาชนิดา หญิงสาวเบือนหน้าหนี ลมหายใจยาว ส่ายหน้าช้า ๆ
ไอพาดสั่นเบา ๆ ข้างกายหมาเชาเชากระดิกหางเหมือนรู้สึกถึงบางอย่าง ประตูฝั่งห้องสมุดเปิดขึ้นเอง เงาร่างปรากฏขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหายวับไปรวดเร็ว
"เมื่อกี้เห็นมั้ย?" ฟ้าถามเสียงตะกุกตะกัก
"ไม่ใช่คนแน่…" ชนิดากระซิบ
เสียงกระซิบจากช่องแอร์ดังขึ้นอีก ต่างคนต่างนิ่งเงียบ ทุกสายตาจับจ้องประตูลับหลังชั้นวารสาร พวกเขาตัดสินใจค่อย ๆ เคลื่อนตัวสิบเท้าเบาเข้าไปใกล้ จุดที่เงานั้นโผล่เมื่อครู่ ไม่มีใครกล้าขยับก่อน เงียบเสมือนลมหายใจจ้องจังหวะผิด
ชนิดาค่อย ๆ ดึงเอาโคมไฟฉายส่องไปตรงมุม กองกระดาษใบเก่าสุมกัน เด็กหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ — เด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนตัวเล็ก เธอไม่มีหน้า ใบหน้านั้นเป็นสีดำสนิทและว่างเปล่า ฟ้ามองจ้องตาโตปริบ ริมฝีปากสั่น ชนิดาก้าวเท้าเข่าทรุด มือไม้สั่น
"คือ…เธอ…" ฟ้าครางเสียงแผ่ว เด็กหญิงจ้องเฉย ๆ ไม่มีเสียง
"มีอะไรต้องการ?" โชติถาม กลั้นหายใจจนคอแข็ง
เสียงเด็กหญิงดังออกมาจากอากาศ "ถ้าใครไม่บอกความลับ…จะไม่ได้ออกไปจากที่นี่" แล้วเธอก็หายวับไป เงียบอีกครั้ง
เอิร์ธหันมองทุกคน สายตาสั่น ริมฝีปากแผ่วเบา "ต้องทำอะไรสักอย่าง…" เขาหายใจแรง บีบมือแน่น "เรามีอะไรปิดบังกันแน่?"
ไฟฉายในมือถือฟ้ากระพริบช้า ๆ ค้างฝ้าจนต้องเคาะปุ่ม เอิร์ธค่อย ๆ ดึงออกโน้ตอีกฉบับจากถุงผ้า "ฉัน…เคยแอบขโมยหนังสือเก็บไว้ เพราะแค้นอาจารย์ ก่อนหนังสือเล่มนั้นจะหายไปตอนเด็ก"
ชนิดาผงะ สบตา "แล้ว…ใครมีอะไรอีก?"
"วันนั้น…ฉันก็อยู่" ฟ้าพูดเสียงอ่อน สารภาพน้ำตาไหลช้า ๆ "เราเคยรู้เรื่องห้องใต้ดินกับ…เด็กคนนั้น อยู่ตรงนี้ตั้งแต่ไปในคืนฝนตก…ฉันไม่ได้ช่วยเธอเลยในวันนั้น"
โชติเงียบอยู่นาน "ฉันคือคนตั้งโค้ดใหม่ ฉันกลัวถูกลงโทษ…กลัวทุกคนจะเกลียดถ้ารู้ความจริง"
ทุกคนต่างมองหน้ากันในความเงียบกว่าเดิม เสียงแอร์โบราณยังคงกระซิบ ไม่มีใครรู้ว่าเงานั้นฟังอยู่หรือไม่ เอิร์ธเอื้อมมือวางบนกระดาษโน้ตตรงหน้า ทุกคนสารภาพความลับออกมาทีละคน มันเป็นเรื่องที่กดทับใจมาหลายปี ไม่เคยกล้าพูด
แสงไฟวิวับขึ้น เปิดสว่าง หมาเชาเชาตะกุยพื้น หอนเบา ๆ เด็กหญิงปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอยิ้มบาง ๆ ดวงตาเต็มด้วยแสงเรืองรอง
"ขอบใจ" เธอพูด เสียงนุ่มฟังคล้ายลมหายใจของใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ในนี้อีกต่อไป
ประตูอัตโนมัติเสียดสีเปิดออก เสียงติ๊ดดังขึ้น ทุกคนต่างสบตากัน น้ำตาคลอ ชนิดาหันมามองหนังสือเก่า ๆ ในอ้อมแขน คืนนี้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เงาในห้องสมุด แต่คือความลับที่ไม่มีใครกล้ายอมรับในหัวใจตัวเอง