ห้องขังเสียงกรีดร้อง
ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนโถงทางเดินของอาคารเรียนเก่าย้อนอดีตกลายเป็นแหล่งรวมเงาและเสียงซ่าเบาๆ นักเรียนหญิงห้าคน—แอ้ม, ปาริ, แตม, แพร และยิ้ม—ต่างหลบอยู่ในชุดนักเรียนเปียกหมาดที่ริมห้องขังเล็กๆ ท้ายตึก ไฟในโรงเรียนดับสนิทตั้งแต่หัวค่ำ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แอ้ม มึงได้ยินเสียงอะไรไหม” แตมกระซิบ พลางเบียดตัวเองใกล้ประตูเหล็กสนิม ยามดึกมักมีเสียงแปลกๆ เล็ดลอดออกมาจากห้องขังที่ปิดตายหลังโรงอาหารเสมอ
ปาริยืนกอดอก กระจกหน้าต่างเต็มไปด้วยฝุ่นจนมองอะไรลางเลือน “เมื่อคืนกูก็ฝันร้าย ว่าเหมือนมีใครลากขากันอยู่พื้นนี้” เสียงเธอสั่น จริงจังจนทุกคนเงียบ
“พอได้แล้ว” แพรพูดเหมือนคุมไม่อยู่ เธอกลัวความมืด แต่ก็เก็บอาการ “แค่นี้ก็ขนลุกจะตาย…”
เสียงฟ้าลั่นก้อง คลื่นช็อตน้ำในสายไฟฟ้าผ่านกำแพงอิฐเก่า ทำให้เงาในห้องขังเคร่งเครียดขึ้น ทุกคนหยุดหายใจชั่วขณะ เหมือนหวาดกลัวว่าสิ่งที่เห็นในความมืดนั้น จะไม่ใช่แค่ภาพหลอน
“เฮ้ย มีใครเดินอยู่ข้างหน้า…” ยิ้มพูดเบาๆ หายใจขาดเป็นจังหวะ
ภายนอกหน้าต่างแสงแวบบางวูบวาบแสดงเงาเลือนๆ เหมือนมีเงาคนเดินอยู่อีกมุมหนึ่ง ทุกคนกลั้นหายใจพร้อมกัน
ฉับพลัน ประตูเหล็กกึกก้องเบาๆ ทั้งที่ไม่มีลม ห้องขังเล็กๆ ดูเหมือนจะหายใจขึ้นเองได้ ชวนให้หวาดกลัวจนแตมเผลอสะอื้นออกมา
“กูว่าอย่าอยู่ตรงนี้นาน” แอ้มเสนอ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะทั้งหมดโดนลงโทษให้อยู่เวรทำความสะอาดตรงบริเวณนี้จากความผิดเมื่อบ่าย
แต่ปาริก้าวไปแตะประตู บีบลูกบิด “ถ้ากลัวขนาดนี้ ไปห้องน้ำก็ไม่ได้แล้ว ดึกๆ เลยมันจะมีอะไร…” แต่คำพูดยังไม่จบ กลิ่นเย็นฉ่ำคล้ายเหงื่อกับน้ำเปล่าแทรกมาในอากาศ ทุกคนเงียบ ลมหายใจบางเบาเท่านั้นที่ได้ยิน
ประตูค่อยๆ ขยับออกเล็กน้อย มีลมเย็นวูบผ่านเท้า ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความกลัวและความอยากรู้ปะปนกัน
“ได้ยินเสียงไหม เหมือน…ใครร้องอยู่ในนี้” แตมหันขวับ เสียงนั้นขาดเป็นระยะ เหมือนถูกหยุดไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่ไม่มีในโลกนี้
แพรเงยหน้ามองนาฬิกามุมห้อง “ใกล้เที่ยงคืนแล้ว น่าจะเป็นเสียงพวกเด็กหอข้างๆ มั้ง” เสียงเธอสั่นขึ้นจริงๆ
ยิ้มหายใจเร็วกว่าเดิม มองทุกคนอย่างหวาดระแวง “ถ้ามีใครเล่นตลก ก็บอกมาตรงๆ เถอะ กูไม่ไหวแล้วนะ”
ไม่มีใครตอบ แค่เงียบงัน เว้นช่วงไว้ให้หัวใจแต่ละดวงจับจังหวะ
แล้วเสียงร้องแผ่วเบา เสมือนมีเด็กผู้หญิงวัยสิบขวบกรีดร้อง ค่อยๆ เล็ดลอดออกมาจากในห้องขัง ทุกคนตัวแข็งทื่อ ไม่มีใครกล้าขยับ
แอ้มหันไปสบตาแตม ทั้งคู่ต่างรับกลิ่นคาวๆ เบาๆ ลอยมา แต่ไม่ใช่เลือด เป็นกลิ่นอับเก่าผสมกับอะไรเปรี้ยวและแห้ง เหมือนผ้าขี้ริ้วถูกทิ้งไว้นาน
ปาริกลืนน้ำลาย “เราต้องออกไปแจ้งครู” เธอสั่นงันไม่เหมือนคนกล้าเมื่อครู่
“ไม่—กูว่าเราแค่คิดไปเอง…” แพรกล่าว แต่ในเสียงของเธอสั่นและเจือเศร้า บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป เสียงฝนด้านนอกเหมือนใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ยังอยู่นอกห้อง
“ถ้าเสียงนั่นมันจริงอะ…” แตมพูดเหมือนจะร้องไห้ “…แล้วเขายังอยู่ในห้องนี้จริงๆ ล่ะ?” เงียบ ไม่มีใครตอบ
แสงฟ้าแลบอีกครั้ง ส่องให้ทุกคนเห็นรอยขีดข่วนอยู่ตามขอบประตูเหล็ก รอยนั้นเหมือนถูกเล็บจิกเป็นเส้นๆ ยาวมากมายนับไม่ถ้วน ทุกคนมองอย่างตื่นตระหนก
เสียงฝนเงียบวาบ ทุกอย่างนิ่งงัน เหมือนเวลาหยุด นาทีนั้นมีแต่ลมหายใจที่ขาดตอนเป็นระยะ
ทันใดนั้น ประตูเหล็กปิดแน่นทุกคนสะดุ้ง ราวกับถูกขังไว้โดยมือที่มองไม่เห็น
“ลองเปิดดู…เร็ว!” แอ้มรีบเข้าไปหมุนลูกบิด มันขยับไม่ได้ แพรพยายามช่วยแต่ไม่มีผล เสียงร้องยิ่งดังแทรกมาเป็นพักๆ เหมือนจะหยุดหายไป และกลับมาชัดขึ้นอีก
เสียงฝีเท้าเปียกเบาๆ ดังอยู่นอกรอบห้อง ทุกคนยืนชิดกัน จ้องประตูไม่กล้าสบตากัน สุ้มเสียงอึดอัดจนไม่มีใครพูดอะไรออกมา
พักหนึ่ง ปาริรวบรวมสติ “ถ้าเราลองเคาะประตูตอบล่ะ?”
“บ้าบอ” แตมห้ามทันที แต่แอ้มหยิบไม้ถูพื้น เคาะเบาๆ ที่ประตูสามครั้ง
เสียงเงียบสนิทก่อนที่คำตอบจะเกิดขึ้นทันที—เสียงเคาะอีกสามจังหวะตอบกลับมาจากภายใน
ทั้งห้องตกอยู่ในความตกใจ ตัวละครทุกคนแบ่งรับแบ่งสู้ในเงามืด หายใจช้าๆ ด้วยความกลัวจนไม่กล้าขยับ ทุกสายตาสับสนว่ากำลังเจอเรื่องจริงหรือเรื่องล้อเล่น
“มีใครอยู่ในนี้จริงๆ…” ปาริเอ่ยเสียงห้าว ไม่มั่นใจตัวเอง เธอเบี่ยงตัวไปทางหน้าต่างหวังจะดูอะไรออกไป แต่ข้างนอกไม่มีใคร
ทันใดนั้น ทุกคนได้ยินเสียงข้างหู เหมือนเสียงเด็กกระซิบเบาๆ ตามภาษาแปลกประหลาดที่ไม่รู้จัก
แพรร้องไห้เบาๆ “กูว่ามีวิญญาณอยู่จริงๆ…”
เสียงเงียบวาบ ชั่วขณะที่ทุกอย่างทรงตัวในความกลัว ไม่มีใครกล้าพูดหรือลุกหนี ทุกคนต่างคิดถึงอดีตของโรงเรียนซึ่งเคยเป็นวัดเก่า มีข่าวเด็กหญิงหายตัวไปเมื่อหลายสิบปีก่อน
แอ้มหวนคิดถึงข่าวลือเรื่องห้องขัง หลายคนบอกว่าใครเข้าไปแล้วจะมีบางอย่างตามออกมาเสมอ ทุกคืนที่มีฝน จะมีเสียงร้องแบบนี้เสมอ
เสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องเต็มเปี่ยมด้วยความทรมาน สะท้อนในทุกผนังห้อง ทุกดวงตาสั่นระริก คำถามวนเวียน—ถ้าผีในตำนานมีจริง พวกตนกำลังถูกเลือกหรือไม่
ยิ้มล้มลงนั่งพื้น หัวเราะแห้งๆ “ขำไม่ออกจริงว่ะ…กูกลัวจนจะบ้าละ”
เงามืดในห้องเคลื่อนตามจังหวะเสียงร้อง บางครั้งดูเหมือนจะกลายเป็นร่างเด็กผู้หญิงนั่งกอดเข่าตรงมุมห้อง ร่างนั้นเบลอเกินจะชัด แต่ความรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่นั้นแน่นอนขึ้นเรื่อยๆ
“ถ้าเรา…ขอโทษ เขาจะไปไหม?” ปาริฝืนข่มเสียงสะอื้น
ในความเงียบไม่มีคำตอบ ร่างเงาเล็กค่อยๆ มุดเข้าไปใต้โต๊ะไม้เก่า เสียงร้องขาดห้วงเหมือนจมหายอยู่ในใจทุกคน
เสียงฝนกลับมาอีกครั้งพร้อมเสียงขูดของบางอย่างที่ขอบประตู ทุกคนรีบมองหาอะไรจะใช้ป้องกันตัว แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีอะไรช่วยได้
แอ้มเดินช้าๆ ไปยังประตู “ใครอยู่ในนั้น ต้องการอะไร…” เธอถามเสียงเบา
สิ่งเดียวที่ตอบกลับมาคือเงาและเสียงครางแหบพร่าซ้อนกันหลายชั้น
ในที่สุดประตูก็เปิดช้าๆ ด้วยแรงอะไรบางอย่างข้างใน ทุกคนตั้งท่าเตรียมหนี แต่ไม่มีใครกล้าก้าวออกไปก่อน
เมื่อมองเข้าไปในห้องขัง พวกเธอเห็นแค่ข้าวของเก่าๆ เตียงไม้ผุๆ ผนังเต็มไปด้วยรอยขีดชื่อประหลาด ไม่มีใครอยู่ แต่ทุกคนได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ไม่ขาดสาย
ปาริกลั้นใจเดินเข้าไปใกล้ลูกกรง เธอลูบกำแพง รู้สึกได้ถึงความเย็นชืดแทรกเข้ามา มือของเธอสั่นเล็กน้อย เหมือนมีคนอีกคนจับมือไว้จากข้างใน
ทันใดนั้น ภาพในหัวของปาริแล่นฉับ เธอเห็นเงาร่างเด็กหญิงในอดีตถูกขังไว้ในห้องนี้ กรีดร้องขอความช่วยเหลือซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่มีใครได้ยิน เธอหวาดผวาอย่างเดียวกับที่พวกเธอเป็นทุกวันนี้
เสียงประตูปิดดังปัง ทุกคนสะดุ้งกลับมายืนร่วมกันอีกครั้ง คราวนี้เสียงร้องสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและสะอื้นเท่านั้น
ผ่านไปแค่นาทีเดียว ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องขังมากว่าสามชั่วโมง
ไม่นาน ครูเวรเปิดไฟส่องเข้ามา “พวกเธออยู่ทำอะไรตรงนี้!” เสียงเข้มขัดกับความเงียบขรึมของบรรยากาศ
แอ้มหันไป ครูสีหน้ากังวล นี่คือครูเพียงคนเดียวที่อยู่เวรโรงเรียนคืนฝนตก
“ได้ยินเสียงร้องเด็ก…” แตมพูดไม่เต็มเสียง
ครูเวรนิ่งพักหนึ่ง แล้วเหมือนสะดุดคิดอะไร “โรงเรียนเราไม่มีเด็กเล็กๆ อยู่มาตั้งนานแล้วนะ”
แอ้มกับเพื่อนๆ มองหน้ากันด้วยความหลอน คำพูดครูหมายถึงตำนานเด็กหญิงในอดีต ทุกคนเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่เจอคืนนี้เป็นเรื่องจริง
ครูเวรสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกลับหอนอน ทั้งห้าคนเดินออกไปอย่างเงียบกริบ ไม่กล้าหันหลังกลับไปมองห้องขังนั้นอีกรอบ
คืนนั้น ทุกคนนอนหลับๆ ตื่นๆ เหมือนถูกจับจ้องโดยสายตาเลือนราง ห้องขังเก่ายังคงเย็นชาและปิดสนิท เสียงร้องไห้นั้นยังคงก้องในใจ
รุ่งเช้า ทุกคนตื่นมาด้วยความผวา ห้องขังกลายเป็นเพียงห้องเปล่าทึบแสง ไม่มีเสียง ไม่มีร่องรอยเมื่อคืน
แต่ในใจของแต่ละคน ยังมีคำถาม… และเมื่อยังมีเสียงฝนตก เสียงสะอื้นจะกลับมาอีกไหม หรือจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ