เธอสัญญาว่าจะกลับมา
เสียงเปียโนค่อยๆ ลอยออกมาจากห้องซ้อมดนตรีชั้นสองของตึกเรียนหลังเก่า มันเป็นโน้ตที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์เศร้าลึก ลิงค์นั่งอยู่มุมหนึ่งของห้อง ดวงตาสีเข้มเพ่งจ้องสาวร่างเล็กตรงเปียโนอย่างไม่อาจละสายตา เขากดชัตเตอร์กล้องในมือเบาๆ เคยบอกตัวเองว่าจะหยุดถ่ายรูปผู้คน แล้วตอนนี้เขาทำอะไรอยู่?
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แอม—เธอผู้มีฝันจะเป็นนักเปียโนอาชีพ—กำลังวาดลำดับเสียงด้วยนิ้วเรียวงาม เธอโงหัวน้อยๆ ชำเลืองไปเห็นเขาอยู่มุมห้อง เหมือนเขาตั้งใจจะขรึม แต่ก็อดขำไม่ได้เมื่อเขาตกใจแสงแฟลชตัวเอง
“ทำไมถ่ายฉันล่ะ?” น้ำเสียงขึงขังเหมือนซ่อนเขินในที แม้แววตาจะล้อเลียน ด้านลิงค์หลบตาวูบ ก่อนจะหยิบกล้องลงวาง—ราวกับอยากให้บทสนทนาจบลงพร้อมเสียงแฟลช
“ก็…แสงมันสวย” เขาตอบแผ่ว ๆ แล้วเงียบไป ต่างฝ่ายต่างไม่ชินกับความใกล้ชิดแบบนี้ ยิ่งแอม เธอมักหลบหน้าผู้คน จนบ่อยครั้งต้องซ่อนตัวในห้องซ้อมเปลี่ยวนี้
เสียงเปียโนดับไปชั่วขณะ แอมขยับเก้าอี้ “ถ้ามาวันนี้เพื่อถ่ายรูปฉัน…กลับเลยก็ได้นะ”
ลิงค์ชะงัก เขามองถนนผ่านหน้าต่าง สีหน้าก้ำกึ่งเหมือนจะพูดหรือปิดปาก “เปล่า…ฉันแค่…อยากฟัง”
แอมยิ้มจาง ๆ แล้วหันกลับไปสู่เปียโน เสียงโน้ตกลับมาใหม่ คราวนี้อ่อนโยนขึ้น ไม่ได้ไล่ทำนองเร็วนัก
เวลาผ่านไปราวสิบห้านาที ลิงค์ลุกขึ้นถอนใจเบา ๆ พยายามไม่ให้เธอเห็นเขาปาดน้ำตา ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยพลาดถ่ายรูปแฟนเก่าในวันที่เธอเลิกกัน เขาจึงหันหลังให้คนนานเกินไป และใครก็เดินจากไปหมด
เย็นวันนั้น หลังเลิกเรียน แอมเดินออกจากตึก เจอกล้อง SLR เก่าแขวนอยู่บนประตู พร้อมโพสต์อิทสั้นๆ “ถ้าอยากให้ถ่าย…ก็เรียก”
วันต่อๆ มา แอมเริ่มรอคอยลิงค์มากขึ้นทุกที หลังซ้อมเสร็จเธอจะมองประตู ไม่แน่ใจว่าหวังให้เขามาหรือแค่กลัวการซ้อมคนเดียว
วันหนึ่ง ลิงค์นั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้หน้าอาคาร แอมเดินเข้ามาหย่อนกระเป๋าเสียงดัง เขาชะงัก สบตาเธอ แววตาคมเคลือบด้วยความระแวดระวัง
“วันนี้…ว่างถ่ายรูปไหม” เธอถามเสียงเบา ยิ้มเจื่อนๆ
“ไปไหน” ลิงค์ถามเรียบๆ ไม่ส่งสัญญาณถึงความดีใจใด
“ตลาดเย็น ฉันอยากลองเล่นโน้ตใหม่ ข้างตลาดมีเปียโนตั้งอยู่น่ะ”
ระหว่างเดินไปตลาดเงียบ ๆ มีเพียงเสียงรถและเสียงหัวเราะของแม่ค้าตามข้างทาง ลิงค์ชะเง้อมองเธอ แอมเอื้อมมือจับสายสะพายเป้แน่น
“ทำไมอยากเป็นนักเปียโน” เขาเริ่มถาม
แอมหยุดกึก “เพราะมีคนบอกว่าฉันคงทำไม่ได้ ฉันเลยอยากทำ”
“แล้ว…มันเปลี่ยนไปบ้างไหม”
เธอนิ่งไปนาน “ไม่รู้สิ…แต่ยังกลัวจะล้มเหลวอยู่ดี”
ในตลาดเย็น หลังเปียโนเก่า แอมเล่นเพลงใหม่ ลิงค์ถ่ายภาพเงียบ ๆ ผู้คนรอบตัวหันมาดูบ้างแต่ไม่มีใครแทรกเสียงเปียโนที่ฟุ้งเศร้า ลิงค์จ้องปุ่มชัตเตอร์ บางทีเขากลัวจะจับภาพความสุขไว้ไม่ได้
“นายเคยกลัวจะยืนคนเดียวไหม” แอมพูดระหว่างเว้นโน้ต
เขามองเธอ “เคยสิ แต่ส่วนใหญ่…ฉันเลือกแบบนั้นเอง”
หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้น ต่างฝ่ายต่างคุ้นชินกับการมีอีกคนข้าง ๆ มากกว่าคำพูด
วันหนึ่ง แอมเริ่มฝึกซ้อมหนักขึ้นเพื่อชิงทุนเรียนดนตรีต่างประเทศ ลิงค์เริ่มอารมณ์ไม่ดีทุกครั้งที่เห็นโพสต์ข่าวทุนการศึกษาทุกเช้า เขาไม่เคยถาม ไม่เคยบอกอะไร
จนวันหนึ่งที่แอมเล่นเปียโนเสร็จ เหงื่อซึมเปื้อนขอบเสื้อ เธอมองลิงค์ที่ยืนหลบมุมเหม่อลอย
“นาย…ถ้าฉันได้รับทุน…จะไปไหมหรือจะอยู่”
เขาไม่ตอบ ไม่มีแม้แต่การสบตา ก่อนจะพูดสั้น ๆ “ก็ต้องไปสิ” เสียงเรียบจนเหมือนไม่ใส่ใจ ก่อนเดินออกจากห้องซ้อม
วันต่อมาแอมไม่มา ลิงค์รอ เธอไม่โทร ไม่ส่งข้อความ ช่วงเวลานั้นเขาเอาแต่ย้อนคิดถึงอดีต วันหยุดยาวเขาเดินไปถึงบ้านเธอในเมือง เสียงเปียโนแว่วออกจากหน้าต่างบ้าน แต่เมื่อเคาะประตู ไม่มีใครเปิด ไม่มีแม้ข้อความตอบกลับ
อาทิตย์ต่อมาแอมปรากฏตัวในมหาวิทยาลัย สีหน้าตึงเครียด ตาแดงกร่ำ ทุกคนรอบตัวเธอดูต่างออกไป เธอกลับบ้านเพราะพ่อแม่ต้องย้ายไปต่างประเทศกะทันหัน เธอได้รับทุนแล้วต้องเดินทางในอีกสองเดือน
ลิงค์เดินเข้าไปหา อึดอัดกับความเงียบ ทั้งคู่ยืนข้างกันนาน
“ฉัน…กลัวจะไม่มีเพื่อน ไม่มีใครฟังเปียโน ไม่มีคนถ่ายรูปแล้ว” เธอพูดเสียงสั่น
“เธอไปได้ไกลกว่าฉันเยอะอยู่แล้ว” เขาตอบ กระซิบเบา ๆ
แอมมองเขานาน เสียงรถวิ่งอยู่ไกล ๆ
“ฉันอยากเก็บบันทึกช่วงเวลาตอนนี้ไว้” แอมพูด
เขาส่งกล้องให้เธอ “ขอให้ฉันเป็นภาพสุดท้ายในกล้องนี้สิ”
เธอหัวเราะเบา ๆ น้ำตาซึม ลิงค์ถ่ายภาพเธอยิ้ม ซ่อนรอยโศกไว้ข้างหลังกระจก
เวลาผ่านไปถึงวันเดินทาง สนามบินเต็มไปด้วยคนส่งญาติ ลิงค์ยืนอยู่มุมหนึ่ง นานกว่าจะกล้าโบกมือให้แอมที่กำลังลากกระเป๋า เธอหันกลับมา ยิ้มตรงเงาของม่านกระจก เขากดชัตเตอร์ครั้งสุดท้าย
หลังจากนั้น มีเพียงข้อความและวิดีโอคอลระหว่างสองทวีป แอมต้องเรียน ฝึกซ้อม ชนะรางวัลบ้าง พลาดเป้าบ้าง ลิงค์เริ่มถ่ายภาพงานอีเวนต์เล็ก ๆ ในเมือง ตัดสินใจสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้านศิลปะ
ความสัมพันธ์ห่างกันมากขึ้น ลิงค์แอบหึงเมื่อเห็นเพื่อนต่างชาติของแอมในรูป แอมเริ่มพูดถึงอาจารย์หรือเพื่อนใหม่โดยไม่ระวัง บางครั้งปลายสายเป็นแค่วิดีโอเปียโน ไม่มีหน้า ไม่มีเสียง คำว่า “คิดถึง” กลายเป็นคำต้องห้ามในบทสนทนา
คืนหนึ่ง ขณะฝนตก ลิงค์โทรไปหาแอม แต่ปลายสายเงียบอยู่นาน
“ฉันไม่รู้ว่าคนเราจะรอได้กี่ปี” เขาพูดแผ่ว ๆ
แอมเงียบไปนาน ก่อนจะตอบ “ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรถ้านายไม่อยู่”
หลังวางสาย โลกเงียบไป ลิงค์โยนกล้องทิ้งบนเตียง ถอนหายใจแรง ๆ คิดถึงอดีตที่ปล่อยคนสำคัญหลุดมือ แล้วเขานั่งอยู่อย่างนั้นจนเช้า
ช่วงต่อมา แอมเงียบหาย ไม่โทร ไม่ส่งข้อความ ลิงค์กดดูรูปเก่า ๆ ในกล้องซ้ำไปซ้ำมา ความกลัวในใจขยายตัว
จนวันหนึ่งข้อความจากแอมโผล่ขึ้นหน้าจอ “ฉันฝึกจนมือร้าว รางวัลหลุดมือไปอีกแล้ว…ฉันกลัวทำฝันตัวเองพัง”
ลิงค์พิมพ์ตอบยาว ๆ แล้วลบจนเหลือคำว่า “ฉันยังมองเห็นเธออยู่” ก่อนหายไปจากโลกโซเชียลเป็นสัปดาห์
เมื่อถึงวันครบรอบปีที่แอมเดินทาง ลิงค์จัดนิทรรศการภาพถ่ายเล็ก ๆ เป็นรูปผู้คนในเมืองและช่วงเวลาที่ไม่สมบูรณ์แบบ เขาเซ็ตภาพสุดท้ายเป็นแอมยิ้มผ่านม่านกระจกสนามบิน รูปที่เก็บความหวังไว้เต็มเปี่ยม
เย็นวันนิทรรศการ แอมส่งอีเมลมาหา “นาย ทำไมถึงไม่กลับมาถ่ายฉันอีก?”
เขาไม่ตอบ รอจนนิทรรศการเกือบปิด เธอก็ยังไม่มา
สองเดือนผ่านไป แอมกลับมาเมืองไทยโดยไม่ได้แจ้งใคร ลิงค์เจอเธอบนถนนหน้าตึกเรียนเก่า ต่างฝ่ายต่างหยุดนิ่ง เท้าทั้งคู่ฝังรากอยู่ริมทางเดิน
“ทำไมไม่แจ้งล่วงหน้า?” เขาถาม หายใจติดขัด
“เพราะกลัวนายจะทิ้งสายตาเหมือนวันสุดท้ายที่สนามบิน”
ความเงียบยาวเหยียด “ฉันยังมองเห็นเธออยู่” ลิงค์พูดซ้ำช้า ๆ
แอมยิ้ม เดินเข้าใกล้ “แล้วจะกล้าจับมือฉันไหม”
ลิงค์ลังเล ดวงตาสั่นระริก เขาคว้ามือเธอไว้ “แค่ครั้งนี้…ขอไม่เดินหนีอีก”
แอมยืนซบไหล่เขา ท่ามกลางเสียงคนและรถ ลมหอบเอาความกังวลทั้งหมดพัดหายไปชั่วขณะ
เมื่อความสัมพันธ์ถูกทดสอบ ผ่านความกลัวและการห่างไกล สองหัวใจจึงเติบโตและเรียนรู้จะให้อภัยตัวเอง และอีกฝ่าย ตามสัญญาเธอกลับมา — ลิงค์ถ่ายรูปเธอตอนน้ำตาเปื้อนยิ้มไว้ในกล้องอีกครั้ง