รอยเงาที่ไม่ได้จากไป
เสียงจักจั่นดังระงมในยามพลบค่ำ ขณะที่ต้นไม้สูงล้อมรอบหอพักเก่าแก่หลังหนึ่ง เสียงล้อกระเป๋าลากครืดคราดขูดตามพื้นปูนหยาบ หญิงสาวร่างเล็กผมสั้นชื่อ “ขิม” หยุดยืนหน้าประตูไม้ที่สีลอกพุพอง เธอสูดหายใจลึก ดวงตาเต็มไปด้วยความลังเล ก่อนจะกดกริ่งซึ่งขึ้นสนิมเสียงแหลมสะท้อนทั่วโถงว่างเปล่า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูเปิดช้า ๆ มีหัวโผล่ออกมาดู เป็นหญิงสาวผมยาวท่าทางมั่นใจชื่อ “ไอซ์” แววตาของไอซ์สำรวจขิมราวกับจะจับผิด “มาคนแรกเหรอ” ไอซ์พูดเสียงเรียบ ขิมตอบเบา ๆ ว่าใช่ ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องโถงที่มีกระจกโบราณฝุ่นจับเต็ม โต๊ะไม้กลึงและโคมไฟที่ไม่แน่ใจว่ายังใช้งานได้หรือไม่
อีกไม่นาน ก็มีเสียงทุบประตูอีกครั้ง คราวนี้เป็นชายหนุ่มหน้าตาซีดเผือดชื่อ “กร” หอบกระเป๋าใบใหญ่ ด้านหลังเขา “อ้อม” เดินตามมาด้วยสายตามีแววระแวง เธอมองไปรอบ ๆ อย่างกลัว ๆ สุดท้าย “นิว” เด็กหนุ่มหน้าตากวน ๆ ก็ตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย
เมื่อทุกคนนั่งล้อมโต๊ะไม้เก่า ๆ และแนะนำตัวกันแบบกระอักกระอ่วน มีกลิ่นอับตลบอบอวล เสียงนาฬิกาโบราณเดินช้า ๆ ทุกคนต่างหลบสายตากันเอง ขิมสังเกตเห็นเงาดำริมหน้าต่าง แต่มันหายไปเมื่อเธอหันไปมองจริงจัง
ไอซ์ลุกขึ้นเดินไปที่บันไดไม้ซึ่งขึ้นสนิมตรงราวจับ “ห้องแต่ละชั้นแบ่งกันนะ ใครอยากอยู่กับใครก็เลือกเอง” เสียงของเธอหนักแน่นแต่แฝงความประหม่า กรแอบเหลือบมองนิวสลับกับอ้อม คล้ายไม่อยากอยู่คนเดียว ขิมเลือกอยู่ชั้นสองกับอ้อมเพราะกลัวความมืดมากที่สุด
ตกกลางคืน หลังแยกย้ายเข้าห้อง เสียงฝนเริ่มตกปะทะหลังคาไม้สังกะสี ขิมนอนขดตัวใต้ผ้าห่ม อ้อมนอนเตียงข้าง ๆ หันหลังให้ ขิมได้ยินเสียงฝีเท้าลากผ่านทางเดินหน้าห้อง เสียงหยุดลงตรงหน้าประตู เงานั้นเคลื่อนไหวช้า ๆ ใต้แสงไฟริบหรี่
ขิมขยับตัวเบา ๆ “อ้อม…ได้ยินมั้ย” เงียบ ไม่มีคำตอบ ขิมค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้า หัวใจเต้นรัว เสียงฝีเท้าค่อย ๆ เดินห่างออกไป เสียงหายใจของอ้อมดังขึ้นข้างหู ขิมสบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่พลันเธอสะดุ้งเมื่ออ้อมกระซิบเบา ๆ ว่า “ฉันได้กลิ่นเหม็นไหม้…เหมือนไม้เก่าเผา…”
เช้าวันต่อมา ทุกคนรวมตัวที่โต๊ะอาหาร กรหน้าซีดมากกว่าเดิม เขาบ่นเบา ๆ ว่า “เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลย เหมือนมีอะไรเดินวนหน้าห้อง” นิวหัวเราะกลบเกลื่อน “ก็เสียงไม้เก่ามั้ง มันลั่นเอง” ขิมก้มหน้ากินข้าวต้ม อ้อมเงียบไม่พูดจา ไอซ์จ้องหน้าต่างอยู่นานก่อนจะพูดขึ้น “เมื่อคืนมีเงาดำผ่านหน้าต่างห้องฉัน ฉันคิดว่าเป็นพวกเธอ…แต่คงไม่ใช่สิ”
กรพยายามเปลี่ยนเรื่อง ถามถึงเจ้าของหอพัก ไอซ์ตอบเสียงเย็นว่า “เจ้าของหอพักเสียไปนานแล้ว ไม่มีใครดูแล นอกจากเราจะอยู่ให้รอดไปถึงสิ้นเทอม” ทุกคนหัวเราะแห้ง ๆ เสียงจิ้งจกดังแทรกจากเพดาน ขิมรู้สึกเหมือนมีสายตาแอบมองจากหลังประตู
วันที่สองในหอพักเต็มไปด้วยความอึดอัด ทุกคนพยายามแยกย้ายไปทำกิจกรรมของตัวเอง ขิมนั่งอ่านหนังสือในห้องนั่งเล่น พลางเหลือบมองกระจกทุกครั้งที่ได้ยินเสียงผิดปกติ อ้อมออกไปเดินเล่นรอบหอพักแต่กลับมาพร้อมดินเปื้อนรองเท้า กรหมกมุ่นอยู่กับมือถือ ไอซ์นั่งจดบันทึกอะไรบางอย่าง ส่วนนิวแอบออกไปสูบบุหรี่หลังบ้าน
พลบค่ำ ขิมเดินผ่านห้องโถง เห็นนิวกำลังกระซิบเสียงต่ำกับกร ทั้งสองหยุดทันทีที่ขิมผ่านไป ขิมหยุดยืนฟังเสียงแปลก ๆ กลางโถง นาฬิกาโบราณหยุดเดินไปแล้วแต่มีเสียงติ๊ก ๆ ดังขึ้นเอง เงาดำทอดผ่านพรมฝุ่นจับ ขิมขนลุกวาบ หันไปไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
กลางดึก ขิมสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูถี่ ๆ อ้อมลุกขึ้นนั่งเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร ขิมถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า” อ้อมส่ายหน้าแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ขิมกลั้นใจลุกไปเปิดประตู พบทางเดินว่างเปล่าแต่มีรอยเท้าดินเปื้อนใหม่ ๆ บนพื้น
รุ่งเช้า ขิมถามอ้อมว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น อ้อมเม้มปากนิ่ง “ฉันเหมือนฝันว่ามีคนมากระซิบข้างหูว่าอย่าออกจากห้องคืนนี้ ไม่งั้นจะกลับไม่ได้…” เสียงของอ้อมสั่นเครือ ขิมยังไม่ทันตอบ กรเดินเข้ามากะทันหัน เงาดำวูบผ่านหน้าต่างข้างหลังเขาพอดี
ตลอดวันนั้นอากาศในหอพักเย็นวูบลงอย่างผิดปกติ ทุกคนต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ไอซ์ประกาศว่า “คืนนี้อย่าอยู่คนเดียว ใครรู้สึกไม่ดีให้ไปนั่งรวมกันที่ห้องโถง” กรกับนิวแซวว่า “กลัวผีเหรอ” ไอซ์จ้องตอบนิ่ง ๆ “กลัวสิ่งที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้มากกว่า”
ในห้องโถงคืนนั้น ทุกคนนั่งล้อมโคมไฟ อ้อมจิบชาร้อนมือสั่น ขิมนั่งใกล้ไอซ์ นิวประชดเสียงสูง “กลัวเป็นเด็ก ๆ” กรหาวเสียงดัง พลันไฟในห้องกระพริบจนดับวูบ ทุกอย่างเงียบสนิท เสียงหายใจของแต่ละคนดังชัดจนได้ยินหัวใจตัวเองเต้น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินลงมาจากบันได ทั้งห้าคนมองหน้ากัน อ้อมกระซิบ “เราทุกคนนั่งตรงนี้…แล้วใครเดินลงมาข้างบน” ไม่มีใครตอบ ทุกคนแน่นิ่ง ไฟกลับมาติดอีกครั้ง เงาดำหายไป
รุ่งเช้า นิวหายตัวไป เสื้อผ้าและของใช้ยังอยู่ครบ ทุกคนแตกตื่น ไอซ์พยายามโทรหานิวแต่ไม่มีสัญญาณ ขิมเดินไปดูรอบ ๆ หอพัก เจอรอยเท้าดินที่เริ่มแห้งพาดผ่านไปทางป่าหลังบ้าน อ้อมเริ่มร้องไห้ กรโวยวายว่า “เราต้องแจ้งตำรวจ!” ไอซ์ห้ามไว้ “ไม่มีใครเชื่อหรอก เธอจะบอกว่าเพื่อนหายกลางเงาดำเหรอ”
ขิมเสนอให้ช่วยกันค้นหานิว ทุกคนเดินตามรอยเท้าไปในป่า ความเงียบและกลิ่นอับของดินเปียกปกคลุมบรรยากาศ ไกลออกไปเจอศาลเก่าทรุดโทรมกลางป่ารก มีเศษผ้าเก่าเปื้อนดิน ขิมหยิบขึ้นมา รู้สึกเหมือนเย็นวาบขึ้นแขน กรจ้องศาลราวกับคุ้นเคย อ้อมกระซิบว่า “ฉันเคยมาที่นี่…แต่จำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่” ไอซ์ขยับหันมามองด้วยสีหน้าสงสัย
คืนนั้น ทุกคนฝันเห็นศาลเก่านั้นในมุมต่าง ๆ เสียงกระซิบและเงาดำวนเวียนอยู่ในฝันของแต่ละคน ขิมสะดุ้งตื่นกะทันหัน พบว่ามีเงาดำยืนอยู่ตรงปลายเตียง ครั้นเธอกะพริบตา เงานั้นค่อย ๆ จางหายไป
วันต่อมา เงาดำเริ่มตามหลอกหลอนแต่ละคนอย่างหนัก อ้อมหวาดกลัวจนเป็นลม กรเริ่มพูดคนเดียว ขิมพบไดอารี่เก่าในลิ้นชักห้องนอน เขียนด้วยลายมือผู้หญิง ข้อความแผ่วเบา “ถ้าใครได้อ่านนี้…อย่าปลุกมันขึ้นมา เงาจะไม่จากไปจนกว่าเจ้าของจะยอมรับความจริง”
ขิมเอาไดอารี่ไปเล่าให้ไอซ์ฟัง ไอซ์นิ่งครุ่นคิดก่อนพูดเบา ๆ ว่า “ฉันเพิ่งนึกออกว่า…แม่ของฉันเคยเตือนห้ามเข้าใกล้ศาลนั้น มันคือรอยแผลที่ตระกูลของเราเป็นคนทิ้งไว้ เมื่อก่อนที่นี่เคยมีเด็กหายตัวปริศนา” กรโวยวายว่า “ไม่! ที่บ้านฉันเล่าอีกแบบ หนีเถอะ อย่าอยู่!”
เสียงฝีเท้าและเงาดำยิ่งถี่ขึ้นทุกคืน อ้อมเพ้อพึมพำถึงชื่อที่ไม่เคยได้ยิน ขิมเริ่มจำได้ว่าตอนเด็กเคยถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในหอพักนี้ เธอร้องไห้แต่ไม่มีใครมา เธอเห็นเงาดำครั้งแรกในวัยนั้น
เวลาผ่านไป ความกดดันภายในกลุ่มยิ่งรุนแรง แต่ละคนเริ่มสารภาพอดีตของตัวเอง อ้อมเคยอยู่ที่นี่แต่เลือกที่จะลืม กรเคยเห็นใครบางคนถูกซ่อนศพไว้ใต้บ้านแต่ปฏิเสธความจริง ไอซ์เคยหนีเหตุการณ์ร้ายในอดีต นิว—ก่อนหายไป—เคยพูดถึงเสียงเรียกจากเงาดำที่วนเวียนในฝัน
คืนหนึ่ง เงาดำปรากฏตัวเต็มตาต่อหน้าทุกคน ทุกคนตื่นตะลึง เงาดำนั้นกล่าวด้วยเสียงแตกพร่า “จำฉันได้หรือยัง…” ทุกคนต่างตอบปฏิเสธ แต่เสียงนั้นย้ำช้า ๆ “เจ้าของเงาคือคนที่ปฏิเสธอดีตตัวเอง”
ขิมตัดสินใจลุกขึ้น เผชิญหน้ากับเงาดำ เธอกลั้นน้ำตาและพูดว่า “ฉันจำได้แล้ว…ฉันถูกทิ้งที่นี่ ฉันกลัว ฉันเกลียดตัวเองที่อ่อนแอ” เงาดำค่อย ๆ เลือนรางลง ด้านไอซ์กับกรก็ต่างสารภาพบาปที่เคยปกปิด
แต่เสียงเงายังคงก้อง “ตราบใดที่ยังมีความจริงที่ไม่ยอมรับ รอยเงาจะไม่จางหาย” อ้อมร้องไห้หนัก เงาดำโอบร่างเธอช้า ๆ อ้อมหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและรอยเท้าบนพื้นไม้
รุ่งเช้า ขิมกับไอซ์และกรรวมตัวอยู่ในห้องโถง ทุกคนเหมือนแก่ตัวลงไปอีกปี กรพูดเสียงแผ่ว “เราจะจากที่นี่ไหม หรือเราจะอยู่กับอดีตของเรา” ขิมก้มหน้าร้องไห้เบา ๆ ไอซ์มองออกนอกหน้าต่าง เห็นเงาดำวูบไหวอยู่ริมศาลเก่า
เสียงนาฬิกาโบราณเดินช้า ๆ อีกครั้ง หอพักกลับคืนสู่ความเงียบ นิวและอ้อมไม่กลับมาอีกเลย ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงชื่อพวกเขาอีก ขิมเดินผ่านโถงว่างเปล่า รู้สึกถึงเงาตามหลังตลอดเวลา รอยแผลในหัวใจของเธอไม่เคยหาย เงาดำนั้นยังคงอยู่ ไม่เคยจากไป