หอพักซอยแปด: คืนวุ่นฉบับเด็กใหม่
เสียงโทรศัพท์สายแรกก็ดังขึ้นตอนเที่ยงคืนตรง เอิ้นยืนตะกุกตะกักอยู่หน้าประตูหอพักซอยแปด มือจับกระเป๋าแน่นขณะหายใจลึก ๆ หวังให้หัวใจเต้นช้าลง แต่เสียงพูดคุยของคนในหอก็ไหลมาตามบันได เลยยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใจเย็นนะเอิ้น มันก็แค่คืนแรกเอง เขาไม่จับผิดเราหรอก” เอิ้นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเสียงเปิดประตูดัง “แอ๊ด” กับใบหน้าอมยิ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งที่โต๊ะเวร
“เฮ้ เราชื่อยม ยินดีต้อนรับ เข้ามาเลย ๆ คืนนี้คนอยู่ครบเลย” ยมพูดยิ้ม ๆ น้ำเสียงขี้เล่น เอิ้นลังเลนิดก่อนจะดันกระเป๋าเข้าไป
ห้องโถงกลางสลัว ๆ เต็มไปด้วยกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งล้อมเป็นวงบนพื้น กระดาษกับขนมปังวางกระจัดกระจาย รอยยิ้มของทุกคนชวนอุ่นใจแต่เอิ้นกลับเผลอกะพริบตาถี่ ๆ เพราะแอบคิดไปไกลถึงกฎหอเถื่อนที่อ่านเจอในเน็ต
“เด็กใหม่เหรอ?” เสียงสาวแว่นที่ไว้เปียข้างเดียว “เออ ฉันแยม อยู่ห้อง 208 ขอเตือนว่าห้องนี้ชอบแกล้งเด็กใหม่” แยมพูดพลางทำหน้าไร้อารมณ์แต่ในแววตามีแววหยอก
เอิ้นมองไปรอบ ๆ แล้วลงมือปลดรองเท้า ยังกังวล หูแว่วเสียงเจี๊ยวจ๊าวกับเสียงกระซิบที่จับใจความไม่ได้ ขณะที่เดินผ่านกลุ่มนั่งพื้น เอิ้นได้ยินประโยคแว่ว ๆ
“ไอ้ยม หัวหน้าหอเค้าบอกให้เช็กกล้องวงจรปิดทุกห้านาทีคืนนี้นะ ห้ามมีใครฝ่าฝืนเด็ดขาดเดี๋ยวโดนปรับ!”
พอได้ยิน ‘ปรับ’ เอิ้นก็ใจเต้นตุบ ๆ มือเย็นเฉียบ ความคิดแว่บเข้ามาว่า หัวหน้าหอที่แท้จริงคงโหดเลือดเย็น สมชื่อ “ยม”…ทว่า แท้จริงเป็นชื่อเล่น
“อ้าว น้องชื่ออะไรอะ” ชายผอมสูงหน้าตาทะเล้นเดินมาถาม
“เอิ้นครับ เอ่อ ผม อยู่ห้อง 217”
“เอิ้น ยินดีที่รู้จัก! คืนนี้ห้ามเสียงดัง ไม่งั้นหัวหน้าหอจะให้ล้างห้องน้ำ” สาวหน้าใสอีกคนแหย่ขึ้นมา เอิ้นกลืนน้ำลาย
เสียงหัวเราะดังลั่น เอิ้นเข้าใจผิดว่านี่คือการต้อนรับแบบล้อเล่น…หรือว่านี่คือการขู่แกมจริง?
ตอนดึก เอิ้นอดนอนไม่ได้ เหม่อมองเพดาน หูได้ยินเสียงประหลาดเหมือนมีคนลากเก้าอี้ก็หลับตาปี๋ คิดว่าเป็นบททดสอบความกล้าของเด็กใหม่ เอิ้นรีบคว้าสมุดโน้ต จดบันทึก: ‘ระวังกล้องวงจรปิด ตรวจจับตลอด 24 ชม.’
แต่เอิ้นไม่รู้เลยว่า ที่แท้กล้องเสียมาหลายเดือนแล้ว ไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ
ตีหนึ่ง เอิ้นลุกไปห้องน้ำ แต่พอเดินออกมาเกือบชนกับสาวผมสั้นตาโต ชื่อ “ข้าวฟ่าง” ที่เดินกอดหมอนออกมาด้วย “คืนนอนไม่หลับ?” ข้าวฟ่างถามโดยไม่สบตา เอิ้นพยักหน้าหงึก ๆ
“อย่าเสียงดังนะ เดี๋ยวพี่ยมได้ยิน” ข้าวฟ่างกระซิบ เอิ้นผวากลับเข้าห้องทันที
เมื่อตามแผน เอิ้นเอาหมอนอุดประตู เผื่อแก๊งเด็กเก่าแอบมาแกล้ง แล้วแอบฉีดน้ำหอมกลิ่นไหม้ไฟฟ้าในห้อง หวังกลบกลิ่นเหงื่อ…แต่กลายเป็นกลิ่นไหม้จริง ๆ จนทุกคนในชั้นเปิดประตูออกมาตรวจ
“กลิ่นอะไรวะ! ใครเผาอะไร” ยมเปิดประตูมา คนทั้งชั้นวิ่งวุ่น เอิ้นหน้าซีด วางขวดน้ำหอมในถังขยะ พยายามกลบเกลื่อน
แต่แยมดมกลิ่นแล้วขมวดคิ้ว “นี่มันกลิ่นน้ำหอมน้องเอิ้นนี่นา”
เอิ้นอึกอัก รีบตอบ “มัน มัน…ตกพื้นแล้วแตก!”
ยมพยักหน้า “ครั้งแรกก็อะลุ่มอล่วย ศึกษาระเบียบด้วยนะ เดี๋ยวปรับ!” เอิ้นสะดุ้ง หัวใจแทบหล่น แต่ก็โล่งหน่อยที่แค่โดนเตือน
เรื่องยังไม่จบ เพราะคืนนั้นข้าวฟ่างฝันร้าย ร้องออกมาว่า “อย่าเข้ามานะ!” แล้วเตะประตู เอิ้นคิดว่าเด็กเก่ากำลังทดสอบความปอดแหกของเด็กใหม่ จึงคว้ามีดโกนไปวางใต้หมอนพลางส่งข้อความห้องแชตกลุ่มว่า “ห้องเรามีภัย”
แยมเห็นข้อความ ขำปนงง ส่งสติ๊กเกอร์ควายถึก เอิ้นไม่เข้าใจคิดว่าเป็นรหัสเรียกประชุมลับ
เอิ้นย่องออกมาส่องตามช่องประตู ข้าวฟ่างเดินสวนมาพอดี “แกแอบดูอะไร?”
“คือ เห็นเหมือนมีคนปีนห้อง…”
“นั่นแมวหอ ชื่อซุปก้อน” ข้าวฟ่างถอนหายใจ เอิ้นพึมพำขอโทษ
จากนั้นความซวยก็ยังขยายขึ้นไปอีก เอิ้นมั่นใจเข้าใจผิดเองว่ายมและแยมวางแผนจับตามองเด็กใหม่ เอิ้นริเริ่มสร้าง “แผนเก็บหลักฐาน” โดยไปแอบถ่ายตอนเพื่อนนอนกรน หวังจะเอามาแบล็คเมล์หากโดนแกล้ง…แต่ดันเผลอปล่อยคลิปลงกลุ่มไลน์กรุ๊ปหอ
เสียงติ๊งกรุ๊ปเด้งทั้งตึก พร้อมข้อความจากยม “ใครอัดเสียงกรนแก้มบวมของพวกเราอะ?”
เอิ้นแทบจมเตียง ทำอะไรไม่ถูก แต่แยมส่งข้อความสวนทันที “หรือเด็กใหม่จะเป็นสายลับหอข้าง?”
ยมขำกลิ้ง “โอ๊ย ใครวะกล้าคิดแบบนี้” ข้าวฟ่างงงเป็นไก่ตาแตก “นี่มันอะไรกันเนี่ย!”
ข้าวฟ่างไปปลุกเอิ้น “แกเป็นอะไรแน่!?”
เอิ้นหน้าแดงแจ๋ พึมพำอธิบายผิด ๆ ว่า กลัวกฎลับ โดนแบล็คเมล์ เอิ้นสารภาพอกสั่นขวัญแขวน “อยากรอดสังคมหอ ต้องอยู่แบบสายลับ!”
ทุกคนพากันขำกระจาย ยมกับแยมทำหน้าเอือมแต่ก็หยอก “ไม่ต้องกลัวขนาดนั้น นี่หอพักไม่ใช่ค่ายทหาร”
ข้าวฟ่างค่อย ๆ ยิ้ม “แล้วแกคิดไปถึงไหนแล้วอะ”
“ถึงขั้นซ้อมปลอมลายเซ็นหัวหน้าหอ…จดเวลาตรวจห้องด้วย” เอิ้นตอบเสียงเบา ๆ
“โอ๊ย ไอ้เอิ้น เดี๋ยวนะ ทำไปจริงหรือคิด?” แยมถามเสียงสูง
“ก็…ก็มีทั้งสองอย่าง” เอิ้นยิ้มเจื่อน ๆ
เพื่อน ๆ เริ่มหันมาสนใจเอิ้นมากขึ้น ข้าวฟ่างเสนอเล่นปริศนาหอรวมกัน ให้เอิ้นพิสูจน์ว่าความลับในหอมันมีจริงไหม ยมแกล้งเสริมว่า “ถ้าหาไม่เจอคืนนี้เจอปรับ!”
แต่แทนที่จะไปเจอความลับ กลับยังได้แค่กล่องรองเท้าแยมที่ข้างในมีแต่ขนมชนิดใหม่ ๆ แยมอธิบาย “ฉันวิจัยขนม ห้ามใครแอบหยิบ!”
เอิ้นยิ่งงง ตกลงที่นี่คือหอหรือลานประลองแผนพิศดาร
ขณะที่ความสงสัยถึงจุดเดือด เอิ้นเดินชนกับรุ่นพี่ “พี่แว่น” ขาใหญ่ของหอ พี่แว่นทำหน้านิ่งเป็นปกติ “เดินชนคนอื่นแบบนี้ผิดกฎข้อไหนรู้ป่ะ?”
เอิ้นตัวสั่น “เอ่อ กฎข้อ 13 ไม่ให้เดินชนรุ่นพี่หลังสามทุ่มครับ…”
“มันเป็นมุก! ไม่มีจริงหรอก” ทุกคนขำลั่นหอ เอิ้นกลั้นขำไม่อยู่ เริ่มเข้าใจว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากการคิดมากไปเอง
แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะข้าวฟ่างดันอ่านแชตผิดนึกว่าเอิ้นกำลังจีบแยม เพราะคืนก่อนเอิ้นบ่นกับข้าวฟ่างว่า “แยมดูเข้มจังแบบนี้ต้องมีอะไรอยู่ข้างใน” แล้วข้อความดันถูกสกรีนช็อตไปฟ้องแยม
แยมหน้าแดง “ฉันก็คิดว่าเอิ้นจะแอบลวนลาม!”
ทุกคนคอตก คนพูดไม่ออก ยมขยับปากเหมือนจะขอโทษแต่หัวเราะออกมาก่อน “อยู่กับพวกเธอไม่ต้องกลัวเบื่อแน่ ๆ คืนนี้ ใครใจร้ายไปขอขนมแยมเลย เผื่อแก้สถานการณ์”
แยมแจกขนมให้ทุกคน ข้าวฟ่างกับเอิ้นสลับกันขอโทษกันอยู่พักใหญ่ สถานการณ์น่าอ awkward แต่ทุกคนก็หัวเราะกับความวุ่นวายผ่าน ๆ ไปได้
เอิ้นได้เรียนรู้ว่า ยิ่งคิดมากก็ยิ่งพัง และไม่มีอะไรที่น่ากลัวแบบที่ตัวเองคิด ทุกคนที่นี่แค่คนธรรมดา มีเป้าหมาย มีความลับเล็ก ๆ ของตัวเอง ไม่ต้องซ่อนตัว เสียงหัวเราะในหอพักก้องไปถึงเช้า เอิ้นนอนหลับสบายครั้งแรก
ก่อนปิดไฟ แยมล้ออีกรอบ “ถ้าคืนนี้ฝันแปลกอีก รีบส่งคลิปมาเลย จะได้รวมเป็นวงดนตรีกรนนะไอ้เอิ้น!”
ทุกคนหัวเราะลั่น เอิ้นยิ้มกว้าง รู้สึกเหมือนตัวเองได้อยู่บ้าน หลังจากวุ่นวาย ซวย และเข้าใจผิดทั้งคืน—อย่างน้อย ก็ได้รับต้อนรับเข้าหอซอยแปบด้วยเสียงหัวเราะแทนการถูกปรับหรือถูกแกล้ง