เงาบนระเบียง
เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องดังเปาะแปะกลางค่ำคืน ถนนสายเล็กในซอยวัดเก่าเงียบสงบ แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทางสะท้อนเงาคนเดินสามคน ที่ย่ำเท้าฝ่าความชื้นมายังอพาร์ตเมนต์สามชั้นเก่าแก่ซึ่งตั้งโดดเดี่ยวอยู่ริมสุดของซอย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่านี่คือที่ที่เราเช่ากัน?” นิชา ตัวสูงผมสั้นออกแรงเข็นกระเป๋าใบใหญ่ หรี่ตาเพ่งดูป้ายสีซีด ‘อพาร์ตเมนต์แม่หลวง’ ที่แขวนเอียงอยู่ข้างประตูรั้วเหล็กขึ้นสนิม
“ที่อื่นเต็มหมดแล้วอ่ะนิชา… ที่นี่ถูกด้วย” กิ๊บ คนตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม ก้มหน้าหลีกเลี่ยงสายตา หยิบกุญแจที่เจ้าของส่งมาให้
เมย์ เด็กสาวผมยาวผู้ดูนิ่งเงียบ มองขึ้นไปยังระเบียงห้องชั้นสองซึ่งเป็นห้องเช่าของพวกเธอตรงตามสัญญา แสงไฟจากห้องนั้นดับมืด มีเพียงเงาบางอย่างไหวยวบอยู่ข้างราวระเบียง
“นั่น…ใครอยู่ข้างบนรึเปล่า?” เมย์พูดเสียงเบาเหมือนจะถามตัวเองมากกว่าเพื่อน
กิ๊บเงยหน้ามองเช่นกัน เสียงฝนตกกลบเสียงหัวใจที่เต้นแรงระหว่างยืนชะงักอยู่หน้าประตูรั้ว เงานั้นหายไปเหมือนไม่เคยอยู่
เมื่อก้าวเข้าห้องเช่า กลิ่นอับของไม้เก่าและผ้าม่านที่ไม่เคยซักตีกันไปมา กิ๊บชะโงกหน้าดูห้องน้ำที่ชื้นจนมีหยดน้ำเกาะตามผนัง นิชาค้นไฟฉายจากกระเป๋า ก่อนจะแหย่เข้าไปสำรวจระเบียง—ชานไม้แคบๆ ที่ยื่นออกไปมืดสนิท
“ดูเหมือนห้องจะไม่มีอะไรเสียหายนะ” นิชาพูดพลางหมุนกุญแจปิดประตูระเบียง กลอนเก่าๆ ส่งเสียงดังแกรกๆ
เสียงบางอย่างดังขึ้นบนเพดานเหมือนมีของหล่น กิ๊บสะดุ้ง นิชาแค่นหัวเราะ “หนูหรือเปล่า?”
แต่เมย์ยังจ้องไปที่ระเบียง ท่าทางไม่สบายใจ ก่อนจะเดินไปปิดม่าน หน้าตาเหมือนคนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรแยกตัวจากความมืดข้างนอก
ค่ำคืนแรกผ่านไปด้วยความเคอะเขิน เสียงหัวเราะเจือเครียดระหว่างจัดของขึ้นชั้นวาง ราวกับทั้งสามกำลังพยายามกลบเสียงเงียบในห้องเช่าเก่า
เช้าวันถัดมา เมย์ตื่นแต่เช้า เธอพบว่ากระถางต้นไม้ที่วางบนระเบียงเมื่อคืนนี้ล้มลงจนดินกระจาย เธอก้มเก็บพลางรู้สึกถึงลมหายใจวูบเย็นข้างหู จังหวะนั้นเองที่นิชาเดินออกมา “เมื่อคืนเธอออกมารึเปล่า?”
เมย์ส่ายหน้า “เปล่า…ทำไม?”
นิชามองดินที่หกเรี่ยราด “ต้นไม้มันล้มเองไม่ได้หรอก มันอยู่ในซอกติดราวเลยนะ”
“เมื่อคืนเหมือนมีเสียงคนเดินบนระเบียง…” เมย์พูดเบาๆ แต่เพื่อนทั้งสองกลับเงียบงัน ราวกับไม่อยากพูดถึงอะไรที่เกินความเข้าใจ
ช่วงสาย กิ๊บเดินลงไปชั้นล่างเพื่อเอาขยะไปทิ้ง เธอเห็นหญิงสูงวัยผมหงอกนั่งอยู่หน้าห้องเช่าห้องหนึ่ง หญิงชรามองมาด้วยแววตาแปลกประหลาด “เพิ่งย้ายมาหรือลูก”
กิ๊บยิ้มแหย “ค่ะ” หญิงชรามองประกายตาเย็นเยียบ “ระวังระเบียงห้องนั้นนะ มันไม่ชอบเสียงคนหัวเราะ”
กิ๊บอึ้งไปครู่หนึ่ง “ใครไม่ชอบเหรอคะ?”
หญิงชราส่ายหน้า “ระวังไว้ก็พอ” เธอหยิบไม้เท้าเดินหายไปในซอยข้างอาคาร กิ๊บยืนงงงันกับประโยคนั้น
บ่ายวันนั้น นิชารื้อของในห้อง เธอสังเกตเห็นรอยขีดข่วนใต้โต๊ะไม้ข้างเตียง เป็นลายเส้นวนไปวนมาเหมือนเด็กไร้สติขูดฝาไม้ กิ๊บเดินเข้ามาถาม “มีอะไรเหรอ?”
“รอยพวกนี้แปลกดี ไม่เหมือนรอยหนูนะ”
“หรือคนก่อนหน้าเราทำไว้…”
ทั้งสองหยุดคุยเมื่อเมย์เข้ามายืนข้างหลัง หน้าตาท่าทางไม่สบายใจ เธอเอากระถางต้นไม้ไปวางบนโต๊ะ รอยนิ้วมือเปื้อนดินติดอยู่เต็มกางเกง
คืนนั้น ทั้งสามนั่งกินมาม่าบนพื้นห้อง เสียงฝนยังโปรยปราย กิ๊บเงียบขรึมจนนิชาหันไปแซว “กลัวผีเหรอ?”
กิ๊บยิ้มบาง “แค่คิดถึงบ้านเฉยๆ”
เมย์มองออกไปที่ระเบียงตลอดเวลา “ถ้างั้นคืนนี้ปิดม่านไว้ดีไหม?”
“แล้วจะกลัวอะไรนักหนา ระเบียงก็แค่ที่วางของ” นิชาพูดขำๆ พลางโยนเปลือกไข่ลงถังขยะ
คืนนั้น เมย์นอนกระสับกระส่าย เธอฝันถึงแสงไฟวูบวาบบนระเบียง—แต่เมื่อลืมตาตื่น เงานั้นยังคงอยู่ที่ปลายม่าน เหมือนมีบางอย่างยืนจ้องเข้ามา เธอลุกขึ้นไปดูแต่ไม่พบใคร มีเพียงลมเย็นวูบหนึ่ง
เช้าวันถัดมา กิ๊บพบว่ามีเศษกระจกแตกบนพื้นระเบียง ทั้งที่เมื่อคืนไม่มีใครออกไป เธอก้มเก็บพลางสะดุ้งเมื่อเห็นเงาเท้าเปียกน้ำเป็นทางยาวเข้ามาในห้อง แต่เมื่อมองดีๆ มันจางหายไป
นิชารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับกระจกบานเล็กที่แขวนหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เธอมองเห็นเงาคนขยับอยู่ข้างหลังเมย์ ทั้งที่ในห้องมีแค่พวกเธอสามคน
เธอเลือกที่จะไม่บอกเพื่อน กลัวจะถูกล้อ แต่ความรู้สึกอึดอัดเริ่มสุมอยู่ในอกทุกคน
กลางดึก กิ๊บสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนขูดผนังดังแครกๆ เธอย่องไปเปิดไฟบนระเบียง ไม่มีใครอยู่ มีเพียงเงาของเธอเองที่สะท้อนอยู่บนราวเหล็กเปื้อนสนิม
วันใหม่ เมย์ออกไปลงตลาดคนเดียว เธอแวะร้านข้าวแกงข้างอพาร์ตเมนต์ พอเจ้าของร้านรู้ว่าเธออยู่ห้องเช่าชั้นสองก็เงียบกริบไปชั่วขณะ
“ระวังระเบียงไว้นะน้อง…ปีที่แล้ว เคยมีเด็กหายไปที่นั่น” เจ้าของร้านพูดเสียงเบา
“เด็ก?” เมย์ถามซ้ำ
“ผู้หญิง…เช่าห้องนั้นอยู่ อยู่ดีๆ ก็หายไปทั้งคน ไม่มีใครเจอศพ ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน”
เมย์เดินกลับมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง กิ๊บและนิชารออยู่ในห้อง สีหน้าทุกคนเคร่งเครียดขึ้นทุกวัน เหมือนความเงียบข้างนอกกำลังคลืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
คืนนั้น ฝนตกหนัก เสียงฟ้าร้องก้องเข้ามาในห้องเช่า เมย์เดินไปปิดหน้าต่าง เธอเห็นเงาเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างระเบียง ผมยาวปิดหน้า ร่างเล็กไหวยวบไปมาตามสายลม
เมย์ผงะถอยหลัง กิ๊บยืนจ้องด้วยความตื่นกลัว “เมย์…เธอเห็นเหมือนฉันไหม?”
นิชาเดินมาสมทบ มองออกไปที่ระเบียง ไม่มีใครอยู่
“ฉัน…ฉันเห็นเด็กคนนั้น” กิ๊บบอกเสียงสั่น
นิชานิ่งไป “อย่าเพิ่งคิดมาก บางทีมันอาจจะ…” เธอพูดไม่จบ เสียงขูดผนังดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ถี่และแรงกว่าเดิม
ทั้งสามคนกอดกันแน่น นั่งนิ่งอยู่บนเตียงจนรุ่งเช้า
วันต่อมา นิชาตัดสินใจค้นข้อมูลห้องเช่าห้องนี้ในอินเทอร์เน็ต เธอพบข่าวเก่าเลือนรางเกี่ยวกับการหายตัวไปของหญิงสาวชื่อ “มะลิ” ซึ่งเคยเช่าห้องนี้เมื่อสองปีก่อน คุณแม่ของมะลิดั้นด้นมาตามหา แต่ไม่มีใครรู้เบาะแส
เมย์พบสมุดบันทึกเก่าใต้ลิ้นชักในห้องนั่งเล่น หน้าแรกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า “ถ้าได้ยินเสียงขูดระเบียง อย่าไปเปิดประตู”
ในสมุดนั้นมีแต่ข้อความซ้ำๆ ว่า “เขาอยู่ข้างนอก…เขาไม่ให้ฉันออกไป”
เมย์มือเย็นชืด เธอรีบบอกนิชาและกิ๊บ อ่านบันทึกให้ฟังพร้อมกัน
“มันคืออะไร…” กิ๊บเสียงเบา
นิชาเม้มปาก “เธอว่า…เด็กคนนั้นใช่…มะลิหรือเปล่า?”
จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับพรึ่บพร้อมเสียงขูดผนังดังขึ้นจากทุกทิศในห้อง ระเบียงเปิดเองช้าๆ ลมเย็นวูบเข้ามาปะทะ ทุกคนชะงัก
“อย่าออกไป!” เมย์กระซิบ
แต่กิ๊บกลับเดินตรงไปประตูระเบียงเหมือนต้องมนต์ เธอเปิดประตูออกไป ทั้งห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
นิชารีบคว้าแขนกิ๊บ “อย่าไป!” แต่กิ๊บเหมือนไม่รับรู้ เธอก้าวพ้นประตูไปราวกับถูกดึงด้วยแรงบางอย่าง
เมย์วิ่งตามออกไป ก้าวเท้าสั่นระทึก เธอเห็นกิ๊บยืนอยู่ปลายระเบียง เหม่อมองลงไป เบื้องล่างมีเงาร่างเด็กผู้หญิงตัวเล็กยืนอยู่ เงานั้นค่อยๆ ยกมือชี้ขึ้นมา
เสียงขูดผนังขยายก้องไปทั่วอพาร์ตเมนต์ เมย์ร้องเรียกชื่อกิ๊บสุดเสียง แต่ทุกอย่างกลับนิ่งสนิท เหมือนเวลาถูกหยุดไว้
นิชาวิ่งออกไปดึงกิ๊บกลับเข้าห้อง กิ๊บตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลพราก “เขาจะพาฉันไป…”
คืนนั้นทั้งสามคนนั่งตัวติดกัน ระแวงทุกเสียงในความมืด จนถึงเช้า
ช่วงกลางวัน เมย์ตัดสินใจลงไปถามหญิงชราหน้าห้องอีกครั้ง หญิงชรายังคงพูดเสียงเบา “ถ้าอยากอยู่รอด อย่าออกไประเบียงนั้นตอนกลางคืน”
“ทำไม?” เมย์ถามเสียงสั่น
“มันเลือกคน…ใครมีความลับมาก มันจะพาไป” หญิงชราตอบ
เมย์หันไปมองกิ๊บกับนิชา ทั้งสองหลบสายตา เหมือนต่างคนต่างมีเรื่องที่ไม่อยากพูด
คืนนั้น เมย์ได้ยินเสียงกิ๊บร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ เธอเดินเข้าไป “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
กิ๊บไม่ตอบ สายตาเหม่อลอย “ฉัน…ตอนเด็กๆ เคยมีน้องสาว ฉันเผลอปล่อยมือเธอหลงในงานวัด แล้ว…เธอหายไปเลย”
เมย์นิ่งงัน น้ำตาคลอ
“เธอไม่เคยบอกใคร เราเข้าใจ…” เมย์จับมือกิ๊บแน่น
เช้าวันต่อมา นิชาหายไปจากห้อง เมย์และกิ๊บออกตามหา พบว่าเธอนั่งเหม่ออยู่ข้างระเบียง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตา
“ฉัน…ฉันทำร้ายเพื่อนรักเมื่อมัธยมแล้วปล่อยให้เธอกลายเป็นคนนอก ฉันไม่เคยขอโทษ…”
ทันใดนั้น เสียงขูดผนังดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนมีคนมากกว่าหนึ่งคน กิ๊บกอดเมย์แน่น
เมย์เองเริ่มเห็นเงาแปลกๆ ในกระจกบานเล็กทุกครั้งที่เดินผ่าน เงานั้นไม่ใช่ของเธอ ไม่ใช่ของเพื่อน แต่มันวนเวียนอยู่ไม่ห่าง
คืนวันเสาร์ ฝนตกหนักเป็นพิเศษ เสียงสายฝนเหมือนเสียงคนกระซิบ เมย์คิดหาทางออก
“ถ้าเรายอมรับความผิดของตัวเอง…มันจะจบไหม?” เมย์ถามกิ๊บและนิชา
นิชาไม่ตอบ กิ๊บส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ ฉันกลัว…”
เสียงขูดผนังดังขึ้นแบบไม่หยุด เมย์ตัดสินใจเดินไปที่ระเบียง เปิดประตูออกไป เธอเห็นเงาเด็กผู้หญิงค่อยๆ ปรากฏตัวเต็มร่าง ร่างนั้นไร้ใบหน้า มือขีดผนังราวกับจะฝากรอยไว้ตลอดกาล
“ขอโทษ…หนูขอโทษ…” เมย์พูดเสียงสั่น
เงานั้นหยุดนิ่ง สายฝนกลายเป็นความเงียบ เมย์รู้สึกเหมือนถูกกลืนเข้าสู่ความว่างเปล่า แต่แล้วเสียงกิ๊บร้องเรียกดึงเธอกลับเข้าไปในห้อง
“เราไม่ควรอยู่ที่นี่…” กิ๊บพูดเสียงสั่น
เสียงขูดผนังแผ่วเบาลง แต่ยังคงไม่หายไป เมย์ นิชา และกิ๊บเก็บข้าวของเตรียมออกจากอพาร์ตเมนต์ในเช้าวันรุ่งขึ้น
ขณะเดินลงบันได เมย์มองย้อนขึ้นไปที่ระเบียง เห็นเงาเด็กผู้หญิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม โบกมือช้าๆ ราวกับส่งพวกเธอไป
เสียงขูดผนังยังคงแว่วมาเป็นระยะ แม้จะเดินออกมาจากอพาร์ตเมนต์แห่งนั้นแล้วก็ตาม
ในใจของเมย์ เธอรู้ดีว่าความลับไม่เคยหายไป…และบางเงานั้นจะยังคงตามหาคนต่อไป ตราบใดที่ยังมีใครซ่อนอดีตของตนไว้ในความเงียบ