สมาคมคนสอบตกกับภารกิจลึกลับวันสัปดาห์หน้า
เช้าวันศุกร์ อากาศครึ้ม ๆ กระโปรงนักเรียนปลิวตามแรงลม ณ โรงเรียนมัธยมวายุพัด กลุ่มเด็กนักเรียนสี่คนยืนขมวดคิ้วหน้ากระดานข่าวประกาศผลสอบกลางภาค ใบหน้าทุกคนต่างเบ้ไปคนละแบบ ทั้งหมดรวมตัวกันแบบไม่มีใครนัดหมาย เพราะชื่อพวกเขายืนเรียงแถวมุมซ้ายล่าง ขึ้นต้นด้วย ‘เป็นไปไม่ได้!’ ก่อนหมายเลขประจำตัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ดูนี่สิ ป็อป! เธอตกสามวิชา! เราว่าเราต้องได้ต้นตำรับเลยนะ ห้า!” คำพูดของต้นน้ำ เพื่อนที่พูดเร็วเกินปกติ กับสำเนียงเสียงสูงๆ ทำเอาป็อปที่กำลังจ้องตัวเลข ’34/100′ วิชาคณิตฯ สะดุ้งเบา ๆ
ป็อป หรือ ปริวัตน์ ตัดสินใจละหน้าออกจากกระดาน เขาหลับตาสูดหายใจ “ขอเถอะต้นน้ำ นายตกห้าตัว ไม่มีสิทธิพูด” น้ำเสียงมั่นใจโต้กลับโดยไม่หันไปมอง
“แต่เราได้ผ่านภาษาไทยนะ!” ต้นน้ำเงยหน้าอย่างภูมิใจแต่ได้แต่เสียงถอนใจจากฝ้าย สาวผิวเข้ม ผมสั้นเซอร์จอมคิดมาก “พวกเธอ ทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องประชุมสมาคมด่วน” ฝ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่พอป็อปหันไป สายตาเธอก็ยังจ้องอยู่ที่ผลสอบพลศึกษา
เด่นสุดในกลุ่มคือ จ๊อบ ชายร่างอวบ นั่งกอดม้วนกระดาษชำระเหมือนกอดความหวังสุดท้าย “ใครจะรู้ว่าสอบวิชาชีวะมันต้องใช้ตรรกะด้วย! ฉันนึกว่าเลือกตอบ ‘กบ’ ทุกข้อจะรอดซะอีก” ทุกคนระเบิดหัวเราะ เว้นแต่ป็อปที่ทำหน้านิ่ง เพราะเขาตอบ ‘ปลา’ ทุกข้อ
เสียงเหล็กกระทบพื้นจากรองเท้าครูดังมาตามระเบียง สี่คนชะงักเดินเร็ว พุ่งเข้าห้องน้ำชายราวกับแรมโบ้ เมื่อเข้ามาในห้องน้ำเสียงประตูปิดดังปังคือสัญญาณเริ่มประชุม “เจอกันรอบนี้เราต้องมีแผน” ป็อปเสียงเด็ดขาด “แผนอะไร?” จ๊อบถามพลางเช็ดเหงื่อฝ่ามือ “ก็แผนที่จะรอดเรียนซ้ำชั้นให้ได้!” ต้นน้ำพูดล้นออกมาเหมือนลืมหายใจ
ฝ้ายยกมือขึ้นช้าๆ “ถ้าเราส่งงานเสริมคะแนนทุกวิชาได้ทัน เราอาจจะรอดได้ แต่เราต้องระวังครูบัวรอดด้วยนะ แกไม่ปล่อยใครแน่” ทันใดนั้นเสียงเข็มขัดกระทบประตูดัง ‘กริ๊ก’ ทุกคนเกือบหายใจไม่ออก จ๊อบตะโกน “พวกผู้ชาย! มีสายลับ!” แล้วรีบปีนขึ้นชักโครก (ถ้าความสูงมากกว่านี้อาจโดนหัวฟาดเข้า)
เสียงครูบัวรอด “พวกเธอทั้งสี่! ออกมาได้แล้ว ฉันรู้ว่าพวกเธอมาประชุมอะไรในนี้!” แต่จริง ๆ ครูมาหาสมาชิกชมรมเอกลักษณ์โรงเรียนที่ชอบหลบมาเต้นโขน ไม่มีใครในกลุ่มคิดทัน
เมื่อคลาดสายตาครูบัวรอด กลุ่มสี่คนรีบบึ่งออกนอกห้องน้ำไปหลบตามมุมสนาม เดินหัวชนกันหลายรอบระหว่างวิ่ง (แต่ไม่มีใครหัวโน) “โอเค เราแบ่งหน้าที่เลย ต้นน้ำไปขอปกแฟ้มเสริมคะแนนที่ห้องพละ จ๊อบขอชอล์กวิชาคณิต ฝ้ายเตรียมบทพูดขอโทษครู ส่วนฉัน…ป็อป จะประสานงาน” ป็อปสั่งการอย่างเป็นทางการ
“ประสานงาน?” ฝ้ายน้ำเสียงทะแม่งๆ “ก็…โทรศัพท์หาแม่ทุกคนให้มาเจรจากับครู?”
จ๊อบนั่งลงถอนหายใจ “เราคงรอดนะแบบนี้” ฝ้ายถอนใจเสียงเบา “หรือเราควรจะลาออกไปตั้งทีมทำขนมครกกันดี?” ยังไม่ทันตอบ เสียงกรี๊ดของเด็กปีสองดังขึ้นแทรก “มีจดหมายลึกลับมาทิ้งไว้ที่โรงอาหาร!” ทุกคนหันขวับไปมองหน้ากัน เกิดความเงียบสั้นๆ ก่อนต้นน้ำพูด “หรือจะมีคนสอบตกกว่าเรา?”
เย็นวันเดียวกัน ห้องชมรมวุ่นวายของพวกเขาซึ่งเต็มไปด้วยใบงานเก่า ๆ และถุงขนมเปื้อนผงโรย ‘สมาคมคนสอบตก’ เริ่มประชุมฉุกเฉิน เปิดซองจดหมายที่จ๊อบแอบ ‘ขอยืม’ จากโรงอาหาร ข้างในมีแผ่นกระดาษเขียนว่า “ใครอยากผ่านวิชาไหน มาหาเราที่ห้องลับ ตึกเก่า เวลา 6 โมงเย็น” ป็อปจ้องแล้วขมวดคิ้ว “หรือว่าเป็นกับดัก?” ฝ้ายคิดในแง่ดี “อาจจะเป็นครูจัดบททดสอบจิตใจ?” ต้นน้ำเสียงตื่น “หรือว่าจะเป็นชมรมช่วยเหลือเด็กล้มเหลว?”
จ๊อบตบเข่าตัวเอง “มีอย่างงี้ด้วยเหรอ!” ลังเลกันไม่ถึงห้านาที พวกเขาก็ตกลงจะบุกไปสำรวจห้องลับ ไม่ว่าเพื่อหวังคะแนนหรือหวังเรื่องเล่าในอนาคต
ตอนเวลาเลิกเรียน พวกเขาลอบเข้างทางเดินตึกเก่าผ่านเงาดำตะคุ่มที่ดูเหมือนเป็นผู้อำนวยการ (แต่แท้จริงคือช่างซ่อมไฟกำลังงงแดด) เดินทีละคนรองเท้ากดพื้น “แกร๊ก” “แกร๊ก” ฝ้ายกระซิบ “ใครเดินตึง ๆ น่ะ จ๊อบหยุดเคี้ยวขนมได้มั้ย?” จ๊อบเคี้ยวเสียงดังขึ้นแทนตอบ
เมื่อเข้าไปในห้องลับ ตรงหน้าพวกเขาคือโต๊ะไม้เก่า มีโน้ตวางอยู่อีกใบ “ใครกล้ารับภารกิจ ช่วยเก็บกวาดโรงอาหารพรุ่งนี้เช้า จะได้ใบผ่อนผันคะแนนพิเศษหนึ่งวิชา” ต้นน้ำหันขวับ “ง่ายไปมั้ย!” ป็อปหยิบโน้ตขึ้น “หรือเป็นกับดัก?” จ๊อบยังคงกลืนขนม “เคยเห็นในหนังว่าแบบนี้มักมีแฝงอะไรแน่ ๆ เดี๋ยวฉันเฝ้าโต๊ะให้” ฝ้ายถอนใจยาวก่อนเดินออก
บ่ายวันรุ่งขึ้น สมาคมสี่คนเข้าทำภารกิจ พกไม้กวาดและถุงดำเหมือนถือธงชัยของสมาชิกกบฎ สภาพโรงอาหารหลังเลิกเรียนคือสนามศึก ทุกอย่างติดโต๊ะ ติดพื้น แม้แต่ขนมเฟรนช์ฟรายส์ของใครก็ไม่รู้ยังฮัมเพลงอยู่ที่ซอกมุม ป็อปจัดคน “ต้นน้ำเก็บเศษข้าว จ๊อบกวาดคราบน้ำหวาน ฝ้ายจัดโต๊ะ ฉันจะดูแลภาพรวม” ต้นน้ำแอบกระซิบ “แล้วทำไมเราไม่เห็นใครมาคุมเราเลยนะ” ยังไม่ทันจะเสร็จงาน มีเงาดำของครูบัวรอดโผล่มาอีก
“พวกเธอทำอะไรกันตรงนี้!” เสียงครูดังกังวาน ทุกคนค้างเหมือนรูปปั้น ฝ้ายรีบอธิบาย “พะ..พวกหนูมาเก็บกวาดโรงอาหารค่ะ แต่ไม่ได้รับอำนาจใด ๆ นะคะ!” ป็อปเสริม “คือ เอ่อ…เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเองนะครับ แต่คือ…” ต้นน้ำสอด “แต่เอาจริง ๆ ถ้ามีคะแนนจะขอบคุณมากเลยนะครับครู!”
ครูบัวรอดสีหน้าไม่เข้าใจ “ใครให้ใบผ่อนผันอะไรเธอ?” ป็อปรู้สึกใจตกวูบ “ก็…ในห้องลับ…” จ๊อบรีบสมทบ “มีจดหมายนะครับ” สำเนียงแบบขอโทษ ฝ้ายพยายามจะยื่นโน้ตนั้นไปให้ครู แต่โน้ตลื่นตกพื้น แฉะอยู่กับคราบน้ำหวานพอดี ครูบัวรอดถอนหายใจ “ฉันว่าพวกเธอโดนแกล้งแล้วล่ะ”
ต้นน้ำหน้าเหวอ “แล้วคะแนนล่ะครับ?” ครูบัวรอดไม่ตอบ กลับเดินออกจากโรงอาหารไป แต่พูดทิ้งท้าย “คราวหน้าอย่าลืมล็อกห้องให้ดี” ทุกคนคนมองหน้ากัน จ๊อบเสริมช้า ๆ “แล้วเราจะได้คะแนนมั้ย?” ฝ้ายหัวเราะเบา ๆ “เราน่าจะได้ประสบการณ์มากกว่าคะแนนละมั้ง”
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา สมาคมคนสอบตกต่างเริ่มจริงจังกับการเรียนมากขึ้น ป็อปมั่นใจเกินเหตุน้อยลง หันไปฟังเพื่อนก่อนทำอะไร ต้นน้ำมีความสุขกับการลุ้นผ่านวิชาเดียว ฝ้ายกล้าถามครูมากขึ้นโดยไม่คิดไปเอง จ๊อบตั้งใจเลือกข้อสอบให้มีเหตุผลมากขึ้น ทุกคนโตขึ้นแบบซุ่ม ๆ โดยไม่ต้องขอใบผ่อนผันใด ๆ
ในวันสอบปลายภาค ใครบางคนสอดจดหมายปริศนาเข้ามาในห้องสอบ “ถ้าอยากสอบผ่าน มองเพื่อนไว้ดี ๆ” ป็อปหยิบมาแล้วยิ้ม น้ำเสียงจริงใจ “ที่จริง เราก็มีใบผ่านของเราตั้งนานแล้วนี่”
เสียงหัวเราะของเพื่อนทั้งสี่คนดังขึ้นในห้องสอบ … พร้อมรอยยิ้มที่รู้ว่า ไม่ว่าใครจะตกหรือผ่านอย่างไร สมาคมคนสอบตกจะยังคงอยู่ต่อไป อย่างมั่นคงและอบอุ่น