แสงใต้ตึกเก่า
เสียงรองเท้าย่ำบนพื้นกระเบื้องเก่าใต้ตึกอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยยังคงดังก้องคล้ายความทรงจำ ขวัญยืนลังเลอยู่ตรงทางเดิน เธอหายใจเข้าออกลึก ๆ กำลังจะเดินไปห้องเรียน แต่เสียงของใครบางคนก็ขัดจังหวะความคิด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขวัญ รอด้วยดิ!” เสียงของจิน เจ้าของผมสีน้ำตาลยุ่ง ๆ วิ่งมาจากอีกมุม ชุดนักศึกษาของเขาดูยับ ๆ ในแบบที่ขวัญเคยบ่นแต่ไม่เคยหยุดยิ้ม
ขวัญหันไปมองเล็กน้อย ริมฝีปากขยับเหมือนจะทักแต่กลับเงียบ จินหยุดตรงหน้า บทสนทนาของพวกเขามักจะเริ่มแบบนี้
“เมื่อคืนอ่าน ‘กวีในรอยสนิม’ ยัง? เราติดอยู่บทสามว่ะ หลับก่อน” จินพูด พยายามส่งรอยยิ้มโง่ ๆ ของตัวเองมาให้
ขวัญหัวเราะเบา ๆ “เราทำรายงาน เหนื่อยจนไม่อยากลุกเลย” เธอเบือนสายตา รู้สึกถึงรอยจันทร์ในใจตัวเอง แต่ไม่เอื้อนเอ่ย
ขณะที่เดินเคียงกันใต้เงาตึกเก่า มีแสงแดดส่องลอดจากช่องหน้าต่าง ฝุ่นลอยในอากาศเหมือนเศษเสี้ยวเวลา ขวัญเก็บกระเป๋าสะพายแน่น เงียบอย่างประหลาด จินเองก็พยายามถาม แต่บางคำถามเหมือนค้างอยู่ระหว่างหายใจเข้าออก
“ขวัญ อยากไปฟังวง ‘Fat Blue’ คืนนี้ปะ?” จินถาม ความลังเลฉายชัดในแววตา
ขวัญนิ่ง ก่อนตอบเสียงแผ่ว “ขอโทษนะ เราต้องไปติวกับเกล…เราอยากเก็บเกรด” น้ำเสียงเธอพร่าบาง เหมือนรู้ว่ากำลังทำร้ายความคาดหวังของใครอีกคน
จินพยักหน้าเงียบ ๆ “ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าก็ได้…”
ความเงียบแผ่ปกคลุม แต่มันคือความเงียบที่มีเสียงของความคิดสองคนคุกรุ่น ไม่มีใครกล้าก้าวข้ามเส้นบาง ๆ นั้น พวกเขาต่างรู้สึกแต่ขาดความกล้าพอ
ในค่ำคืน แสงไฟในห้องพักหอหญิง ขวัญเลื่อนโทรศัพท์ดูรูปเก่า ๆ ที่ถ่ายกับจิน รอยยิ้มในแต่ละรูปมันดูชัดเจนและจริงใจ แต่ขวัญกลับรู้สึกถึงน้ำหนักบางอย่างภายใน เธอดูข้อความที่จินส่งมาชวนไปคอนเสิร์ตอีกครั้ง ก่อนจะพิมพ์ “ขอโทษนะ” ลงไป แล้วลบข้อความทิ้ง
วันต่อมา ขวัญกับจินเจอกันอีกที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้ตึก
“วันนี้เหนื่อยจัง” ขวัญพูดออกมาก่อน แม้ปกติจะเป็นฝ่ายเก็บความรู้สึกไว้มากกว่า
“เหนื่อยเหมือนกัน แต่อยู่กับขวัญแล้วดีขึ้น” จินตอบเสียงเบา พอพูดจบก็หลบตา เหมือนไม่อยากให้ขวัญเห็นความคิดในนั้น
ขวัญอมยิ้ม แต่มุมหนึ่งในดวงตานั้นดูเศร้า
“จิน…”
“หืม?”
“เคยรู้สึกว่าบางทีเราแค่เพื่อนกันก็พอปะ?” น้ำเสียงสั่นคลอน แม้รอยยิ้มจะยังอยู่
จินชะงัก เธอไม่ตอบกลับทันทีแต่จ้องในแววตาของขวัญที่เหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน
“เรารู้สึก…”
แต่ก่อนจะได้พูดอะไร เสียงเรียกจากเพื่อนที่มาจากข้างหลังทำลายบรรยากาศ ขวัญโบกมือเบา ๆ แล้วยิ้มลาปนเศร้าให้จิน เดินออกไปโดยเหลือความรู้สึกยังค้างคา
คืนวันหนึ่ง หลังสอบใหญ่ผ่านพ้นไป ทั้งมหาวิทยาลัยเหมือนเงียบสงบกว่าปกติ จินนั่งอยู่ลำพังบนขั้นบันไดใต้ตึกเก่า สายฝนเย็นสาดกระทบหลังคาลั่น จินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มองไลน์ของขวัญ ยังไม่ได้ส่งข้อความใด ๆ
เสียงบันไดดังขึ้น ขวัญโผล่มาพร้อมหนังสือสองเล่มในมือ เสื้อคลุมสีลายทหารกับกางเกงยีนยับ ๆ ทำให้จินยิ้มออกมา
“ยืมนี่ อ่านดู”
จินรับมา “ขอบใจนะ…”
เงียบทั้งสอง ขวัญถอนหายใจ
“จิน…คิดว่าความกลัวของคน มันหายได้มั้ย?”
จินนิ่งไปนาน
“คงไม่หาย…แต่ถ้ามีใครสักคนอยู่ด้วยตอนกลัว มันดีขึ้นว่ะ”
ขวัญหัวเราะออกมาเล็กน้อย “พูดเหมือนโตเป็นผู้ใหญ่เลยนะ”
จินยักไหล่ “พยายามโตทุกวันแหละ เพราะไม่อยากโดนขวัญทิ้งไว้ข้างหลัง”
ขวัญไม่ได้ตอบ แต่สายตาที่มองจินบอกทุกอย่าง เธอกำลังหนีความรู้สึกของตัวเอง
วันเวลาผ่านไป ใกล้จบเทอมสุดท้าย ขวัญได้รับทุนแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศ ความฝันของเธอเคยชัดเจน แต่ใจกลับสั่นไหวเพราะจิน เธอเลือกบอกจินวันที่ฟ้าฝนตกหนัก ทั้งสองหลบฝนในศาลาร้าง
“เราจะไปอิตาลี…หกเดือน” ขวัญพูดเสียงสั่น
จินยิ่งกว่าเงียบ เขามองขวัญนาน เหมือนมีอะไรในใจที่อยากจะพูดแต่กลืนลงไปกับหยาดฝนทุกหยด
“ดีจัง ขวัญเก่งจริง ๆ” จินพูดเหมือนยิ้มแต่อีกนาทีดวงตากลับแดงขึ้น
ขวัญกัดปาก ไม่ได้พูดอะไรอีก ทั้งคู่แยกกันในสายฝนทิ้งความรู้สึกห่วงหาให้ลอยค้างในอากาศ
เมื่อขวัญเดินทาง ชีวิตมหาวิทยาลัยเงียบเหงาสำหรับจิน เขาทำกิจกรรมกับเพื่อนบ้างแต่ใจลึก ๆ เหมือนขาดบางสิ่งไป จินได้รับข้อความห่าง ๆ จากขวัญ เธอส่งรูปวิว, ชีวิตใหม่, วัฒนธรรม ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้น ขวัญเปลี่ยนไป ดูมั่นใจ แต่กว่าจะคุยกันแต่ละครั้งก็ยิ่งห่างเหินขึ้นทุกวัน
คืนหนึ่ง จินได้รับอีเมลจากขวัญ
“จิน ช่วงนี้เราเหนื่อยมาก คิดถึงบ้าน คิดถึงมหาวิทยาลัย คิดถึงนาย ขอโทษที่ไม่ได้ตอบบ่อย เรากลัวนายจะห่างออกไป…”
จินไม่ตอบกลับแล้วนั่งเงียบอยู่บนเตียง นานจนเกือบเช้า
ขวัญเริ่มกลับมาคิดถึงจินทุกวัน แม้บทเรียนและสิ่งใหม่ ๆ จะดึงให้เธอไปข้างหน้า แต่ในความสำเร็จเธอกลับรู้สึกว่างเปล่า แสงแดดที่อิตาลีแตะหน้าเธอ หัวใจกลับเป็นเงา
หลายเดือนผ่านไป ขวัญกลับไทย ชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสวยงามยามเย็น เธอเดินไปยังมหาวิทยาลัยตามสัญชาตญาณ หัวใจสั่นไหวอย่างประหลาด จินกำลังนั่งรอใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์หน้าตึกเก่า
“ไง กลับมาแล้วหรอ?” จินยิ้ม เธอไม่ได้พูดต่อเพราะกลัวคำพูดจะทำลายอะไรบางอย่าง
ขวัญนั่งลงข้าง ๆ ความเงียบบังเกิดระหว่างเขา
“คิดถึงมั้ย?” จินเปรยขึ้น
ขวัญไม่ตอบทันที ก่อนจะถอนหายใจ “คิดถึงนะ”
“แต่กลัว” เธอยอมรับ
“กลัวอะไร?”
“กลัวเสียใจ กลัวถ้าเราข้ามเส้นนี้ มันจะไม่เหมือนเดิม”
จินนิ่ง มองฟ้าที่แสงเย็นเอื่อย ๆ
“เราก็กลัว…แต่กลัวมากกว่าว่าจะไม่ได้ลอง”
ขวัญน้ำตาคลอเบ้า หัวใจหวาดกลัวกับสิ่งใหม่กับจิน แต่แววตาของเขาทำให้เธออยากเชื่อเหมือนกัน
“เราต่างคนต่างกลัว แต่ก็ยังอยู่ตรงนี้” จินพูดเบา ๆ
ขวัญยิ้ม น้ำตาไหลเงียบ ๆ เธอเอื้อมมือไปจับมือจิน ความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นเล็ก ๆ ที่เติบโตในใจ
คนเดินผ่านไปมา แต่ในโลกของสองคนนั้นกลับเหลือแต่เสียงหัวใจ สายลมเย็น สีชมพูของกลีบดอกไม้ที่ร่วงเหมือนฤดูใหม่กำลังมาเยือน
ทั้งสองนั่งเงียบด้วยกันนาน ไม่รีบร้อน ไม่ต้องการคำพูดยาว เหลือเพียงความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นในโลกใบเดิมที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป