เพื่อนร่วมหอล่ามันเหรอ?
เสียงเอะอะดังลั่นหน้าหอพักหญิงยามค่ำคืนในคืนแรกของการเปิดเทอม เมษา นักศึกษาปีหนึ่ง เจ้าของนิสัยจินตนาการสูงส่งและมักคิดมากเกินจำเป็น กำลังยืนคุยโทรศัพท์กับแม่แบบกระวนกระวาย พลางเหลือบมองตึกหอพักที่ว่ากันว่าวันนี้มี “ผีหลอก” สัมภเวสีตัวใหม่โผล่มาต้อนรับเด็กใหม่พอดี เมษาขมวดคิ้ว จินตนาการไปไกลทั้งๆ ที่ยังไม่ทันเข้าไปสำรวจในห้องตัวเองเสียด้วยซ้ำ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แม่จ๋า หนูต้องอยู่กับผีเหรอ…” เมษากระซิบ พลางเหลือบตามองประตูหอที่ค่อนข้างเก่า ทันใดนั้น อิ้งค์ เพื่อนร่วมห้องผู้แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มทะเล้นก็โผล่มา
“นี่ๆ อย่าเพิ่งกลัว มาเดี๋ยวฉันพาไปรู้จักเพื่อนร่วมกลุ่ม! ทำไมหน้าเธอเหมือนจะเป็นลมอย่างนั้นเนี่ย!” อิ้งค์หยิบขนมออกมาแล้วยื่นให้เมษาอย่างร่าเริง ทำเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยเกี่ยวกับข่าวผี แถมโม้ไม่หยุดว่าตัวเองเคยเป็นหัวหน้าหอมาก่อนในโรงเรียน
แทน ทอมผู้พูดน้อย ดูขรึมและคลุมเครือเดินเข้ามาสบทบ ข้างหลัง อาร์ต เด็กกิจกรรมสายบ้าพลังตามมาสมทบพร้อมกระเป๋าใบโต
“เจ๊ เมษาใช่มั้ย โอ๊ะ! นี่ห้อง F305 ใช่ปะ จริงดิ ห้องเดียวกับที่เค้าว่ามีผีแกล้งดึกๆ อยู่เลยอ่ะ!” อาร์ตพูดเสียงเบาๆ พลางเอามือปิดปากตัวเอง มิหนำซ้ำยังแสร้งหันไปกระซิบเสียงดังกับแทนอย่างกับหลุดเข้าฉากลึกลับ
อิ้งค์ยิ้มแหยๆ ก่อนจะว่าต่อ “มันไม่มีหรอกผี คนเราน่ะคิดกันไปเอง” แต่สายตาของเมษากลับลอยหวนนึกถึงข่าวลือที่ได้ยิน ยังไม่ทันพูดอะไรก็มีเสียงแว่วแปลกๆ ดังมาจากด้านในอาคาร ทุกคนหน้าซีดแล้วเผ่นขึ้นไปบนชั้นห้องพักโดยไม่ได้นัดหมาย
เมื่อถึงห้องพัก ห้อง F305 ดูปกติ มีเตียงสองชั้นตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ล้างจาน และกล่องใส่ของ ทุกคนมองหน้ากัน เมษาหยิบผังหอออกมาเช็คซ้ำ ย้ำกับตัวเองว่า “ขืนมีอะไรเคลื่อนไหวคืนนี้ หนูไปนอนโซฟาชั้นล่างแน่!”
คืนนั้นพวกเขายังไม่ได้หลับ แต่อาศัยเสียงหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว เมษาเอ่ยเสียงสั่น “คืนนี้ใครหลับเป็นคนแรกคนนั้นต้องเฝ้าผี!” อิ้งค์สวนทันควัน “ถ้างั้นขอกรนเลยละกัน จะได้ตีกับผี!” อาร์ตโพล่งขึ้นเสียงแข็ง “ไม่มีผีหรอก มีแต่เพื่อนร่วมห้องขี้คิดมากนี่แหละ!” แทนหัวเราะเบาๆ อยู่มุมเตียง ไม่มีใครรู้ว่าแทนเองก็กลัวเหมือนกันแต่ขี้เกียจพูด
เสียงลมหวีดจากหน้าต่างดังขึ้น พวกเขาตัดสินใจเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการแลกประวัติชีวิต เมษาเล่าวิธีคิดมากของตัวเองเวลาโดนล้อที่บ้าน อิ้งค์เล่าเรื่องบ่มเพาะพลังบวกจากยูทูบธรรมะ อาร์ตสารภาพว่ากลัวจิ้งจกมากกว่า ส่วนแทนเมินไม่ยอมเล่าชีวิต แค่ยิ้มมุมปาก
หลังเที่ยงคืนขณะที่ทุกคนกำลังจะหลับ เสียงของหล่นปริศนาดังขึ้น ทุกคนสะดุ้งเฮือก มองหน้ากันแบบไม่ได้นัดหมาย คำถามเดียวกันในหัว…นี่มันจุดเริ่มต้นความอลหม่านแบบไหนกันแน่?
วันต่อมา ข่าวลือผีแพร่สะพัดไวกว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตในหอ อิ้งค์รับอาสาเป็นหัวหน้าทีมพิสูจน์ผีทันที “คืนนี้เราต้องจัดปาร์ตี้ล่าผี!” เมษาหน้าเหยเกทันทีเพราะไม่อยากเจอของจริง อาร์ตรีบบอกว่าถ้ามีผีจริงขอเปลี่ยนห้อง ส่วนแทนเดินเลี่ยงเข้าไปทำกับข้าวในครัวเล็กๆ ราวกับจะตอกย้ำว่า “โลกนี้ไม่มีผี มีแต่กับข้าวรสชาติไม่น่ากิน”
ปาร์ตี้ล่าผีคืนนั้นเริ่มด้วยการรวมตัวกันในห้องเล็กๆ ปิดไฟ เปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ ทุกคนแอบดูหน้ากันด้วยใจระทึก เมษาเริ่มชวนคุยเพราะทนความเงียบไม่ไหว “ถ้าผีเขามาจริงๆ เราจะทำยังไงดี?”
อิ้งค์กวักมือ “ไม่ต้องกลัว! เราซื้อสายไหมหยอดน้ำตาลไว้ ผีชอบของหวาน!”
แทนกระซิบ “เอาจริงเหรอ…”
อาร์ตยักไหล่ “จะผีหรือไม่ผี ขอแค่ไม่ใช่จิ้งจกตัวเมื่อวานพอ” ทุกคนส่ายหัว มองหน้าอาร์ตแบบกลั้นขำไม่อยู่
คืนยังไม่ทันหมดเสียงเคาะประตูดังเป๊าะๆ ดังลั่นทุกคนหยุดหายใจ อิ้งค์ลุกไปเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นพี่ รปภ. เดินมาตรวจน้ำรั่ว ในมือถือถุงขนมจำพวกสายไหมเสียด้วย พวกเด็กๆ ยืนยิ้มแห้ง อิ้งค์แซว “ผีสายไหมมาแล้ว!” รปภ.ถึงกับงงแต่หัวเราะเบาๆ กลับไป
เช้าวันต่อมา ข่าวลือใหม่แพร่กระจายไวราวโรคระบาด มีกลุ่มไลน์ลับของเด็กหอว่าห้อง F305 ไม่ใช่แค่เจอผี แต่อาจมีปัญหาเก็บซ่อนอะไรบางอย่างไว้! อิ้งค์กับอาร์ตชวนกันสืบด้วยตัวเอง—แต่เมษาเข้าใจผิดว่าทุกคนจะย้ายออกเพราะตนกลัวมากจนอับอาย
เมษาทำใจไม่ได้ เก็บของจะย้ายออก ทว่าทันทีที่ทุกคนเห็นเข้าก็รีบเข้ามาขวาง “เดี๋ยวๆ ย้ายออกทำไม!” อาร์ตเถียงเสียงติดตลก “จะทิ้งเพื่อนไว้นี่เหรอ” ขณะที่แทนพยายามพูด แต่พูดไม่ทันคนอื่น
“ก็…ฉันกลัวรบกวนพวกเธออะ ฉันกลัวจริงๆ…” เมษาพูดเสียงอ่อย
อิ้งค์หัวเราะ ก่อนเดินมาประคองบ่า “นี่นะ เมษา กลัวจนไม่ได้นอนเนี่ย เรื่องผีไม่เท่าไหร่ แต่เสียเพื่อนนี่แหละน่ากลัวกว่า!”
สถานการณ์ดูเหมือนจะลงตัว แต่จู่ๆ กลุ่มเด็กหอข้างห้องบังเอิญได้ยินเพื่อนๆ พูดถึง ‘เรื่องลับในห้อง’ จึงพากันวุ่นวายวิ่งมาถาม “เฮ้ยๆ มีอะไรซ่อนใน F305 วะ!” อาร์ตโพล่งขึ้นทันที “จิ้งจกไง!” เมษาถึงกับหลุดขำ ทั้งห้องเงียบก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ
แล้ววันหนึ่งระหว่างที่พวกเด็กๆ นั่งติวสอบ อิ้งค์ก็คิดแผนกำจัดผีเสียที “คืนนี้เราจะพิสูจน์ ผีมีจริงหรือคิดไปเอง!” เธอซื้อของเล่นเปิดไฟเล่นเงา โน้มน้าวแทนมาช่วยถือกล้องมือถือ อาร์ตขีดผังแผนจนกระดาษหมด
คืนนั้น ทั้งกลุ่มแทบไม่ได้ติว สุดท้ายแผนไปจบที่การตั้งกล้องมือถือถ่ายด้วยความคิดว่า “ถ้าคืนนี้กล้องมีอะไรสั่น เราจะทำใจอะไรมากขึ้น” แต่หลังจากนั้นกลับกลายเป็นหลักฐานโชว์แค่ภาพพวกเขาวิ่งหนีจิ้งจกที่ตกจากเพดาน ห้องทั้งห้องหัวเราะไม่เลิก
แต่ความวุ่นวายยังไม่หยุด กลุ่มเด็กปีหนึ่งที่เหลือเริ่มลือกันว่า F305 กำลังปกปิด “ความลับ” บางอย่าง เป็นชนวนให้อาจารย์ที่ปรึกษาเดินทางมาตรวจความเรียบร้อย ทุกคนตื่นตระหนก รีบปิดทุกอย่าง เหลือเพียงแผนผัง “กำจัดผี” กับสายไหมบูดๆ ที่วางอยู่
“อะไรนี่…” อาจารย์ถามด้วยสีหน้างงๆ เมษารีบตอบแทน “ติวสอบค่ะ!” อิ้งค์กระซิบข้างๆ “แถมแถม” อาร์ตเก็บของอย่างทุลักทุเล แทนเอาน้ำมาแจกแต่ทำหกเปียกพื้นอีก ทั้งหมดรีบช่วยแกล้งเป็นปกติ สุดท้ายอาจารย์หัวเราะขำและส่ายหน้า เดินออกจากห้องไปด้วยความเอือมปนน่ารัก
หลังเหตุการณ์นั้น ทุกคนลงความเห็นว่าชีวิตหอพักมีอะไรให้กังวลกว่านี้อีกเยอะ เช่น ประเด็นขโมยขนม ข้อสอบหลุด หรือแม้แต่เพื่อนร่วมห้องกรนเสียงดัง อิ้งค์เสนอให้จดกฎใหม่ “ห้ามซ่อนจิ้งจก ฮ่าๆ” อาร์ตตอบทันที “แต่ถ้าซ่อนขนมห้ามยุ่ง!”
ทั้งกลุ่มเริ่มสนิทใจและเปิดใจให้กันมากขึ้น เมษาเริ่มฟังคนอื่นโดยไม่คิดมากตามนิสัยเดิม อิ้งค์เริ่มฟังเสียงข้างในห้องแทนจะข้ามไปรีบแก้ปัญหาเสมอ อาร์ตไม่กลัวจิ้งจกอีกต่อไปแต่เริ่มกลัวสอบตก ส่วนแทนที่ไม่ค่อยพูด เริ่มหยิบเรื่องตลกมาพูด ชวนเพื่อนๆ หัวเราะในมื้อดึก
ถัดมาหลายสัปดาห์ เมษาเดินเข้าห้องด้วยรอยยิ้ม เธอพูดกับเพื่อนๆ ว่า “เลิกรู้อะไรก่อนเถอะ ฉันว่าผีที่น่ากลัวสุด คือความเข้าใจผิดของพวกเรานี่แหละ!” ทุกคนหัวเราะร่วน ก่อนอิ้งค์จะยื่นขนมให้ “แล้วสรุปคืนนี้ยังกลัวมั้ย?”
เมษาแกล้งทำเสียงจริงจัง “กลัวเพื่อนหายมากกว่า!” ทุกคนพยักหน้าหัวเราะ ชีวิตหอพักไม่ง่ายแต่ก็ไม่เดียวดาย เมื่อมีเพื่อนแปลกเพี้ยน ที่คอยสร้างวีรกรรมให้ทุกวันเป็นเรื่องฮาๆ ไม่มีซ้ำ
เสียงหัวเราะยังคงก้องกังวานในห้อง F305 พร้อมกับสายไหมที่แข็งเป็นก้อนและกล่องขนมที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เตียง เหตุการณ์เข้าใจผิด บทสนทนาวุ่นวายยังเกิดขึ้นไม่จบ ไม่มีใครเจอผีแต่เจอ “หัวใจเพื่อน” เต็มไปหมด
ก่อนไฟจะดับทั้งหอในคืนนั้น อิ้งค์พูดทิ้งท้าย “คืนนี้ถ้ามีผีจริงๆ ฝากผีปิดไฟด้วยนะ!” อาร์ตสวน “เผื่อผีว่างช่วยติวสอบได้มั้ย” ทุกคนกลั้นขำแทบไม่อยู่ เสียงหัวเราะค่อยๆ จางลง ผสมกับความอบอุ่นใจในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยมิตรภาพและเรื่องราวสุดป่วนที่ยากจะลืม