ซอยนี้มีแต่เรื่อง (ยิ่งช่วยยิ่งป่วน)
เสียงตะโกนข้ามรั้วกลางซอยในเช้าวันเสาร์เป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้รู้ว่า… ซอยนี้ไม่มีวันเงียบ พชร หนุ่มวัยสามสิบที่มีนิสัยคิดมากเกินเหตุ เงยหน้าจากข้าวเปล่ากับไข่ต้ม ทึ้งผมตัวเองเบา ๆ “เมื่อไหร่ซอยเราจะสงบซักทีนะ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะที่เขาคิดอยู่นั้น ทวิช เพื่อนซี้ผู้จิตใจดีแต่มักมั่นใจผิด ๆ ก็วิ่งตะกุยฝุ่นมาจากหน้าบ้านฝั่งตรงข้าม มือกำถุงปริศนาขนาดกลาง “พัด! นี่แหละแผนลับช่วยยายอิ่ม!”
พชรขมวดคิ้ว “ช่วยอะไรนะ? ใครเดือดร้อนอีกล่ะ?”
ทวิชทำหน้าสำคัญ “ยายอิ่มหายตัวไปแต่เช้า เดี๋ยวเราไปตาม หาเจอแน่ ดูนี่!”
เสียงหอนของหมาวัดลอยตามลม แล้วเพื่อนบ้านเริ่มทยอยออกมามอง พชรถอนหายใจหนัก ๆ คว้ารองเท้าแต่อีกใจก็อดตื่นเต้นไม่ได้
“พัด มาเร็ว ๆ ฉันเห็นรอยเท้าคนลากอะไรไว้นอกบ้านยายด้วย!” ทวิชตะโกนแบบฮีโร่สุดขีด ทำเอาเด็กปั่นจักรยานหยุดมองอย่างขำขื่น
สองหนุ่มเดินตามรอยเท้าที่เหมือนจะมุ่งไปหลังตึกแถว เจอธัญญา ป้าเพื่อนบ้านผู้เชื่อว่าตัวเองคือโคนันประจำซอยยืนกอดอก เธอฮึมฮำ “ฉันว่ายายอิ่มอาจถูกลักพาตัว ดูจากรอยคนนั่งในซุ้ม”
ทวิชตาโตทันที “จริงดิพี่ธัญ? หรือจะเป็นแก๊งหัวขโมยปลากัด!”
พชรพึมพำ “ฉันว่ายายอิ่มน่าจะลืมมือถือแล้วเดินไปตลาดมากกว่า วุ่นแฮะ…”
คำนั้นเอง สมปอง รุ่นพี่วินมอเตอร์ไซค์กำลังโม้ในกลุ่มเพื่อนว่าเห็นคนใส่เสื้อลายดอกหอบของไปซอยข้าง ๆ หน้าคล้ายยายอิ่ม พวกเพื่อนหันขวับ เท่ากับยิงสัญญาณให้ซอยนี้รับรู้พร้อมกัน
“งั้นฉันไปตามสืบซอยข้าง ๆ ใครจะไปด้วยบ้าง?!” ทวิชชูมือโดดเด่น ธัญญาขอตามด้วย บรรดาเด็ก ๆ กุลีกุจอเกาะกลุ่มตาม เหมือนขบวนล่าสัตว์ประหลาด
ฝนเริ่มโปรยเมื่อขบวนวุ่น ๆ ขยับเข้าไปในซอยแคบ ๆ พชรเห็นว่ายิ่งห้ามเพื่อนยิ่งยุ มองเลยไปเห็นน้องไผ่ เพื่อนบ้านผู้ชอบทำอะไรสวนกระแส “ไปด้วยสิพี่ เดี๋ยวช่วยถามให้”
ทิ้งท้ายรั้วซอยไว้กับเสียงบ่นของคุณจันทรา เจ้าของร้านขายกับข้าว “วันเสาร์ทีไรซอยนี้ต้องมีเรื่อง!”
ซอยข้าง ๆ เงียบผิดปกติ ทวิชยิงคำถามมั่ว ๆ กับคนขายผลไม้ “เมื่อเช้าเห็นยายเสื้อลายดอกไหมครับ?”
คนขายผลไม้แปลกใจ “อ้าว… เห็นเดินไปเซเว่นนู้นไง เดินไวเหมือนจะรีบเลย”
กลุ่มเดินตามปรี่ไปหน้าร้านเซเว่น แต่มองหาร่างยายอิ่มไม่เจอ ทวิชเริ่มเหงื่อตก “กลัวจะเป็นฝีมือไอ้แก๊งปลาเรียบ”
พชรเริ่มลังเล “ฉันว่ายายอิ่มน่าจะกลับไปบ้านแล้ว—”
แต่พอเดินกลับถึงซอย บ้านของยายอิ่มถูกล็อกทุกหน้าต่าง เห็นได้จากรอยฝุ่นว่าน่าจะยังไม่มีใครกลับมาเลย พชรเองก็อดเครียดไม่ได้ “หรือจะโดนลักพาจริง ๆ?”
ขณะนั้น ไผ่ใช้มือฟาดหน้าผาก “เอาอย่างนี้… เดี๋ยวผมลองโทรหายายอิ่มดู!”
ทวิชกระโดดขวาง “มันต้องเป็นกับดัก! ถ้าโทรไปคนร้ายอาจรู้!”
ทุกคนยืนเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนธัญญาจะพูดขึ้น “หรือ… ยายอิ่มจะหลบพวกเราเอง? เพราะเราขยันเดินไปขอแจกขนมทุกวัน…”
เสียงแปลก ๆ ดังมาจากบนหลังคา ไผ่แง้มตาดู “พี่ ๆ นั่นหมาของยายอิ่ม หรือเปล่า มันอยู่บนหลังคาได้ยังไงอะ?”
กลุ่มเริ่มปะติดปะต่ออะไรไม่ได้ พชรขยี้ตาแรง ๆ “เอาเป็นว่า เราลองแบ่งหน้าที่ เผื่อช่วยเร็วขึ้น”
แต่ในหัวแต่ละคนคิดแผนของตัวเอง โดยไม่มีใครฟังใครเลย
บ่ายคล้อยกลุ่มเพื่อนซี้ยิ่งขยายเป็นกองทัพ มีทั้งแม่ค้า คนขับวิน เด็กน้อยขี่จักรยาน ต่างคนต่างโวยวาย บ้างเสนอให้ปิดถนน บ้างบอกให้โพสต์เฟซบุ๊ก บ้างจะโทรหา “สายลับปลากัด” ที่ไม่มีอยู่จริง
พชรเดินคอแข็งไปพูดกับทวิช “มันเละแล้ว คนเยอะไปหมด เธอไปบอกทุกคนหน่อย ว่าเราคิดว่ายายอิ่มอาจไปวัด”
แต่ทวิชหลุด “ทุกคน! เอาละ! พชรคิดว่ายายอิ่มถูกจับตัวไปซ่อนที่วัด!”
เกือบทุกคนหันขวับ รีบคว้าของ ใครมีหมวกใส่หมวก มีร่มใส่ร่ม กองคาราวานเพี้ยน ๆ มุ่งสู่วัด
เสียงสวดมนต์ลอยออกมาจากวัด ขบวนชุมชนเงียบกรวมไปรอหน้าศาลา มีแต่เสียงหายใจฟืดฟาด ทวิชมองหน้าพชร “เราใจเย็นกันไว้”
หลวงตาเดินออกมา สีหน้างุนงง “มางานศพเหรอโยม?”
กลุ่มทุกคนสะอึก พชรพยายามยิ้ม “ขอโทษครับ พวกเรามาตามหาคนหาย… คือยายอิ่ม เพื่อนบ้าน…”
ไผ่หันไปกระซิบ “พี่ครับ ถามแบบนี้เจอแต่ศพมั้ยนี่?”
หลวงตายิ้มอ่อนโยน “ยายอิ่มน่ะเหรอ เพิ่งแวะซื้อของถวายวัดเมื่อคืนนี้เองวันนี้ยังไม่เห็นนะ”
ผู้ใหญ่บ้านเดินโผล่มา “เจ้าพวกนี้ เห็นป้ายประกาศงานบวชไหม ไปติดทั่วซอยเลย ยายอิ่มเป็นแม่ครัว ถูกเรียกไปเตรียมอาหารตั้งแต่ตีห้า!”
ทุกคนหันมองหน้ากัน แล้วหัวเราะกลบเครียดไปทีละคน พชรอยากจะมุดดินหนี “ซวยแล้ว ฉันดันคิดมากเกินไปจนชวนคนทั้งซอยวุ่น!”
แต่ทุกคนกลับยิ้ม มีทั้งรอยเขินและความโล่งใจ เสียงทวิช “ฉันบอกเองไง นี่แหละแผนลับ (แต่ผิดคน)”
เย็นวันนั้น ขบวนคนซอยเดียวกันนั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าบ้านยายอิ่มที่เพิ่งกลับมา หัวเราะเอิ๊กอ๊าก แหย่ “คราวหน้าบอกกันบ้างนะยายอิ่ม!”
ยายอิ่มส่ายหน้า “ถ้าพวกเอ็งไม่ยุ่ง ฉันจะได้กลับมานั่งเฉย ๆ หรือเปล่าว้า?”
เด็ก ๆ ตะโกน “อย่างน้อยก็สนุกดีครับยาย รถลุยน้ำกันปึ้ก!”
พชรตบไหล่เพื่อน “ครั้งหน้าฉันจะรู้จักปล่อยวางบ้างแล้วล่ะ…”
เสียงหัวเราะจาง ๆ กับกลิ่นข้าวหมูปิ้งลอยคลุ้ง ซอยเล็ก ๆ ที่ไม่มีวันเงียบ… กลายเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความวุ่นน้ำใจ
ไผ่กระซิบ “พี่พัด ครั้งหน้า ลองไม่ช่วยดูสักวันมั้ย?”
เสียงพชรในใจ “ไม่ช่วยแล้วจะนิ่งไหวเหรอ…”