เงาสะท้อนแห่งโค้งน้ำ
เสียงนกเขาขานรับดวงอาทิตย์แรกของวัน หมอกจางลอยอาบโค้งน้ำยูซานที่ไหลเอื่อยผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ พร้อมกลิ่นชื้นแผ่วจาง สารภีวัยสิบสี่นั่งเหม่อมองสายน้ำตรงจุดที่พี่ชายสุดรักของเธอหายตัวไปเมื่อสองปีก่อน น้ำดูนิ่งเป็นพิเศษเช้านี้ แต่ลึก ๆ เธอกลับรู้สึกถึงแรงเคลื่อนไหวใต้วิปโยคอดีต
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"จะดูสายน้ำทั้งวันเหรอ สารภี?" แม่ถามเบา ๆ ก่อนจะทิ้งถังน้ำลงใต้ถุนบ้าน สารภีไม่ได้ตอบ เธอได้แต่ละลำดับเหตุการณ์เก่าในใจ จู่ ๆ เด็กชายรูปร่างผอมผิวคล้ำคนหนึ่งเดินข้ามทางดินเข้ามา เธอไม่รู้จักเขา
เขายืนเงียบ ใบหน้าเงยขึ้นมองเธออย่างสำรวจ "พี่สารภีใช่มั้ย?" เสียงเขาราบเรียบ เย็นอย่างแปลกประหลาด เธอขมวดคิ้ว "รู้จักชื่อฉันได้ยังไง?"
"พ่อฉันบอก" เขาตอบ ก่อนจะเหลือบตามองแม่น้ำอีกทีก่อนเดินจากไปเหมือนล่องลอยมาแค่นั้น ทิ้งคำถามไว้ในใจเธอ
กลางวัน โรงเรียนยังไม่เปิดเทอม สารภีเดินข้ามสะพานท่อนซุงมายังตลาดนาเล็ก ๆ ของหมู่บ้าน ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กของแม่ค้า เธอเห็นเด็กชายคนเดิมนั่งอยู่ใต้ร่มไผ่ นัยน์ตาจ้องจะแย้มรอยยิ้มแต่แฝงความเศร้า "ช่วยไปดูแม่น้ำกับฉันหน่อย" เด็กชายพูด เรียบ เธอลังเลแล้วตอบกลับ "ทำไม?"
เขาไม่ตอบ แค่ลุกเดินนำไปก่อน สารภีฝืนตามใจตัวเอง เดินตามร่างผอมบางสู่ริมโค้งน้ำ ขอนไม้ใหญ่ล้มพาดกลางน้ำมีเงาอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวปะทะแดดยามบ่าย เธอหายใจไม่ทั่วปอดเมื่อคำนึงถึงพี่ชาย
"เห็นมันไหม?" เด็กชายชี้ไปที่ผืนน้ำ "ฉันเคยเห็นบ่อย ๆ มันเหมือนมีใครอยู่ใต้นั้น พี่ชายเธอก็อาจอยู่ด้วย"
สารภีสะดุ้ง "อย่าล้อเล่นแบบนี้" เสียงเธอสั่นพอ ๆ กับมือ ประโยคนั้นติดอยู่ในอากาศ ก่อนจะถูกคลื่นเบา ๆ จากน้ำกลบไป เธอนิ่งอยู่นานจนเด็กชายคนนั้นลุกขึ้น "ชื่อฉันปืน" เขาว่า แล้วเดินจากไปอีกครั้ง
ตกเย็น กลับบ้านพร้อมข้าวเหนียวและปลาตัวเล็กในตะกร้า สารภีพบแม่กับยายเงียบงันในครัว "วันนี้ไปไหนมา? เจอใครมั่ง?" แม่ถาม ภาพของปืนผุดขึ้นในหัว "เจอเด็กผู้ชายชื่อปืน…"
แม่ชะงัก วางมือบนเข่า "ปืน? ลูกใคร?" สารภีอึกอัก "บอกว่าพ่อเขาเล่าเรื่องฉันให้ฟัง…" ยายมองหน้ากับแม่ แววตาดูหนักใจชั่วขณะ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
คืนนั้นเสียงแม่น้ำดังเป็นพิเศษ สารภีฝันเห็นพี่ชายเดินอยู่กลางสายหมอก เรียกหาเธอ แต่มีกระแสน้ำบางอย่างลากเขาหายไป ทุกเช้าถัดมาเธอตื่นกลางเหงื่อเย็น เงาของปืนยังคงวนเวียนคล้ายจะคอยชี้เบาะแสบางอย่าง
วันต่อมา โรงเรียนหมู่บ้านเปิดเทอม ครูคนใหม่ชื่อ "ครูอุทัย" ชายวัยกลางคนท่าทางครึ้มเงียบพูดเสียงเข้ม เขาให้เด็ก ๆ เขียนเกี่ยวกับ "เงาความฝัน" สารภีลังเลก่อนจะเขียนถึงพี่ชายกับน้ำเย็น เงาคลื่นสายหนึ่งในหัวเธอสลายไปชั่วขณะ
เย็นวันเดียวกัน เธอเห็นปืนอีกครั้ง เขานั่งงอนขวดที่ริมลำธาร "ทำไมยังตามฉันอยู่?" สารภีซัก
ปืนตอบ "พี่ชายเธอมาถามหาทุกคืนที่ริมน้ำ เธอไม่เชื่อใช่มั้ยล่ะ?" น้ำเสียงนั้นเย็นจนกลายเป็นลม ในทันใดเกิดลมแรงหอบกลีบดอกไม้ปลิวว่อน น้ำกระเพื่อมผิดปกติ
ตกกลางคืน สารภีเอาฝันไปเล่าให้ยาย ยายนั่งเรียบเฉยอยู่ขณะหนึ่งก่อนเปรยเบา ๆ "คนบางคนอยู่กับน้ำ บ้างก็อยู่กับฝัน ระวังอย่าให้ใจจมไปกับอดีต สารภีลูกยาย"
หลายวันถัดมา ความฝันของเธอชัดเจนขึ้น มีเสียงใต้น้ำ เสียงแว่วเรียกชื่อสารภี ในขณะที่เพื่อนในโรงเรียนเริ่มซุบซิบเรื่องบ้านเธอเป็น "บ้านผีสิง" ว่าเสียงเด็กผู้ชายลึกลับเดินวนอยู่แถวริมโค้งน้ำยามค่ำคืน
กลางวันหนึ่ง สารภีเดินไปหาแม่ที่ป่าไผ่ "แม่ พี่ชายจะกลับมาไหม?" แม่เอียงคอมอง แขนฟาดผ้าขาวม้ามัดผมขึ้น "บางทีเราควรปล่อยให้ทุกอย่างจบลง ถ้ารักเขาจริง พี่ชายคงอยากให้ลูกมีชีวิตต่อ" น้ำเสียงแม่อ่อนลงคล้ายลมหายใจ
ค่ำคืนนั้น สารภีพบปืนที่ขทรายข้างลำธาร "ช่วยฉันได้มั้ย? ฉันอยากได้ของบางอย่างคืน" ปืนขอ รอยยิ้มจาง ๆ แววตาโหยหา
"ของอะไร?" "ของที่ฉันเคยลืมไว้กับน้ำ เธอจะลุยด้วยไหม?" น้ำเสียงเขาสั่นจริงจัง สารภีพยักหน้า แม้กลัวลึก ๆ แต่ความอยากรู้ร้อนแรงกว่า
วันต่อมา ทั้งคู่เริ่มขุดค้นรอบโค้งน้ำ พบเศษผ้าสีฟ้าขาดวิ่นปนเศษขนมเก่าภายใต้ตอไม้ ปืนหยิบมันขึ้นมา มือสั่น "ของพี่ชายฉัน…" สารภีเผลอพูดออกไปเอง น้ำตาคลอเบ้า
เสียงแผ่วแผ่วดังจากสายน้ำ "ยังมีอีก" ปืนพูดช้า ๆ ดวงตาคล้ายเด็กที่หลงทาง
คืนนั้น สารภีได้ยินเสียงชื่อเธอจากความมืด "มาหาฉัน…ที่น้ำ…" เธอสะดุ้งตื่น รีบออกไปริมโค้งน้ำทันที เงาพระจันทร์สะท้อนผิวน้ำ ข้าง ๆ ขอนไม้ใหญ่ เห็นเงาจาง ๆ ของเด็กผู้ชายยืนก้มหน้า
ปืนปรากฏตัว "เขารอให้เธอให้อภัยตัวเอง เธอไม่ต้องรับผิดชอบอดีตทั้งหมด" น้ำเสียงนั้นจมลึก เหมือนรู้ซึ้ง
น้ำตาไหลรินลงแก้ม สารภีค่อย ๆ เดินเข้าไปติดขอบน้ำ "พี่ชาย…" เงาจาง ๆ เผยรอยยิ้มก่อนจะหลอมละลายไปกับสายหมอก
เมื่อเธอหันกลับ ปืนหายไปแล้ว เหลือเพียงเศษผ้าสีฟ้าในมือตัวเองและเสียงน้ำกระเพื่อม สารภียืนพลางปาดน้ำตา รู้ว่าตนได้ปล่อยวางอดีตบางอย่างในใจ
วันต่อมา สารภีเดินไปโรงเรียนอย่างมั่นใจมากขึ้น ท่ามกลางสายตาแลกเปลี่ยนกับครูอุทัยที่มองมาอย่างเข้าใจ เธอกล้าหัวเราะกับเพื่อนอีกครั้งในรอบปี การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ค่อย ๆ เบ่งบาน เธอรู้ว่าเงาของอดีตยังวนเวียนอยู่กับสายน้ำ แต่หัวใจเธอพร้อมเดินไปข้างหน้า