ซอยนี้มีแต่ป่วน
แดดเช้าฉาบซอยเล็ก ๆ ให้อุ่นไล้กำแพงบ้านเก่า วันที่ดูเหมือนจะสงบสุขกลับโหมกระหน่ำเสียงดังลั่นเมื่อ “ป้าแจ๋ว” เจ้าของบ้านเลขที่ 17 เปิดหน้าต่างร้องเสียงแหลมลั่นลานซอย “ต้าวดำหาย! ต้าวดำหาย! ใครขโมยแมวฉัน!” เสียงนี้สะเทือนถึงบ้านลุงหมึก ร้านของชำข้างซอย ลุงหมึก หัวหน้าทีมกู้วิกฤตประจำชุมชน มักมั่นใจในการแปลความหมายเองเป็นที่หนึ่ง เดินมาตะโกนใส่ปากซอย “ขโมย! มีขโมยบุกซอย! ทุกคนเอาของเข้าบ้าน!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แม่จี๊ด ลูกสาวคนเดียวของลุงหมึก ที่นั่งแปรงผมอยู่ เงยหน้าถอนหายใจ “ป๊ารู้ได้ยังไงว่าเป็นขโมย ไม่ใช่ว่าป้าแจ๋วลืมให้อาหารเองหรอก” ลุงหมึกสวนกลับแบบทันควัน “ลืมหรือไง ว่าป๊าจับได้ตั้งสามครั้งแล้ว ว่าแมวป้าแจ๋วปีนข้ามหลังคาไปฝั่งโน้น ที่โน่นมันอันตรายมาก” แม่จี๊ดยกมือขึ้นทำท่าเหมือนไม่อยากเอาชนะ “อือ…งั้นป๊าก็จัดการเลยจ้า หนูต้องไปส่งของให้เจ๊ติ๋ม เดี๋ยวกลับมาฟังตอนจบ!”
ป้าแจ๋วยังดราม่าต่อหน้าบ้าน โผเข้าไปหาลุงหมึก “ช่วยฉันหน่อย! ต้าวดำฉัน…ไม่มีทางหนี! มีแน่ขโมยในซอย!” ลุงหมึกโอ่อวด “เดี๋ยวผมจะรวมพลซอย! ไม่เคยมีโจรคนไหนรอดหรอกในนี้” เจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่ชื่อ “น้าเรนนี่” ยืนดูเหตุการณ์ เธอพูดขัดขึ้นแบบเนิบ ๆ ชิล ๆ “หรืออาจจะแค่ไปจีบสาวซอยข้าง ๆ ก็ได้ค่ะป้าแจ๋ว แมวก็เป็นนะคะ”
เสียงตึงตังหน้าบ้านใหญ่ฝั่งตรงข้าม “พี่แจ๋ว! มีอะไรเหรอ ฉันหลับอยู่เลย” ป้าฟ้า เพื่อนซี้คู่ปรับตลอดชีพ แหกปากถามพร้อมม้วนผมในมือ ป้าแจ๋วโวยตอบ “แมวฉันหาย! ก็มีขโมยไง ยังจะถามอีก!” ทุกการสื่อสารในซอยนี้ไม่ค่อยตรงประเด็น น้าเรนนี่ก็ยังพูดชิลต่อ “ป้าแจ๋ว แมวเวลาหนีมันก็เหมือนคนเลิกงานอะค่ะ ไม่ค่อยบอกใครหรอก…” ป้าแจ๋วทำหน้างง ส่วนลุงหมึกหยิบวิทยุทรานซิสเตอร์แทนโทรศัพท์ ประกาศข่าวว่า “ทุกบ้าน! เตรียมป้องกันขโมย!”
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านปลายซอย เจ้า “ต้าวดำ” จริง ๆ แล้วกำลังเดินชิล อมข้าวเปียกแอบกินของหมาท้ายซอย เจ้าเป๊ปซี่ หมาอ้วน เจ้าของบ้านคุณยายปุ้ม ก้อน้ำหนักเกินนอนขวางประตูบ้านอยู่ แต่ไม่มีใครถามเจ้าตัวแมว ตัวหมา หรือคุณยาย ส่วนยายปุ้มหลับเสียงกรนยังรอดจากพายุข่าวลือ
รวมพลกลางซอยเกิดขึ้นกลางแดดเปรี้ยง ลุงหมึกแจกหน้าที่ “ป้าฟ้าตรวจท้ายซอย น้าเรนนี่เช็คกล้องวงจรปิด ส่วนพี่พงษ์เก็บของมีค่าเข้าบ้านไว้!” พี่พงษ์พนักงานขายประกันตัวสูงผอม ผมเซียว ๆ ทำทีระวัง ยืนกอดหมอนเงินไว้แน่น “ถ้ามีขโมยจริงผมขออายัดเงินเก็บก่อนนะครับ”
ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างขันแข็ง แม้ว่าส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่ากำลังหาขโมย แมว หรือแค่ควรเก็บของเอง น้าเรนนี่เดินไปเปิดจอทีวีเล็ก ๆ ดูกล้องวงจรปิด ใจจริงอยากไปดูละครแต่โดนลากมายุ่งกับความวุ่นวายแทน เธอสะกิดลูกสาวตัวเล็กที่ชื่อพิมให้มาช่วยนับแมวจากกล้อง
ป้าฟ้าเดินตามแมวขาวของตัวเองซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับเรื่องนี้ พอติ้งเล่ห์ลีลาพยายามให้ดูเหมือนกำลังสืบสวน สอบสวนเศษขนแมวเทียมที่ปลิวมา ป้าฟ้าตะโกนถามลูกชาย “เล็ก! วิ่งมาตรวจเจอแมวอะไรในรั้วบ้านโน้นบ้าง!” เด็กชายเล็กที่กำลังเล่นเกมมือถือรำคาญใจ “แมวบ้านป้าแจ๋วสีดำ ตัวอ้วนน่ารัก ที่จริงเมื่อเช้าผมเห็นอยู่…แต่ไปไหนนะ…”
เสียงแม่จี๊ดกลับมาที่ซอยด้วยกับข้าวเต็มมือ “สรุปหาแมว หรือตามจับขโมย?” น้าเรนนี่ปัดมือ “แล้วแต่มุมมอง คนละโจทย์ แต่สนุกดีเนอะ?” ลุงหมึกยังคุยวิทยุสวนกับพี่พงษ์ “สรุปหายังไงกันแน่? แมวหรือเงิน?”
ระหว่างนั้น ป้าแจ๋วลอบเดินงุด ๆ ไปถาม “ยายปุ้ม เห็นต้าวดำไหม?” กรนหนึ่งทีแล้วพูดละเมอ “อึ่ง…ปลากระป๋องกินหมดแล้ว รอเดือนหน้าก่อน” ป้าแจ๋วพยักหน้า ทั้งที่ไม่เข้าใจ ยิ่งเชื่อว่ามีขโมยเอาแมวไปแลกข้าวกระป๋องจริง ๆ
เจ๊ติ๋ม คนส่งพัสดุขับมอไซค์วนเวียนเห็นเหตุการณ์วุ่นวาย ถาม “จะสั่งแมวคืนกับของกินอะไรเพิ่มมั้ยคะ เห็นรอบนี้ออกจะอลหม่าน” ลุงหมึกตอบจริงจัง “ขอวิทยุใหม่ กับกล้องวงจรปิดที่ชัดกว่า!” เจ๊ติ๋มไม่ได้ตั้งใจจะขาย กลับได้โบนัสออเดอร์
ความวุ่นเริ่มลามไปอีกสองบ้าน หนุ่มอาร์ม วัยรุ่นที่เพิ่งตื่นปัดหาว มองออกหน้าต่าง บ่นงัวเงีย “แม่…คนแถวนี้เค้าล่าหัวขโมย หรือเล่นซ่อนแอบกันอะ” แม่อาร์มส่ายหัว “ย้ายไปก็แล้วกัน ซอยนี้เขียนนิยายกันเป็นฉาก ๆ”
พี่พงษ์กลัวจริงจัง มัดเงินแน่นกลัวจะโดนขโมย “เดี๋ยวคืนนี้ผมหอบเงินไปนอนในห้องน้ำ” ลุงหมึกมองขำ ๆ “ระวังเจอขโมยส้วม”
บ่ายคล้อย ผลสืบสวนกล้องไม่พบหลักฐานอะไรนอกจากคลิปแมวตัวหนึ่งวนรอบขาเป๊ปซี่หมาอ้วน เหมือนกำลังเจรจาต่อรองกัน ลุงหมึกโยนข้อสันนิษฐานใหม่ “หรือแมวโดนหมากักตัวไว้!” ป้าแจ๋วร้อง “ขโมยหมากับขโมยแมวร่วมมือกันเหรอ?!”
แมวเป๊ปซี่นั่งงงหน้ากล้อง ส่วนลูกสาวน้าเรนนี่บรรยาย “แมวเหมือนนั่งประชุมกับหมาค่ะคุณลุง” ลุงหมึกตีความเอง “งั้นนายหมาคือหัวหน้าแก๊งโจร!”
พยายามตามรอยกันสารพัด จนพระอาทิตย์ลับขอบซอย พี่พงษ์ที่ยังเอาเงินซุกมุมรั้วก็ลุกขึ้นตะโกน “มาดูเร็ว! มีแมวสีดำ ตัวเท่ากับรูปป้าแจ๋วเลย!” ทุกคนวิ่งโขยกเขยกไปดู
ปรากฏว่าเจ้าต้าวดำกำลังหลับปุ๋ยข้างเป๊ปซี่หมาอ้วน ไม่มีพิรุธอะไรแม้แต่น้อย ยายปุ้มลืมตาตกใจ “อ้าว ป้าจะหาแมวตัวเองทำไม อยู่ตรงนี้เอง!” ป้าแจ๋วยักไหล่ “อ๋อ…มันกลับมาเองบ่อย ๆ แหละค่ะ สงสัยวันนี้จะเบื่อข้าวบ้านฉัน เลยไปกินหม้อหมาคุณยาย”
ลุงหมึกถอนหายใจ “สุดท้ายซอยเราต้องปั่นข่าวก่อน ตรวจกล้องก่อน ถึงจะรู้ว่าแมวไม่ได้หายอะไรเลย” น้าเรนนี่พูดขำ ๆ “ชุมชนเราต้องสืบสวนกันเองถึงจะสบายใจเนอะ”
แม่จี๊ดยื่นข้าวกล่องให้ลุงหมึก “กินก่อนไหมป๊า เดี๋ยวข่าวต่อไปจะเป็นเรื่องเก็บเงินลับ ๆ ของพี่พงษ์บ้าง” ทุกคนหัวเราะ ยายปุ้มสะดุ้งตื่นงัวเงีย “เอ้า ใครจะเอาข้าวกระป๋อง?”
ฟ้าเริ่มมืด ซอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ (แต่ไม่นาน) น้าเรนนี่ปิดร้าน ขณะป้าแจ๋วกอดต้าวดำแน่น “ดีใจนะที่ทุกคนช่วยกัน ถึงจะวุ่นวายหน่อยก็เหอะ” ลุงหมึกพูดกลั้วหัวเราะ “รอบหน้าถ้าแมวลุงหาย อย่าเพิ่งประกาศ เดี๋ยวยกซอยตามหาอีกนะ!”
น้าเรนนี่ยักคิ้ว “รอบหน้าอาจเป็นคนหาย อย่าประกาศเร็ว เดี๋ยวเหมาซอยไปหมด” ทุกคนยิ้มอารมณ์ดี หัวเราะปนน้ำตา ก่อนปิดประตูบ้านตามเสียงหมาหอนยามค่ำ ซอยนี้…คงป่วนต่อไปแบบนี้ทุกวัน