กว่าจะบอกว่ารัก
เสียงนาฬิกาในคาเฟ่ใกล้มหาวิทยาลัยเดินอย่างช้า พลอยนั่งอยู่ตรงมุมหน้าต่าง ก้มหน้าลงกับสมุดวาดรูป ดินสอกดในมือลูบไล้เส้นบาง ๆ อย่างลังเล สายตาเหลือบมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มาสายอีกแล้ว กวิน” พลอยพูดเบา ๆ ไม่เงยหน้าขึ้น เขาร่วมหัวเราะแผ่ว ๆ ก่อนทิ้งเป้บนเก้าอี้เยื้องกัน
“มีประชุมกลุ่มยืดเยื้อ ไม่อยากทิ้งไว้ให้เธอรอหรอก” เสียงกวินหวานนุ่ม แต่เจือความเหนื่อยบางอย่างที่จับได้ไม่ยาก
ทั้งคู่นั่งกันอย่างนั้น ท่ามกลางเสียงกาแฟไหลลงแก้ว พลอยเหลือบตาข้างเดียวมอง เขาเองนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดูอึดอัดแปลก ๆ ในความเงียบ
“วันนี้มีอะไรในใจเหรอ?” พลอยกระซิบ กวินส่ายหน้า กระชับสายกระเป๋าแน่น “ไม่มีอะไร”
แต่พลอยจับน้ำเสียงนั้นได้ เธอไม่ถามต่อ ขยับมือวาดต่อจนเส้นดินสอเลอะนิ้วตัวเอง
“เธอว่าการที่เราเดินบนเส้นทางแตกต่างกัน จะพาเราไปคนละฟากไหม” พลอยพูดขึ้นกะทันหัน สายตามองผ่านหน้าต่างไปยังท้องฟ้า
“ทำไมจู่ ๆ ถามแบบนี้ล่ะ?” กวินถามกลับ เอียงคอเล็กน้อย สีหน้าแข็งขึ้นวูบหนึ่ง เขายิ้มหยอกแกน ๆ
“นี่ไง ฉันวาดฝันอยากไปอิตาลี เรียนต่อศิลปะ เธอก็ชอบตัวเลขอยากเป็นคนทำธุรกิจในเมือง” พลอยลากนิ้วตามเส้นรูปในมือ
“ฝันมันก็ฝันนั่นแหละ เราจะอยู่ข้าง ๆ กันได้ต่อให้เดินคนละทาง” กวินเสียงแผ่วเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่พูดนัก
ช่วงเวลานั้นเงียบงัน ทั้งสองนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ยินเพียงเสียงรถห่าง ๆ เท่านั้น
เกือบหนึ่งเดือนผ่านไป พลอยแทบไม่ได้เจอกวินเลย เขาติดกิจกรรม ติว และงานจองบูธแลกเปลี่ยน มื่อเธอทักแชทไปก็ได้รับเพียงสติ๊กเกอร์ตอบกลับ
วันหนึ่ง กวินโผล่มาเงียบ ๆ หน้าห้องเรียน ส่งกล่องข้าวกลางวันให้
“ลืมกินข้าวอีกแล้วใช่ไหม” กวินพูด ดวงตาหรี่ลงคล้ายล้อ แต่พลอยกลับหัวเราะไม่ออก
“ก็ถ้านัดกันเหมือนเมื่อก่อน ให้เธอมานั่งเป็นเพื่อนคงไม่ลืมหรอก” พลอยพูดเสียงเรียบ กวินชะงัก มือที่ยื่นกล่องข้าวค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะดึงกลับมาช้า ๆ
“ขอโทษ…” เสียงเบากว่าเดิม เธอรับกล่องข้าวไว้ แต่ในใจหนักอึ้ง
ค่ำนั้น ฝนพรำ พลอยนั่งลงข้างหน้าต่าง วาดภาพฝนเป็นหยดร่วง เธอนึกถึงเสียงกวินที่เอ่ยขอโทษ ยังเจ็บแปลบอยู่ดี
“ทำไมต้องขอโทษ เธอไปตามฝันของเธอไม่ได้หรือไง” เธอบ่นกับตัวเอง
อีกฟากหนึ่ง กวินเดินคนเดียวกลับหอพัก เขาหยุดใต้ไฟถนน กดมือถือดูข้อความเก่า ๆ ของพลอยนิ่งนาน
“เราเปลี่ยนไปจริง ๆ เหรอ” กวินพึมพำกับตนเอง ลมฝนปะทะหน้าเย็นเฉียบ เขาเก็บมือถือแล้วเดินเข้าเงามืด
ช่วงกลางภาค กวินดูยุ่งมาก ยิ่งวันสอบยิ่งห่าง เธอเห็นเขาผ่าน ๆ กับกลุ่มเพื่อนใหม่ในภาค เธอมุ่งแต่กับโปรเจกต์ศิลปะ จนวันหนึ่งเมื่อเลิกคลาส เธอพบกวินนั่งรออยู่บนม้านั่งใต้ต้นหางนกยูงหน้าตึก
“รอใครเหรอ?” พลอยถามเหมือนเล่น เขาเงยหน้า ดวงตาคล้ายนอนน้อย
“รอเธอ …อยากคุยด้วย” กวินเว้นวรรค ริมฝีปากสั่น ๆ แต่เก็บอาการไว้ “…เราไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนก่อนเลย”
พลอยนั่งลงข้าง ๆ สองมือยังถือพู่กันเปื้อนสี
“เธอเลือกเองไม่ใช่เหรอ?” พลอยเงยหน้ามองท้องฟ้า แดดตกใกล้เที่ยง ผีเสื้อบินผ่านหัวแบบไร้จุดหมาย
“รู้ไหม ฉันกลัวกลายเป็นแค่คนรู้จักในความทรงจำของเธอ” กวินกระซิบ ไม่สบตา
“แต่เธอเป็นมากกว่านั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?” พลอยเม้มปาก หยุดนิ่ง จังหวะนั้นเงียบยาวจนลมเย็นพัดผ่าน
“แต่ถ้าอีกหน่อย ฉันย้ายไปเรียนต่อ แล้วเธอก็มีเพื่อนใหม่กันหมด เราจะ …กลายเป็นใครอีกคนไหม”
พลอยนิ่ง เงียบไปนาน ก่อนพูดเบา ๆ “ฉันก็กลัวเหมือนกัน”
อาทิตย์ต่อมา กวินเริ่มทักพลอยพร้อมส่งรูปแมวไร้เหตุผลเหมือนเมื่อก่อน มุกตลกในแชทแลดูฝืด ๆ แต่กลับทำให้พลอยอมยิ้มได้ตลอดวัน
คืนนั้นพลอยทบทวนบันทึกความฝันเดิม พลิกดูไฟล์พอร์ตศิลปะที่จะต้องส่งทุน เธอเลื่อนดูภาพวาดเก่าที่มีรูปกวินอยู่เสมอ แม้แต่รูปวิวก็ยังแอบแทรกร่างบอบบางของเพื่อนเอาไว้ พลอยยิ้มให้กับตัวเองอย่างแปลกใจ
วันประกาศผลรอบแรกมหาลัยต่างประเทศ พลอยแอบหวังในใจ แต่เก็บความดีใจไว้เงียบ ๆ เธอส่งไลน์ไปหากวินสั้น ๆ “ติดรอบแรกแล้วนะ” เพียงประโยคเดียว
“สุดยอดเลย!” กวินตอบกลับมาเกือบทันที “จะต้องปาร์ตี้ฉลองให้ได้”
“ถ้าเธอว่างล่ะนะ มีงานกลุ่มไม่ใช่เหรอ?” พลอยแหย่ กวินส่งสติ๊กเกอร์หัวเราะกลับ ปล่อยให้พลอยนั่งเงียบ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบตัว
งานปาร์ตี้เล็ก ๆ ถูกจัดในห้องพักของกวิน โดยมีเพียงเค้กกล้วยกับน้ำอัดลม พลอยหัวเราะ บ่นว่าเขาเลือกเค้กตามใจตัวเองมากกว่าเพื่อฉลองให้เธอ
“ตกลงใครเป็นนางเอกงานนี้นะ?” พลอยทำเสียงสูง กวินยิ้มกริ่มไม่ตอบ ดวงตาอมประกายขี้เล่น
เพลงที่เปิดเบา ๆ ในห้องแคบ ๆ สร้างช่วงเวลาอบอุ่นขึ้น เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตนเอง พลอยอยากพูดบางอย่างแต่ก็ติดขัดเจ็บ ๆ ในอก
“ปีหน้า…” เสียงกวินเหมือนจะพูดต่อ แต่เงียบไปชั่วครู่ “…เธอจะไปจริง ๆ ใช่ไหม”
“ถ้าได้ทุนก็ต้องไปแหละ” พลอยถอนหายใจ ก้มหน้ายิ้มจาง ๆ
“จะคิดถึงไหม?” กวินเอ่ยเสียงขำกลบความจริงจัง
“คิดถึงสิน่า ก็เราคุยกันแทบทุกวัน” พลอยตอบ กลั้นหัวเราะ จู่ ๆ คลื่นความเศร้าซึมซาบเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
“ฉัน… เอ่อ …อยากให้เธอได้ไปตามฝันนะ แต่กลัวว่าฉันจะติดอยู่ตรงนี้” เสียงกวินติดขัด ทำท่าจะเก็บเศษเค้ก กระพริบตาถี่พลางหลบสายตา
“เธอไม่ได้ติดอยู่ตรงไหนทั้งนั้น” พลอยตอบ นิ้วมือบีบเปลือกกล่องเค้กเบา ๆ “ใครบอกให้เธอหยุดฝันล่ะ?”
ทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่ง ๆ ไม่มีใครพูดยาวกว่านั้น ค่ำคืนจบลงอย่างเงียบงันแต่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ไม่อาจพูดออกมาได้
หลังจากวันนั้น ชีวิตของทั้งสองเริ่มยุ่งขึ้น ต่างฝ่ายต่างหายเงียบไป พลอยทุ่มเททำพอร์ตส่งรอบสุดท้าย กวินต้องฝึกงานเข้มข้นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ
วันหนึ่ง โทรศัพท์ของพลอยสั่นเตือน ข้อความเดียวจากกวิน “ขอให้วันนี้ผ่านไปดีนะ” ถือเป็นการให้กำลังใจเงียบ ๆ ที่เธอต้องการมากที่สุด
เวลาผ่านไปเกือบสองเดือน พลอยกดโทรศัพท์หากวินแต่ปลายสายไม่รับ หลังจากนั้นวันนั้นไม่มีข้อความตอบกลับ ความเหงาท่วมท้นใจอย่างไม่มีที่มา
ผ่านไปเจ็ดวัน กวินเพิ่งไลน์มาสั้น ๆ “ขอโทษ กำลังยุ่งมาก มีอะไรไหม?”
“ไม่มีอะไร” พลอยตอบ แต่แววตาฉายน้ำตาเบาบาง เธอไม่รู้จะคุยอะไรอีก โลกสองใบเริ่มห่างกันทีละนิด
เพื่อนในกลุ่มเริ่มเล่าเรื่องความรักให้พลอยฟัง “ถ้าชอบก็บอกไปเถอะ ไม่งั้นจะพลาด” เพื่อนพูดทีเล่นทีจริง เธอได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน
ค่ำหนึ่ง พลอยเดินเล่นริมคลองในมอ เสียงกบร้องพร่ำพรอดกับลมเย็น เธอเปิดสมุดวาดรูป วาดภาพกวินซ้ำ ๆ อย่างไม่รู้ตัว
“อย่าวาดบ่อยสิ เดี๋ยวไปจากเธอยากขึ้นทุกวัน” เสียงในหัวกระซิบจี้ใจ พลอยหมดแรง เธอคิดถึงการบอกกวิน …แต่ก็กลัวว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลง
สุดท้ายเธอก็จัดใจส่งรูปแมวที่วาดเองไปให้กวิน “ชอบไหม?”
“น่ารักดี มีความพยายามอยู่ในตาแมวตัวนี้” กวินตอบกลับ พวกเขาหัวเราะอยู่หน้าจอแต่ไม่พูดถึงความรู้สึกในใจ
วันรับปริญญาใกล้เข้ามา กวินได้รับงานที่บริษัทใหญ่ พลอยได้ทุนเรียนอิตาลี สองช่วงชีวิตเดินจากกันไปเร็วขึ้นทุกที
คืนสุดท้ายก่อนพลอยเดินทาง กวินก็ยังไม่กล้าพบ พลอยนั่งรอเขาใต้ต้นหางนกยูงเหมือนวันเก่า ๆ ขณะเดียวกัน เธอเปิดมือถืออ่านข้อความที่ไม่ได้กดส่งมาแรมเดือน
“ถ้าเธอได้อ่านตอนนี้ เธอคงอยู่ในเครื่องบินแล้ว ฉันอยากบอกว่า ฉัน…” พลอยกลืนไม่ลง ลบข้อความซ้ำ ๆ อยู่เช่นนั้น
แต่แล้วกวินก็เดินมาช้า ๆ ในแสงไฟสลัว เงียบ งุนงง น้ำตารื้นน้อย ๆ ฟากหนึ่ง
“อย่าเพิ่งไปได้ไหม…” เสียงกวินแผ่วสั่น
พลอยหลุดหัวเราะไห้ “เธอดูจะขอได้ตลกที่สุดในโลกเลย”
“ฉันไม่อยากให้เธอหายไปจากชีวิตจริง ๆ …แต่ก็ไม่อยากรั้งเธอไว้”
“งั้นเราจะอยู่ในชีวิตกันต่อไปยังไงดีล่ะ กวิน” พลอยยิ้ม วางหัวบนไหล่เขาเบา ๆ
ยาวนานของความเงียบเดินผ่าน สีท้องฟ้ายามรุ่งเช้างดงาม พวกเขาไม่ได้พูดคำว่ารักออกมา แต่ทั้งพลอยและกวินต่างรู้ถึงความหมายเหล่านั้นจากสายตา อ้อมกอด และความอบอุ่นที่โอบรัดความเจ็บปวดของการเติบโต
ชีวิตแยกคนละทาง แต่สายใยผูกพันยังคงอยู่ ด้วยการที่ทั้งสองเติบโตขึ้นพร้อมกันโดยที่ไม่ต้องพูดคำว่ารักออกมา …แต่อยู่ในหัวใจเสมอ