พันธุ์วุ่นบ้านเช่า: สะดุดรักห้อง 4E
เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นรัวตอนตีห้า เบียร์กระโดดตื่นด้วยสัญชาตญาณแบบคนขี้ระแวง คำแรกที่ผุดขึ้นในหัวคือ “ใครโทรมาฟะ…เช้าเกินไปปะ?” เขาหยิบเงินเหรียญบนโต๊ะมานับอัตโนมัติ แปลกที่นิสัยนี้ยังอยู่แม้ว่าจะขี้เกรงใจแค่ไหนก็ตาม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เห้ย เบียร์ ตื่นเร็วจังวะ พี่มะยมเข้าเวรวันนี้นะ อย่ารีบโดดเดี๋ยวซวย” เสียงข้างห้องดังลอดมา ซินดี้เพื่อนข้างห้องเดินถือมาม่ารสต้มยำมุ่งไปหน้าหอแบบไม่แคร์ว่าแปรงฟันหรือยัง
“เอ้า ก็โทรศัพท์มันสั่นอะดิ ม่ะ…ไม่ใช่เรื่องของฉันนี่ เปลืองไฟอีกต่างหาก” เบียร์ตอบทั้งที่ยังมึน เดินออกมารับลมริมระเบียง แล้วก็สบตากับ ‘ฟ้า’ เจ้าของหอพักที่นั่งป้อนข้าวแมวจรอยู่ชั้นล่าง ทันใดนั้นหัวใจก็แทบวายเพราะฟ้ามองขึ้นมาพอดี
“ยิ้มเองนะ…หรือเค้ายิ้มให้กรู?” เบียร์คิดในใจ ก่อนจะตื่นจากความฝันเพราะเสียงลูกหมาตัวเล็กโผล่มาจากพุ่มไม้ใต้ระเบียง
“ซวยแล้ว! หมาก็หลงเข้ามาอีก กูหาเรื่องใช่มั้ย?” เบียร์รีบวิ่งลงไปดู ซินดี้โผล่มาด้อม ๆ มอง ๆ ด้วยสายตาแบบที่พร้อมจะปั้นเรื่องทุกสถานการณ์
“เออ นั่นสิมึง เบียร์จะช่วยมั้ย หรือจะอ้อมวงไปเรียนสมาคมคนกลัวหมา?” ซินดี้แซว ขณะเบียร์ลังเลว่าจะจับหรือปล่อย เอ๊ะ…หรือขอไปถามฟ้า?
“กูว่ามึงอย่ายุ่ง เดี๋ยวพี่มะยมมาเห็นเข้า โดนด่าแน่ ๆ” เบียร์ยืนเขย่ง ปล่อยให้ลูกหมาหลบใต้เสื้อ แทนที่จะโทรบอกฟ้า กลับเดินพาน้องหมาขึ้นห้องตัวเองแบบคนกลัวเรื่องจะบานปลาย
“ห๊ะ?! เอาหมาขึ้นห้อง? มึงจะแอบเลี้ยงเหรอ!?” ซินดี้จ้องแบบคนอยากดูไฟไหม้ในตึก 8 ชั้น
“เงียบเถอะ เดี๋ยวมันก็กลับบ้านเองแหละ…กูแค่ให้น้ำกิน ปั้นหน้าไม่รู้เรื่องพอ พ่อแม่มึงรู้จะฆ่ากูหรือฆ่าหมาเนี่ย?” เบียร์ม้วนหัวหมาตัวเล็กในผ้า รีบปิดประตูห้อง ใจเต้นระรัวเหมือนลังจับผิดในเกมเศรษฐี}
ซินดี้หัวเราะคิกคัก ก่อนจะได้ยินเสียงฟ้าตะโกนขึ้นมา “ใครเอาหมาขึ้นอาคารนะคะ!? ถ้าเห็นจะปรับร้อยนึงนะ!”
เบียร์จ๋อยทันที รีบเอาหนังสือซ้อนกล่อง น้องหมากระดิกหางเหมือนล้อเลียน
“กูขายวิญญาณให้ปีศาจดีกว่า…ให้มันวิ่งมาเองไม่ได้เหรอวะ?” เบียร์คิดและเริ่มวางแผนจะปล่อยหมาทิ้งกลับคืน แต่ซินดี้ตัดบท “มึงต้องเมคมันแบบว่า…เออ เอาน้ำมันทุบขนมปัง ทาเนยบนหัวให้มันลื่น ๆ เผื่อมันกลิ้งลงบันไดเอง?”
“มึงนี่…ไม่น่าเรียนปีเดียวกับกูเลยจริง” เบียร์พึมพำขณะซ่อนตัวอยู่มุมห้อง
จังหวะนั้น ต้า เพื่อนขี้มโนของเบียร์ก็โผล่เข้ามา “ทำไรกันวะ หรือว่า…แอบเล่นหมาในหอ? เบียร์ มึงจะโดนซวยรอบสองอีกละสิ เดี๋ยวกูช่วย เอาผ้าม่านคลุมหมาไว้ แบบในหนังสายลับ!”
“พวกกูไม่ได้แอบค้าหมานะโว้ย!” เบียร์เถียง แต่ต้าทำหน้าจริงจัง “แน่นอนดิ กูเป็นสายสืบประจำหอนี้ อย่าให้สายตรวจหอจับพิรุธได้”
เสียงฟ้าเคาะประตูดัง “ขออนุญาตตรวจห้องค่ะ! มีรายงานเรื่องเสียงหมา…”
สามคนมองหน้ากัน ตกใจเหมือนเจอบิลค่าไฟห้องรวม เบียร์ลน “มึง ปิ้งหมาไว้ในตู้…เอ๊ย ซ่อนหมาไว้ในตู้น้ำ!”
“ตู้น้ำนี่น้ำแข็ง!!” ซินดี้สวน
ต้าเสนอใหม่ “งี้เอาเข้ากระเป๋าเดินทาง แล้วกูจะเดินออกไปเหมือนย้ายบ้าน”
เบียร์ทำหน้าเหม็นเบื่อ “ย้ายบ้านตีหก หวังให้ใครเชื่อ?”
ฟ้าเปิดประตูเข้ามา เห็นทั้งแก๊งยืนเรียงคนละมุม ซินดี้ซ้อนหมาไว้ในผ้าคลุมตากฝน เบียร์ทำเป็นกุลีกุจอเช็ดโต๊ะ ต้าปั้นหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มีเสียงหมาจริงเหรอคะ?” ฟ้าถามสายตาเคลือบแฝงสงสัย
“ไม่มีนะ พี่ ฟ้าหูผิดป่าว ปกตินี่หอนี้เงียบมาก…” เบียร์เสียงสั่น ต้าเล่นมุก “กูว่าพี่ฟ้าหูดีเกินไป มันเปรี้ยวปาก”
ฟ้าอมยิ้ม รู้ทันว่าเด็ก ๆ กำลังมีลับลมคมในแต่ยังไม่ถามต่อแต่อย่างใด แต่เพิ่งเดินออกไป กรรมการหมู่บ้านดึกดื่นก็เดินเข้ามา ถามตรง “เด็ก ๆ แอบเอาสัตว์มาตั้งวงขายว่าสัตว์แปลกแน่ ๆ ให้ผมไปจับมั้ย?”
ทันใดนั้น เสียงหมาก็หอนขึ้นมาในกระเป๋าซินดี้ ทุกคนนิ่งงัน
“เอ่อ…เสียงจากมือถือกูเองค่ะ เค้าคุยกับแฟนเป็นเซอร์ไพรส์ริงโทนหมา…ค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ซินดี้หัวเราะกลบเกลื่อน เหงื่อที่หลังมันหยดเหมือนไหลน้ำตกไนแองการ่า
กรรมการหัวเราะแล้วพูด “เดี๋ยวจะแวะมาตรวจช่วงบ่ายนะเด็ก ๆ” แล้วเดินไปแบบอารมณ์ดีจนเกือบเดินชนประตู
ทั้งแก๊งถอนหายใจพร้อมกัน เบียร์หน้าซีดเหมือนยังไม่พ้นศึกใหญ่ “เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่บานปลายชะมัด”
ขณะนั้นซินดี้เห็นใบประกาศแจ้งรับเลี้ยงหมาจร ฟิวส์ความคิดแล่นปิ๊ง “แก เบียร์ เราต้องแกล้งจัดกิจกรรมรับหมาจรเป็นทางการ ปั้นให้เรื่องดูดี จะได้ไม่โดนปรับ แถมได้คะแนนกับฟ้า!”
“คะแนนอะไรของแก กูจะโดนไล่ออก ไม่ใช่ได้เหรียญทอง” เบียร์ว่าเสียงแผ่ว แต่ต้าดูจะสนับสนุน “เฮ้ แผนนี้มัน…เป๊ะ กูลุยด้วย!”
ถึงตรงนี้ กลุ่มสามคนต้องออกหากล่องบริจาค หาโปสเตอร์หมา ฯลฯ มืดค่ำยังไม่รู้จะรอดมั้ย
เช้าวันรุ่งขึ้น ในห้องโถงกลางหอ คณะกรรมการหอพักและฟ้านั่งหน้าตั้ง เพื่อนบ้านเริ่มจับกลุ่มซุบซิบว่ากลุ่มห้อง 4E จะพากันทำงานรับหมามั้ย หรือจะแอบซ่อนหมาต่อไป ฟ้าถามด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงขำ “นี่อยากเป็นฮีโร่ หรือเป็นเจ้าของคอกหมากันแน่?”
เบียร์แทบไม่กล้าสบตา ต้ากลั้นขำ ส่วนซินดี้เสนอประชด “ขอราคาโปรโมชั่นค่าเนื้อหมาในตลาดด้วยได้มั้ยคะ?” ทำเอาฟ้าต้องกลั้นหัวเราะแต่ยังมองตามเรื่อง
สุดท้ายหมาน้อยตัวปัญหาเริ่มสร้างความผูกพันในหอ ทุกคนต่างสลับเวรกันพาน้องหมาเดินเล่น มีแต่เบียร์ที่ยิ่งแก้เรื่องก็ยิ่งวุ่น เมื่อมีสายสืบ(เด็กหอผู้คิดว่าตัวเองเป็น CSI) มาคอยส่องว่ามีการลักลอบขายหมาหรือไม่ ทำให้เบียร์เผลอโกหกซ้ำซ้อนทุกช็อต
มีอยู่ฉากหนึ่ง เด็กหอมองเบียร์ออกจากตลาดพร้อมอาหารหมา เขารีบปัดว่า “พวกมึง รู้ไว้เลย กูยังไม่กินเนื้อหมาหรอก เดี๋ยวฟ้าจะเข้าใจผิด!” กลับกลายเป็นว่า ฟ้าได้ยินและเข้าใจว่าเบียร์มีมุมน่ารักดูแลสัตว์จรจัด
ช่วงกลางเรื่อง ความอลหม่านบานปลายมากขึ้น เมื่อต้ากับซินดี้ดันเถียงกันเรื่องจัดการลูกหมา ซินดี้มั่นใจว่าควรวางแผนแจกหมาให้ครบก่อนกรรมการหมู่บ้านจะกลับมาตรวจ “ถ้ามีเฉลยว่ายังอยู่ โดนแน่!”
แต่ต้าดั้นไปโพสต์รับเลี้ยงหมาในเฟซกลุ่มเพื่อน แล้วซวยซ้ำ มีคนเข้าใจผิดคิดว่าห้อง 4E เปิดฟาร์มหมาเถื่อน ทำให้พี่มะยม (สายตรวจหอ) รีบมาตรวจอีกรอบ
“ขอโทษนะคะ มีรายงานรับแจ้งว่าห้อง 4E เลี้ยงหมา 20 ตัว!?”
ทุกคนนิ่งราวกับโลกหยุดหมุน ซินดี้กระซิบ “โอ๊ย ต้า เอ็งนี่สร้างเรื่องตลอด”
“จะให้กูอธิบายไงดีล่ะ…กูแค่โพสต์รูปหมาตัวเดียวเอง!” ต้าทำหน้าละห้อย
เบียร์กลั้นใจสารภาพกับฟ้า “ผมไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องใหญ่ครับ จริง ๆ คือแค่ช่วยหมาตัวเดียว…”
ฟ้ามองด้วยแววตาอบอุ่น “ฉันรู้น่า แต่จะใจกล้าพูดกันตรง ๆ หน่อยก็ได้นะคะ ทีมเวิร์คห้อง 4E น่ารักดี”
ผ่านคืนวุ่นวาย ต้ารับบทผู้นำกิจกรรมจัดหาบ้านให้ลูกหมา ชวนเด็กหอทุกคนมาร่วมมือวางแผน แทนที่จะมองว่าเป็นภาระ กลับกลายเป็นจุดเริ่มให้เด็ก ๆ ในหอสามัคคี
ในที่สุดหมาน้อยก็ได้บ้านใหม่ คนรับเลี้ยงกลับเป็นสาวห้อง 2B ที่แต่แรกมองกลุ่ม 4E ว่าจอมป่วน
ฟ้ายิ้มให้เบียร์ “ขอบคุณนะคะ กลายเป็นว่าพี่ต้องขอโทษที่เข้าใจผิดเหมือนกัน”
เบียร์กระซิบตอบ “ไม่เป็นไรครับ…จะให้ทำดีเงียบ ๆ อีกก็ยอม รู้มั้ย ฟ้าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเยอะเลย”
ซินดี้ยิ้ม “เฮ้อ แต่ขออย่าให้แกทำอะไรคิดเองเออเองแบบนี้อีกเลยนะ เจ็บใจหัวจะระเบิด”
ต้าพูดลอย ๆ “บอกแล้ว ต้องมีสายสืบคอยช่วยเหลือตลอด”
เหตุการณ์คลี่คลาย หอพักกลับมาสงบ ท้ายสุดเบียร์ได้กำลังใจและความกล้า สารภาพรักฟ้าด้วยคำพูดขำ ๆ “ขอบคุณนะครับพี่ฟ้า…ขอซื้อข้าวแมวจร 2 ถุง พ่วงหัวใจอีกดวงได้มั้ยครับ?”
ฟ้าหัวเราะ “ใจนะให้ฟรีอยู่แล้ว…แต่ข้าวแมวสองถุงต้องจ่ายจริงนะ!”
เสียงหัวเราะก้องหอ 4E อีกครั้ง ความวุ่นวายเรื่องหมาตัวเดียวเปลี่ยนให้ทุกห้องหัวเราะและผูกพันกันขึ้นมา เบียร์ ซินดี้ และต้าดูจะเข้าใจกันมากขึ้นว่า มิตรภาพอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ที่วุ่นวายและเข้าใจผิดสุดขีดได้เหมือนกัน
—จบแบบหัวเราะอุ่นใจในหอเล็ก ๆ ที่ไม่มีวันเงียบสงบเสียทีเดียว—