เสียงเงียบในหอพักห้วยน้ำดำ
สายฝนโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสีของหอพักห้วยน้ำดำ เสียงหยดน้ำดังสลับกับลมหายใจสั้นๆ ของ “ภาวินี” นักศึกษาสาวปีสองที่ยืนอยู่ตรงระเบียงห้องชั้นสอง เธอเพิ่งย้ายเข้ามาวันนี้ ท่ามกลางความเหงาและความรู้สึกไม่เป็นของตัวเอง เธอจ้องมองต้นไม้ใหญ่หน้าหอซึ่งมีเถาวัลย์พันกันแน่น บรรยากาศรอบตัวเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นสั่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในห้องหมายเลข 209 ที่เธอเพิ่งได้รับกุญแจ กลิ่นอับชื้นติดอยู่ในความเงียบ ฝุ่นขาวลอยในลำแสงอาทิตย์ที่รอดม่านไม้ไผ่เข้ามา ภาวินีเปิดหน้าต่าง หวังให้สายฝนชะล้างทั้งฝุ่นและความรู้สึกอึดอัด เธอจัดของเงียบๆ พลางหยิบรูปถ่ายครอบครัวขึ้นมาดู แววตาเศร้าสะท้อนในกระจกบานเก่า ก่อนเธอจะวางรูปลงและเดินสำรวจห้อง ลมหายใจของเธอสะดุดเมื่อเหลือบเห็นรอยขีดเขียนจางๆ บนผนัง รูปวงกลมซ้อนกันสามวง มีอักษรแปลกตาอยู่ตรงกลาง เธอเอื้อมมือไปแตะ พื้นที่นั้นเย็นเฉียบกว่าบริเวณอื่น
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังจากทางเดินหน้าห้อง ภาวินีชะงัก แอบมองผ่านรอยแง้มประตู เห็นหญิงสาวผมสั้นรูปร่างผอมบางเดินลากเท้าอย่างเหนื่อยล้า สายตาเหมือนว่างเปล่า เธอผ่านไปโดยไม่หันมองประตูห้องภาวินีแม้แต่น้อย
คืนนั้น ภาวินีตื่นกลางดึกเพราะเสียงคล้ายของบางอย่างขูดกับหน้าต่าง เธอเปิดไฟหัวเตียง รีบเดินเข้าไปดูด้านนอก แต่เห็นเพียงความมืดและเงาไหววูบของต้นไม้ใหญ่ เสียงฝนยังคงตกหนัก เธอปิดม่าน กลับไปนอนด้วยหัวใจเต้นแรง
เช้าวันถัดมา ในโรงอาหารของหอพัก เสียงคุยกันเบาๆ ของกลุ่มเพื่อนใหม่ดังแผ่ว ภาวินีนั่งแยกโต๊ะกับหญิงสาวที่เห็นเมื่อคืน เธอรวบรวมความกล้าเอ่ยทัก
“เมื่อคืน… เธอกลับห้องดึกเหรอ”
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา
“เปล่า… ฉันแค่เดินเล่น ยังนอนไม่หลับ”
“ขอโทษ… ฉันชื่อภาวินี ย้ายมาเมื่อวาน”
หญิงสาวสบตาเธอสั้นๆ เหมือนลังเลจะพูด หรือไม่พูด
“ชั้นชื่อขิม อยู่ห้อง 211”
ภาวินีเห็นรอยแผลจางๆ ที่ข้อมือขิม แต่เลือกเงียบ เธอรู้สึกเย็นวูบในอกโดยไร้สาเหตุ
เย็นวันเดียวกัน ภาวินีได้ยินเสียงคนเดินวนเวียนหน้าห้อง เธอเปิดประตูชะโงกดู ไม่มีใคร มีเพียงทางเดินว่างเปล่า กับกลิ่นฝนชื้นที่ลอยคลุ้ง เธอก้มมองพื้น เห็นรอยน้ำขังเป็นรูปวงกลมซ้อนสามวงเหมือนรูปบนผนังห้อง เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใจเต้นแรงขึ้นทุกขณะ
ในห้องสมุดเล็กของหอพัก ภาวินีค้นหาหนังสือเกี่ยวกับประวัติหอพัก เจอแต่สมุดลงชื่อที่ขาดตอนบ่อยๆ พร้อมรายชื่อผู้เข้าพักที่ขีดฆ่าทิ้ง เธอพลิกดูไปเรื่อยๆ พลันเจอชื่อ “ขิม” ปรากฏอยู่ในรายชื่อเก่าเมื่อสองปีก่อน แต่มีรอยขีดฆ่าเหมือนคนที่หายไป
คืนที่สาม เสียงขูดหน้าต่างกลับมา คราวนี้ตามด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา ฟังไม่ออก เธอกลั้นหายใจ เงี่ยหูฟัง เสียงนั้นเงียบหายไป เพียงเสียงฝนกับหัวใจตัวเอง
วันต่อมา ภาวินีเริ่มเห็นขิมเดินพูดคนเดียวในทางเดินยามค่ำ ร่างกายขิมซูบโทรมลงทุกวัน ใต้ตาลึกโหลเหมือนคนอดนอน ขิมหลบสายตาภาวินีทุกครั้งที่เจอหน้า
กลางดึกคืนหนึ่ง ภาวินีสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเดิม คราวนี้เสียงประตูห้องเธอเปิดช้าๆ อากาศเย็นเฉียบ วงกลมสามวงบนผนังส่องแสงจาง เงาเบียบางลอยวนรอบห้อง คล้ายมีใครกระซิบอยู่ใกล้หู
เธอลุกขึ้นนั่ง ใจเต้นถี่ เสียงฝีเท้าเดินวนในห้องอย่างเชื่องช้า เธอกลั้นหายใจ จ้องไปยังเงาในมุมมืด เสียงนั้นหยุดกะทันหัน เหลือเพียงความเงียบอึดอัด เธอกอดเข่าตัวเองในความมืดจนฟ้าสาง
ภาวินีเริ่มหลีกเลี่ยงขิม แต่ขิมกลับพยายามเข้าหา ท่าทางของขิมเปลี่ยนไป ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความกลัวและขอความช่วยเหลือ
“ภาวินี… เธอได้ยินเสียงนั่นมั้ย” ขิมพูดเบาๆ เสียงสั่น
“เสียงอะไร” ภาวินีหลบตา
“เสียงที่มัน… อยู่ในห้องฉัน มันไม่ยอมหยุดเลย”
ภาวินีเงียบ ไม่กล้ายืนยันหรือปฏิเสธ
“ถ้าเธอเห็นอะไรแปลกๆ… อย่ามองมันนานนะ อย่าตอบรับเสียงนั้น…” ขิมพูดจบก็ลุกเดินจากไป
คืนนั้น ฝนตกหนักเช่นเคย ภาวินีได้ยินเสียงเคาะประตูรัวเร็ว เธอลุกขึ้นเปิด พบขิมยืนหน้าซีด ร่างสั่น
“ฉันขออยู่ด้วยได้ไหม… อย่าปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว” ขิมพูดเสียงเบา
ภาวินีลังเล ก่อนจะเปิดทางให้ขิมเข้ามา
ทั้งสองนั่งเงียบอยู่บนเตียง เสียงฝนข้างนอกดังกลบเสียงหายใจ ขิมหลับตาแน่น มือกำผ้าห่มจนแน่น
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ขิม…” ภาวินีกระซิบ
ขิมนิ่ง รีบลืมตา น้ำตาคลอ
“ฉัน… ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่” เธอพูดเบาแทบไม่ได้ยิน
เสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกรอบระเบียง เสียงเคาะหน้าต่างดังสามครั้ง ทั้งสองรีบหันมอง วงกลมบนผนังสว่างวาบ เงาคลุมผนังไปทั่ว อากาศเย็นจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว
ขิมลุกขึ้นวิ่งไปที่ประตู แต่ประตูไม่ขยับ เธอร้องไห้ ตะโกนเสียงสั่น “ปล่อยฉัน! ฉันขอโทษ!” ภาวินีขยับเข้าไปกอดขิม แต่รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหนักขึ้นจนหายใจลำบาก
เสียงกระซิบดังรอบตัว “คืนให้… คืนให้…”
วงกลมบนผนังขยับหมุนวนอย่างช้าๆ เงาดำมืดพุ่งออกจากวงกลม ก่อตัวเป็นร่างสูงโปร่งไร้ใบหน้า มันยื่นมือมาหาขิม ขิมร้องไห้ ดิ้นรน แต่ขยับตัวไม่ได้ ภาวินีตะโกนสุดเสียง
ทันใดนั้น ภาวินีเผลอคว้าแขนขิมแน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบลึกถึงกระดูก เธอกระซิบบอกขิมเสียงสั่น “อย่าฟังเสียงนั้น! อย่าฟัง!”
ขิมสะอื้น เสียงกระซิบดังใกล้ขึ้น “คืนให้… คืนนั้น… เธอไม่ควรอยู่…”
ภาพในหัวภาวินีแล่นวาบ เธอจำได้ถึงวันที่เธอเผลอทำให้เพื่อนร่วมหอคนเก่า “ฝ้าย” พลัดตกบันไดเมื่อปีก่อน… ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น เธอปกปิดความผิดไว้ในใจ นับแต่นั้นมา ทุกคืนเธอได้ยินเสียงฝ้ายร้องไห้ในความฝันที่เธอกลัวจะเป็นจริง
ขิมหันขวับมามองภาวินี ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เธอก็ได้ยินใช่มั้ย… เธอก็หนีไม่ได้เหมือนกัน…”
เสียงกระซิบดังขึ้น “ความเงียบ… จะอยู่กับเธอตลอดไป…”
วงกลมสามวงมืดสนิท เงาดำกลืนห้องทั้งห้อง ความเงียบเข้าครองทุกสิ่ง
รุ่งเช้า ผู้ดูแลหอพักเปิดประตูห้อง 209 พบเพียงความเงียบ กับรอยน้ำเป็นรูปวงกลมซ้อนกันสามวงบนพื้นห้อง ไม่มีร่องรอยของภาวินีหรือขิม เหลือเพียงเสียงฝนที่ไม่เคยหยุดตกกับความว่างเปล่าในห้องนั้นตลอดไป