เงาในฤดูฝน
เสียงฟ้าร้องไล่หลังดังสนั่น ฝนซัดสายลงทุ่งนากว้าง ญาดาวิ่งลากขาคู่อ่อนแรงพาร่างเปียกปอนผ่านดินโคลน กลางคืนเดือนเจ็ดในหมู่บ้านม่านหมอกไม่เคยเงียบงันแต่คืนนี้ข้างเถียงนา เงามืดก็เคลื่อนตัวผิดปกติ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แม่!” ญาดาเปล่งเสียงขานออกมากลางสายฝน ทั้งที่รู้ว่าหญิงนั้นไม่มีวันหวนกลับมาอีก เธอหอบหายใจเหนื่อยและยืนเงี่ยหูฟัง เสียงเสียดสีของหญ้าสูงเหมือนบางสิ่งแทรกตัวเข้ามา
นาทีนั้นเองสายฟ้าผ่าขึ้นกลางทุ่ง วูบหนึ่ง ญาดาเห็นเงาร่างประหลาดรางๆ อยู่ห่างไปไม่กี่เมตร มันสูงและบิดเบี้ยวเกินกว่าคน ความเยือกเย็นจากมันแผ่มาตามลมเหนือตรงสู่หัวใจ
เธอหันวิ่งไปบ้าน ทิ้งรองเท้าแตะข้างหนึ่งจมโคลน ไม่กล้าหันหลังกลับ มันไม่ใช่คืนแรกที่เงานี้ปรากฏ มันตามหลอกหลอนเธอนับแต่แม่จากไปเมื่อปลายฝนก่อน ญาดาไม่เคยบอกใคร รวมทั้งพ่อที่หันหน้าพึ่งเหล้ามากขึ้นทุกวัน
เสียงกระดิ่งหน้าประตูไม้เก่าดังฉ่ำฝน ญาดาพุ่งเข้าบ้านติดกุญแจ กลั้นหายใจมองออกไปทางหน้าต่าง สายฝนพร่าง พ่อเธอนั่งทำท่าไม่สนใจ เหล้าขวดเดิม แนบขาชิดไฟ
“เจ้าไปไหนมา” น้ำเสียงห้วน ยอดชาย พ่อของญาดา ถามโดยไม่เงยหน้า ญาดาไม่ตอบ ตาแดงก่ำสบกันไม่กี่วินาที
“ฝนตกนัก ออกไปเฮ็ดอะหยังนักหนา” พ่อว่า เสียงสั่นเคือง
“ไปเก็บข้าวโพด เดี๋ยวมันเน่า” ญาดาตอบเบา เธอไม่เคยกล้าพูดถึงเงา เธอรู้ดีว่าเขาจะตราหน้าว่าเพ้อเจ้อเหมือนแม่ momentsสุดท้ายก่อนแม่หมดลมหายใจ ยังพร่ำถึงอะไรบางอย่างในม่านฝนเหมือนกัน
มุมห้องมีตุ๊กตาไม้แกะสลักประหลาดรูปร่างประหลาด ยายอุ่นทำให้ตั้งแต่ญาดาเล็กๆ มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของบ้าน
คืนนั้น ญาดานั่งซบหน้าต่าง ตาสอดส่าย เงาสายน้ำฝนเคลื่อนไหวหน้าทุ่งนา เธอหลับเพราะความเหนื่อยแต่อีกฝั่งกระจกเงาดำยังคงรายล้อม
เช้า ญาดาตื่นกับเสียงร้องของเป็ด กลิ่นข้าวเบือหอมจางๆ ในอากาศ พ่อออกไปทุ่งแต่เช้า ทิ้งเงินแบงค์สิบใต้จานข้าว เธอเดินออกไปข้างเถียง เงาเมื่อคืนไม่หลงเหลือร่องรอย
“เธอเห็นอะไรเมื่อคืน” เสียงเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง ภูผา ลูกชายป้าแสงข้างบ้านถือไม้ไผ่เล่นดินโคลน
ญาดาหยุดหายใจ “เจ้าว่าอะไร” สายตาคลายไม่เชื่อ
“ดึกๆ เห็นเงาอะไรสูงๆ ในทุ่งนา หลานแม่กานต์บ้านเหนือก็บอกเห็น” ภูผาว่า ชายตาหลบเหมือนมีอะไรซ่อน
ญาดานิ่ง เก็บคำถามเก็บความกลัวฝังไว้ในใจ อีกไม่กี่วันจะถึงวันปู่ย่า ญาดาตั้งใจจะไปถามยายอุ่นที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้
ในห้องครัวเก่าแก่ข้างเตาไฟ ยายอุ่นนั่งกอดหม้อดินจ้องไฟเล็กๆ ญาดานั่งเงียบ ยายอุ่นเงียบไปนาน
“ฝรั่งมันไม่เข้าใจหรอก เรื่องเก่าๆ ของป่า” ยายอุ่นเอ่ยเบาๆ “ที่นี่ มันมีเงาแก่กว่าคน เงาที่ยังอยู่ เมื่อหัวใจยังอาฆาต”
คำพูดลอยในสายฝน ญาดาเงียบ ชายตามองตุ๊กตาไม้ในมือยายอุ่น สีหน้าของเธอฉายแววไม่เชื่อแต่ในใจสั่นไหว
ฝนไม่หยุดตก ญาดานั่งใต้ชายคา แว่วเสียงพ่อทะเลาะกับลุงเจ้าของนาเพราะข้าวชื้น ญาดารู้ดีว่าตั้งแต่แม่ตาย พ่อดุขึ้น เย็นชาขึ้น ทุกอย่างชื้นโชกไปด้วยความโกรธเก็บกด
กลางคืนต่อมา ฝนยังซัดแรง ญาดาได้ยินเสียงเคาะหน้าต่าง เสียงย้ำช้าๆ มันไม่ใช่เสียงธรรมชาติ หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก
“แม่…” เธอเรียกชื่ออย่างกล้าๆ กลัวๆ แววตาเธอสั่นไหว เธอลุกไปประตูแต่ไม่กล้าเปิด เงาดำบนผนังยาวจับใจ
เธอโทรหาภูผา “เธอมาหาบ้านหน่อยได้ไหม… ฉันกลัว” เสียงเธอสั่น ภูผาอึกอัก “จะให้บอกแม่ก่อนมั้ย”
“อย่าบอกใคร” ญาดาเสียงกระซิบ “มัน…มันเหมือนคน แต่มันไม่ใช่คน”
ทั้งสองกลัวจนตัวแข็ง เมื่อเสียงเคาะเงียบ ญาดาเหลือบมองนาฬิกาเกือบตีหนึ่ง เธอผล็อยหลับอย่างหมดแรง
เช้าต่อมา มีข่าววัวบ้านลุงหนานตายปริศนาในทุ่ง ไม่มีรอยแผล วัวนอนตาเบิกโพลง ญาดาสังเกตเห็นรอยฝีเท้าแปลกๆ ในดินโคลนที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง ทุกคนในหมู่บ้านเริ่มกระซิบถึงคำสาปเก่าแก่
“เงามันกลับมาแล้ว…” ยายอุ่นพึมพำในงานบ้านปู่ย่า เธอมองตาญาดาด้วยสายตารู้ทัน ญาดารู้ว่าคืนนี้จะต้องรู้ความจริง
ค่ำคืนวันนั้น ญาดาแอบประตูห้องพระ เงามืดม้วนเข้ามาจากนอกบ้าน เสียงคล้ายคนสะอื้นปะปนสายฝน ญาดารวบรวมความกล้าเดินตามเสียงออกไปที่ทุ่งนา ตุ๊กตาไม้ในมือสั่นเทา เธอก้าวช้า ๆ จนเห็นเงาดำนั้นมันยืนอยู่ตรงหน้า แผ่กลิ่นชื้นเย็นจับใจ
“เจ้าคือใคร!” ญาดาตะโกนสุดเสียง เงานั้นขยับเข้ามาใกล้ มันแหวกเม็ดฝนเข้ามา เสียงเหมือนลมหายใจของมนุษย์แต่ไม่เป็นถ้อยคำ
“พ่อ! อยู่ไหน!” ญาดาตะโกน พ่อวิ่งออกมาแต่ชะงักค้าง มองเห็นเงานั้นเหมือนกัน สายตาเขาเต็มไปด้วยความกลัวคล้ายกับสิ่งที่ฝังใจมานาน
“อย่าไปยุ่งกับมัน!” พ่อกระชากแขนญาดา แต่เธอขืนไว้ “แม่เคยบอกเงานี้…มันตามชีวิตคนที่โกหกซ่อนใจดำไว้” ญาดาร้องถามน้ำตาไหล
พ่อเงียบ อยู่นาน “แม่เจ้าตายไม่ใช่อุบัติเหตุ…” เสียงเขาสั่น “มัน…เกี่ยวกับพ่อ พ่อเคยเห็นมันมาก่อน”
สายฝนกระหน่ำ ญาดาทรุดลงกับพื้น เสียงเงานั้นแผ่แรงกดจนพ่อร้องโอดโอย ก่อนทรุดลงข้างๆ ญาดาน้ำตาท่วมหน้า
“เลิกหนีเถอะ…ขอโทษแม่เขาเสียที” ยายอุ่นเดินเข้ามา หัวใจแก่ชราสั่น น้ำเสียงหนักแน่น เธอวางมือลงบนเงาดำ เงาค่อยๆ จางลงจากสายฝน เหลือเพียงรอยน้ำตาในดินโคลน
รุ่งเช้า แดดแรกตัดม่านหมอก ญาดาตื่นที่หัวตักยายอุ่น สายตาเธอสบกับพ่อ พ่อหยิบตุ๊กตาไม้มาวางไว้ข้างเตียง “จะเริ่มต้นใหม่ได้ไหม” เสียงอ้อนวอนของพ่อจริงใจที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา
ญาดาพยักหน้า น้ำตาคลอ สายฝนซาลง เงามืดจางไปบ้าง แต่สิ่งที่ถูกเปิดเผยในคืนฝนนั้นเปลี่ยนใจทุกคนและความสัมพันธ์ตลอดกาล