เกาะเงาหมอก
เสียงเครื่องยนต์เรือสำรวจดังกระหึ่มกลางค่ำคืน ทะเลดำมืดไร้คลื่นลมหากแต่หมอกขาวลอยเอื่อยมาปิดตาทุกคู่ ซินด์กำอุปกรณ์วิทยาศาสตร์แน่น เจส เด็กสาวพยาบาลสมัครเล่น หันมาหาเขา “เราไม่ควรอยู่ใกล้เกาะนี้นานเกินไป ไหม?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วาฬ พ่อครัวปากจัดของกลุ่ม เลียริมฝีปากขณะดึงเชือก “กลัวอะไร กลัวผี หรือกลัวอดีตล่ะซินด์” เขาแค่นหัวเราะ ซินด์ฝืนยิ้มคำตอบสะอึกในลำคอ
อ๋อม วิศวกรเรียบร้อย หยิบแผนที่ออกมา “เกาะนี่ไม่มีในแผนที่กระทรวงนะ เราหลงทางเหรอ หรือฝัน” เจสกัดปาก เหลือบตาขึ้นจะเถียงแต่ซินด์แทรก “ไม่มีการฝันบนเรือสำรวจเบี้ยน้อยนะ” เขาจ้องหมอกเบื้องหน้า ใจเต้นพร่ำ ๆ
เรือกระแทกบางอย่าง เสียงไม้แตกร้าว ทุกคนเซ อ๋อมคว้างไฟฉายส่องสู่ผืนน้ำ บ้างก็ปั้นหน้าขรึม วาฬช่วยหยิบอุปกรณ์เข้าหาด้วยความชำนาญ สีหน้าภายใต้หมอกขาวขุ่นเหมือนขัดแย้งในตัวเอง
กลิ่นสาบเปียกแผ่ลอยเหนือหมอก พวกเขายกสัมภาระลงบนชายฝั่งทราย เกาะเต็มไปด้วยโขดหินเหมือนกำแพง เจสมองไปรอบตัว “เราได้ยินว่าที่นี่เคยมีคนหายไป…” คำพูดเธอหลุดลอยในหมอก ปลายนิ้วเย็นเฉียบ ซินด์หลุบตามองพื้น
ซินด์ดันประตูไม้เก่า ๆ ของกระท่อมอันเดียวที่พบ เจสยืนกอดอก มองรอยเลือดดำคล้ำที่ซาบอยู่บนขื่อหลังคา วาฬเดินวนรอบ ฟังเสียงนกกาเล็ก ๆ กระทืบเท้าอึดอัด เสียงฟ้าคำรามดังจากที่ไกล
หลังจากจัดทัพเสบียง วาฬขยับเข้าไปใกล้ซินด์ “มึงยังไม่บอกใครใช่มั้ย ว่าเรามาที่นี่ตามหาอะไร” ดวงตาเจือแววไม่ไว้วางใจ ซินด์กลืนเสียง สบหน้าวาฬแล้วหลบ “ถ้าทุกคนรู้…มันอาจเลวร้ายกว่าตอนนี้”
ไฟจากตะเกียงสว่างวูบวาบ อ๋อลลุกขึ้น “เสียงอะไรน่ะ?” พวกเขาเงียบ สายลมหน้าฉีกเอาไอหมอกเข้ามาในกระท่อม เสียงกุกกักเหมือนมีใครเคาะประตู หัวใจทุกคนเต้นระรัว ซินด์ก้าวไปเปิดประตู ปรากฏเพียงแมวผอมโซตัวหนึ่งลอดเข้ามา
เจสหัวเราะทั้งน้ำตา “นึกว่าผีจะมา สักที…” วาฬแค่นเสียง “ถ้ามึงกลัวขนาดนั้น ทนไม่ไหวก็กลับเรือไปเลยไหม?” ซินด์ขยับจะห้าม เจสเงียบไม่เถียง
ฟากนอกกระท่อม เสียงเศษใบไม้ขยับ วาฬออกไปสำรวจจุดเกิดเหตุ อ๋อมตาม วาฬหยุดกะทันหันเงยหน้ามองกิ่งไม้สูง “ตรงนี้มัน… มีใครนี่หว่า!”
ไฟฉายสะท้อนไปที่ร่างหนึ่งล้มอยู่ใต้ต้นหูกวาง ผมไหม้เกรียม กลิ่นไหม้เหม็นฉุน วาฬย่นคิ้ว สะกิดอ๋อมให้ถอย “คนจริงหรือหุ่นวะ”
อ๋อมย่องเข้าดูแล้วสะดุ้งร้อง “ใจยังเต้น!” ซินด์กับเจสวิ่งตามออกมา ซินด์ปลุกคนเจ็บ เขาค่อย ๆ กระพริบตา ขยับปาก “อย่า…” แล้วสิ้นสติไปอีกครั้ง
คืนแรกเงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจ ทุกคนกระสับกระส่ายในกระท่อม เจสปิดแผลให้ชายปริศนา “เขาน่าจะรอดถ้าตื่นขึ้น…”
ซินด์นั่งเฝ้า ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว “ถ้าเขาตื่นแล้วพูดเรื่องเกาะนี้… เราจะเป็นยังไง?”
วาฬนอนหันหลัง พูดเสียงเบา “มึงพาเรามาที่นี่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น มึงรับไป ให้หมด…” เจสสบตามองซินด์ อยากปลอบแต่ไร้คำพูด
พอรุ่งเช้า หมอกยังทึบเหมือนยิ่งหนาขึ้น อ๋อมเดินถ่ายภาพต้นไม้ แต่ในเลนส์เขาเจอภาพติดวิญญาณแปลกประหลาด เงาคล้ายเด็กนั่งยองอยู่บนกิ่ง เจสชะโงกดู “เงานั่น… นั่นอะไร!”
ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนดังมาจากอีกฟากชายหาด วาฬวิ่งนำหน้า ซินด์ตามไปทันเห็นรอยไฟไหม้บนพื้นทราย-เป็นรอยเท้าคนที่ไหม้คล้ายโดนของร้อน เจสถอยหลังอย่างหวาดกลัว
ซินด์ใจเต้นแรง “รอยพวกนี้…” เขาไม่พูดต่อ อ๋อมเริ่มเก็บตัวมากขึ้น วาฬเข้าไปปลอบ “มึงเป็นไรวะ?”
อ๋อมลังเล “คือ…กูฝันแปลก ๆ ตั้งแต่เหยียบเกาะ…” เจสจับมืออ๋อม “เราก็ฝัน แต่ไม่กล้าพูดกับใครเลย” เงียบอยู่อึดใจ วาฬส่ายหน้า “เรื่องฝันนี่บ้า ไว้ใจไม่ได้”
เสียงกุกกักในห้องที่พัก เจสเดินไปสำรวจ พบชายปริศนาฟื้นแล้ว เขากระซิบ “ออกไป… เกาะนี้… ไม่รับแขก” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกลัว ซินด์เข้ามา “คุณอยู่ที่นี่นานหรือยัง?” ชายตอบกระอักกระอ่วน “นาน…พอจะเสียสติ”
วาฬสบช่องซัก “รู้มั้ยว่ารอยเท้าไฟนี่คืออะไร?” ชายหลุบตา ไม่ตอบ
ภายนอก เสียงเรือของอีกกลุ่มหนึ่งแล่นเข้าใกล้เกาะ ทว่าในหมอกไม่มีสัญญาณตอบรับ พวกเขามองไปกลางทะเลเห็นเงาเรือแต่ไร้ผู้ขับขี่ เจสหายใจแรง มือเย็นเฉียบ
วาฬคว้าขวานมาถือ “ถ้ามีอะไร เข้าใจนะ พวกเราต้องร่วมมือกัน” อ๋อมกระซิบซินด์ “เราจะตายที่นี่ไหม?” ซินด์เงียบ ไม่ตอบตรง ๆ
ชายปริศนาพยายามหนี แต่ล้มลง เจสรับตัวทัน ฝุ่นหมอกที่แตะเนื้อตัวเขาทำท่าเหมือนจะไหม้ทันที ชายร้องด้วยความเจ็บ เสียงแห่งอมนุษย์แทรกซึมมาในหมอก
เสียงขับขานจากหมอกดังใกล้เข้ามา ทุกคนลุกจับมือกัน ซินด์ตะโกน “อย่าแยกกัน!” เจสสะดุ้ง ร้องไห้อย่างเงียบ ๆ อ๋อมยืนข้างวาฬ ทุกชีวิตในกระท่อมสั่นกลัวหมอกที่กำลังไหลเข้ามา
เช้ามืด กลุ่มตัดสินใจออกเดินหาทางกลับเรือ พบว่าทางกลับโดนกองขยะ-ศพสัตว์ขวางไว้ หมอกบังหน้ามองไม่เห็น อ๋อมโยนก้อนหินใส่ร่างนั้นได้ยินเสียงกระดูกแตก
วาฬสบตาซินด์ “มึงรู้ว่าเกาะนี้ผิดปกติแต่แรกใช่ไหม ทำไมพาพวกเรามา?” ซินด์หลบตา “ขอโทษ กู… เคยอ่านบันทึกของพ่อ เขาเคยมาเกาะนี้…แล้วไม่เคยกลับบ้าน” เสียงเงียบขาดความมั่นใจในใจวาฬ
เจสหยิบสมุดบันทึกที่ซินด์ซ่อนไว้ออกมา “อย่า…อ่าน” ซินด์คว้าไม่ทัน เจสเปิดอ่านหน้าแรก มีภาพวาดรอยเท้า แผนที่กับข้อความว่า “ศพที่เผาไม่หมด จะเดินท่ามกลางหมอก” ทุกคนเงียบ
เสียงขับขานดังขึ้นอีกครั้ง ก้องในใจ ซินด์กุมศีรษะร้อง เจสกับอ๋อมพยายามช่วย ดวงตาซินด์พลันมองเห็นเงาคนหลายคนเดินในหมอก ทุกคนเริ่มเลอะเลือนเรื่องราวในอดีตของตัวเอง
กลางวันโดนหมอกกลืนแทบมิด ชายปริศนาเริ่มบอกความจริง “เกาะนี้มีคำสาป คนที่กล้าขุดอดีตจะไม่รอด” วาฬแค่นเสียง “โดนแค่นี้จะกลัวไปทำไม!”
เสียงกลิ่นไหม้เริ่มโชยขึ้น เจสมือสั่น ทันใดร่างของใครบางคนเดินผ่านหน้าต่าง “ใคร?” อ๋อมถามเสียงขาด วาฬเดินตามออกไป เห็นรอยไหม้ใหม่ที่พื้น วาฬตัดสินใจกระโดดเข้าหมอกหวังหาคำตอบ
เสียงตะโกนจากวาฬก้องในหมอก “กูเห็นคน! พ่อมึง อยู่ในนี้!” ซินด์หน้าเปลี่ยนสี วิ่งตามเข้าไป เจสกับอ๋อมกอดกันสะอื้น ชายปริศนาเตรียมหยิบขวานป้องกันตัว แต่แขนสั่นจนขวานร่วง
ในหมอก ซินด์พบวาฬหยุดยืนร้องไห้อยู่กับเงาหญิงสูงวัย วาฬซบไหล่ซินด์ “ขอโทษ กูไม่ควรหนีตอนนั้น” ความผิดพลาดในอดีตค่อย ๆ เผย ความรู้สึกผิดกลืนกินใจเขา ซินด์น้ำตาซึม “ฉันก็ตื่นกลัว ทั้งเรื่องพ่อ ตัวเอง ทุกอย่าง…”
หมอกค่อยจางลง เงาหญิงสูงวัยหายไป วาฬร้องไห้ซบกับพื้น เจส วิ่งเข้ามากอดทั้งสองคน ซินด์ตัดสินใจโยนสมุดบันทึกของพ่อลงกองไฟ เจสยิ้มทั้งน้ำตา “เราต้องลืมอดีตแล้วใช่ไหม?”
เสียงกรีดร้องสุดท้ายก้องในใจ ทุกคนเงียบ ต่างไตร่ตองซึมลึก กระท่อมเงียบงัน ซินด์ลุกขึ้นถอนหายใจ “เราคงไม่หนีอดีตได้…แต่วันใหม่ยังคงมา”
ฟ้าเช้าใส หมอกสลาย กลุ่มเดินกลับเข้าชายฝั่ง—เรือพัง แต่ต่างคนต่างส่งรอยยิ้มในน้ำตา ชายปริศนานั่งพิงต้นไม้พลางพึมพำ “คำสาปพวกเจ้า…มันจบเพราะกล้ายอมรับตัวเองแล้ว”
ภาพสุดท้ายคือเงาสะท้อนจากน้ำทะเล—ใบหน้าทุกคนมีร่องรอยน้ำตาแต่ต่างเดินกอดคอฝ่าคลื่น แดดใหม่ส่องทะเล เงาหมอกจางหาย—แต่อดีตยังคงอยู่เป็นบทเรียน สะท้อนผ่านรอยแผลใจของทุกคน